ตอนที่1
เด็กหญิงน่าตาน่ารักคนหนึ่งกำลังนั่งสะอึกสะอื้นเสียใจกับการจากไปของมารดา เด็กหญิงปานน้ำผึ้ง รัศมีฉาย สูญเสียมารดาผู้เป็นที่พึ่งเดียวของเธอไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอุบัติเหตุ ถ้านับกันจริงๆเธอก็เป็นหนึ่งในคุณหนูแห่งคฤหาสน์แห่งนี้เพราะเธอเป็นลูกของคุณอังกูลเจ้าของคฤหาสน์ แต่ติดที่มารดาของเธอเป็นเพียงคนรับใช้ฐานะของเธอก็ไม่ต่างกับมารดาเธอไม่เคยได้รับสิทธิ์ใดๆนอกจากการใช้นามสกุลเท่านั้น คุณกรองแก้วคุณผู้หญิงของที่นี่เกลียดเด็กหญิงและแม่ของเธอจนเข้ากระดูกดำเลยก็ว่าได้
"อย่าร้องเลยน้ำผึ้งเอ้ย..."
ป้าแม้นสาวใช้รุ่นพี่ของมารดาพยายามจะปลอบเธอที่ร้องไห้หาแม่ไม่หยุดถึงเธอจะอายุเพียงสิบขวบแต่เธอก็พอจะรู้ว่าแม่จะไม่กลับมาหาเธออีกแล้ว
"ป้าแม้นจ๋า... ฮึก... น้ำผึ้งคิดถึงแม่... ฮือๆๆ"
นางแม้นรั้งร่างผอมของเด็กหญิงเข้ามสกอดอย่างเวทนาในโชคชะตาของเธอนัก
คุณอังกูล รัศมีฉาย มีภรรยาคือคุณกรองแก้วและมีบุตรสาวสองคนคือคุณหนูแก้วเกตุ และคุณหนูแก้วตาซึ่งคุณหนูทั้งสองเป็นที่รักของคุณกรองแก้วและคุณอังกูล ทุกๆวันเด็กหญิงน้ำผึ้งและแม่ของเธอต้องมาคอยยืนปรนนิบัติคุณๆทั้งหลายเพื่อย้ำเตือนสถานะของตัวเองแต่วันนี้ไม่มีแม่แล้วจึงมีแต่เธอและป้าแม้นเท่านั้น
"นังแม้น ติดป้ายรับสมัครคนนับใช้ด้วยนะนังปานมันหนีตายไปเดี๋ยวแกจะทำคนเดียวไม่ไหว"
คุณกรองแก้วเป็นสตรีวัยสี่สิบปีที่ยังสวยสง่าใบแบบฉบับของคนมีเงินแต่ใบหน้าที่งดงามของเธอนั้นกลับฉายแววเยาะหยันเมื่อพูดถึงคนตาย
"ค่ะคุณผู้หญิง"
"นี่นังน้ำผึ้งมารินน้ำให้ฉันหน่อยสิ"
" ค่ะ คุณผู้หญิง"
เด็กหญิงประคองเหยือกแก้วมาตามคำสั่งแต่เพราะความเป็นเด็กจึงขาดความระมัดระวังทำให้เหยือกแก้วหล่นแตกจระจายทันที
'เพล้งงงง'
"ว้ายยยย! อีเด็กบ้า!"
"น้ำผึ้งขอโทษค่ะคุณผู้หญิง น้ำผึ้งขอโทษ"
เธอพยายามจะบอกขอโทษหลายครั้งเพราะกลัวว่าจะถูกลงโทษซึ่งเป็นเรื่องประจะอยู่แล้ว
"ขอโทษหรอ! ข้าวของฉันเสียหายเพราะความสะเพร่าของแกเพราะฉะนั้นวันนี้แกไม่ต้องกินข้าวเช้า"
คุณอังกูลที่นั่งมองอยู่จึงทนไม่ไหวด้วยความเวทนาถึงอย่างไรเด็กหญิงก็เป็นลูกของเขา
"โธ่ คุณจะอะไรนักหนาของแค่นี้ไม่เห็นต้องไปลงโทษเด็กเลย"
"หยุดเลยนะคุณกูล คุณจะเข้าข้างมันหรอถ้าคุณเข้าข้างมันฉันจะให้มันอดทั้งวันไม่ใช่มื้อเดียว"
คุณอังกูลมองพร้อมถอนหายใจและเดินออกไปจากห้องอาหารทันทีคุณกรองแก้วจึงหันมาหาเด็กหญิงที่ยืนตัวสั่น
" แกต้องอดข้าวเช้าตามคำสั่งของฉัน แต่ถ้าเกิดแกหิวมากฉันก็อนุญาตให้แกกินได้ แต่แกต้องกินข้าวที่เหลือจากในถ้วยของสาวฉันเท่านั้น! "
ปานน้ำผึ้งมองไปยังคุณหนูทั้งสองที่มีไว้ไล่เลี่ยกันกับเธอแต่ในใบหน้าไม่ได้มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อย คุณหนูทั้งสองมองเธออย่างสะใจแล้วเดินออกไปจากห้องอาหาร เมื่อภายในห้องอาหารไม่เหลือใครแล้วนอกจากเธอกับป้าแมน ป้าแม้นจึงมองหน้าของเด็กหญิงด้วยความเวทนา
" น้ำผึ้งเอ้ย เวรกรรมอะไรนักหนา"
"ป้าแม้น... ฮึก... น้ำผึ้งอยากไปหาแม่... ฮือๆ..."
นางแม้นกอดร่างผอมไว้แล้วร้องไห้ไปกับเธอด้วยความสงสารจับหัวใจ คุณอังกูลเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากเขาไม่เคยออกตัวปกป้องปานน้ำผึ้งทั้งๆที่เด็กหญิงก็เป็นลูกของเขาแต่กลับปล่อยให้ถูกทำร้ายทารุณสารพัด
ปานน้ำผึ้งช่วยงานป้าแม้นทุกอย่างเธอรู้ดีว่ามีแต่ป้าแม้นเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอได้
"ป้าจ้ะผักนี่ล้างเลยมั้ยจ้ะ"
"อืม... ล้างเลย"
"ป้า ทำไมคุณผู้หญิงถึงเกลียดน้ำผึ้งล่ะจ้ะ"
"เฮ้อ... บอกไปเอ็งก็ไม่เข้าใจหรอกเอาไว้เอ็งโตก็จะเข้าใจเอง"
แล้วเพียงไม่นานเสียงของสองคุณหนูก็ร้องเรียกเธอดังลั่นก่อนที่จะปรากฏตัวที่ห้องครัว
"นังน้ำผึ้ง! พวกฉันเรียกทำไมแกไม่ตอบฮะ!"
"คุณเกตุคุณแก้วมีอะไรกับน้ำผึ้งหรอคะ"
" ไปเล่นเป็นเพื่อนพวกฉันหน่อย"
ปานน้ำผึ้งมองป้าแม้นอย่างขอความช่วยเหลือทันทีเพราะรู้ดีว่าสองพี่น้องไม่มีทางที่จะอยากเล่นกับเธอจริงแค่อยากจะแกล้งเธอเท่านั้น
"ไม่ได้หรอกค่ะน้ำผึ้งมันต้องช่วยทำงานไม่อย่างนั้นตั้งโต๊ะไม่ทันจะโดนคุณผู้หญิงทำโทษอีก"
ป้าแม้นบอกแทนเธอทำให้สองพี่น้องมองอย่างไม่พอใจและพากันวิ่งออกไปทันที
.........
ภายในห้องอาหารของโรงแรมหรูคุณอังกูลและคุณกรองแก้วกำลังนั่งพูดคุยกับนักธุรกิจสองสามีภรรยาชาวอเมริกันที่สนใจในวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยว ทั้งสองเจอกับคุณอังกูลบนเครื่องบินและพูดกันถูกคอจึงคบหากันแบบมิตรและยิ่งคุณกรองแก้วรู้จักเป็นอย่างดีเนื่องจากคุณเอ็มม่าและคุณแอนดรูว์เป็นถึงเจ้าของธนาคารชื่อดังที่มีสาขาอยู่มากมายจึงไม่รังเกียจที่จะคบหาแต่อย่างใด
"คุณเอ็มม่าคะ... วันเสาร์หน้าฉันจะจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวคนโตถ้าว่างอยากเชิญไปร่วมงานนะคะ"
"โอ... นี่คุณมีลูกสาวหรอคะแกอายุเท่าไหร่แล้วคะ"
"สิบสองปีค่ะ ฉันมีลูกสาวสองคนไม่มีลูกชายเลยค่ะ อต่ลูกสาวทั้งสองของฉันพวกแกน่ารักมาก"
คุณกรองแก้วบอกอย่างยิ้มแย้ม
" ดีจังค่ะ ฉันมีลูกชายแค่คนเดียวอยากจะมีลูกสาวแต่ก็มีไม่ได้"
คุณเอ็มม่าทำหน้าเศร้าสลดเมื่อคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอมีลูกไม่ได้อีก จนสามีต้องลูบต้นแขนอวบอย่างปลอบใจ
" เราจะไปร่วมงานแน่นอนครับ"
คุณแอนดรูว์บอกอย่างนุ่มนวลและหันไปยิ้มให้ภรรยา คุณกรองแก้วดีอกดีใจที่สองสามีภรรยาตกลงเพราะเธอตั้งใจว่าจะชวนทั้งสองไปร่วมงานเพื่อให้แขกที่เป็นพ่อแม่ของเพื่อนลูกสาวที่ส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงไฮโซหรือนักธุรกิจได้รู้ว่าเธอนั้นรู้จักสนิทสนมกับคนรวยระดับโลกอย่างตระกูล'เกรเวอร์'ที่เป็นถึงเจ้าของธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก
"นี่เราก็กำลังรอลูกชายครับ ลูกชายของผมกำลังจะตามมาที่เมืองไทยถ้ามาทันผมคงได้แนะนำลูกชายให้พวกคุณรู้จัก
" ครับ ยินดีครับนี่คุณแอนดรูว์ยังอยากไปเที่ยวเหนืออยู่มั้ยครับ ผมจะลองติดต่อคนรู้จักและหาล่ามที่ไว้ใจได้ให้ครับ"
" ครับ ยังอยากไปอยู่ครับผมเพิ่งว่างจากงานก็เลยอยากพาภรรยามาเที่ยว เลยเลือกพาเธอมาที่เมืองไทยเพราะเราต่างชอบที่นี่โชคดีจริงๆที่เราได้มาเจอคุณ"
คุณแอนดรูว์บอกอย่างจริงใจในขณะที่คุณอังกูลยิ้มกว้าง
" ครับ ผมยินดีถ้ามีเรื่องอะไรก็คิดซะว่าเพื่อนช่วยเพื่อนนะครับไม่ต้องเกรงใจ"
" ครับผมกับภรรยาต้องขอบคุณจริงๆ"
แล้วคุณทั้งสี่ก็นั่งทานข้าวกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
คุณกรองแก้วกลับจากข้างนอกพร้อมกับสามี ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา เมื่อมาถึงก็ตะโกนเรียกป้าแม้นทันที
" นางแม้น! นางแม้น!"
"ขาคุณผู้หญิง"
"แกหาคนรับใช้ใหม่ได้หรือยัง มีคนมาสมัครบ้างไหม"
"มีค่ะแต่ฉันไม่กล้าที่จะรับด้วยตัวเองหรอกค่ะ ได้แต่ขอเบอร์ไว้เพื่อให้คุณผู้หญิงติดต่อกลับเองแล้วแต่ว่าคุณผู้หญิงจะพึงพอใจใคร"
"เหรองั้นหรอดีเลยงั้นก็โทรไปตามมาให้หมดที่มันมาสมัครไว้"
คุณกรองแก้วมองตามร่างสาวใช้ที่เดินไปเอาเบอร์โทรศัพท์อย่างมีความคิดดีๆในใจเธอจะให้พวกที่เข้ามาสมัครงานทำงาน เพื่อเป็นการทดลองงานในงานวันเกิดของลูกเธอโดยที่เธอไม่ยังไม่ต้องเสียค่าจ้างสักบาททั้งๆที่ฐานะอย่างเธอจะจ้างคนมาซักกี่คนก็ได้แต่คุณกรองแก้วก็งกเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้
" ได้แล้วค่ะนี่ค่ะคุณผู้หญิง"
"ดี แล้วแกน่ะก็เตรียมตัวนะฉันจะจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวของฉัน ไปบอกมันน้ำผึ้งด้วยให้มันช่วยงานทุกอย่างเพื่อแลกข้าวแลกน้ำไม่ใช่นิ่งดูดาย อย่าให้มันเข้าใจผิดว่ามันเป็นคุณหนูของบ้านนี้"
"ค่ะคุณผู้หญิง"
คุณกรองแก้วโทรหาสาวใช้ที่มาสมัครทั้งหมดสาม คนด้วยกัน และตอนนี้ทุกคนนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นตรงหน้าเธอ
" นี่พวกเธอฉันจะรับสมัครแม่บ้านเพียงหนึ่งคนเท่านั้น แต่ฉันกำลังจะมีงานเป็นงานวันเกิดของลูกสาวคนโตของฉัน ฉันจะให้พวกเธอทดลองงานด้วยการเข้ามาช่วยงานเสริฟอาหารหรือทำหน้าที่ต่างๆ ถ้าใครทำได้ถูกใจฉันก็จะรับคนนั้นเขาทำงานมีใครอยากทำไหม"
"ทำค่ะ! หนูทำ"
สามสาวใช้ตอบอย่างพร้อมกันเพราะต่างคนก็ต่างอยากได้งาน
" แต่เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม พวกเธอไม่ต้องยุ่งหรอกนะ ฉันจะสั่งอย่างดีจากโรงแรมดังเพื่อไม่ให้เสียชื่อฉันพวกเธอมีหน้าที่แค่เสิร์ฟและคอยดูแลแขกในงานก็พอเข้าใจไหม"
" เข้าใจค่ะคุณผู้หญิง"
"ดีมาก"
ทั้งมดจึงแยกย้ายกันป้าแม้นกลับมาที่ห้องครัวก็พบว่าปานน้ำผึ้งนั่งรออยู่
" ป้าแม้นคุณผู้หญิงเรียกป้าไปทำอะไรเหรอจ๊ะ"
" เธอเรียกเข้าไปสั่งงานน่ะ เธอจะจัดงานวันเกิด ให้กับคุณหนูก็เลยให้ตามคนรับใช้ที่มาสมัครงานให้มาทดลองงานคงจะอยากประหยัดค่าใช้จ่ายนั่นแหละ"
"งานวันเกิดเหรอจ๊ะ"
เด็กหญิงถามด้วยเสียงเบาเธอก็อยากมีงานวันเกิดบ้างเมื่อก่อนนี้ตอนที่แม่ของเธอยังอยู่แม่ก็มักจะมีเค้กก้อนเล็กๆและร้องเพลงให้เธอถึงจะฉลองกันอยู่ 2 คนแต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นไม่น้อยแต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว แม่ไม่อยู่ร้องเพลง Happy Birthday ให้เธออีกต่อไป ถึงเธอจะมีพ่อแต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกเลยสักครั้งว่าเธอมี ป้าแม้นรู้ทันทีว่าเด็กหญิงคิดอะไรเพราะความเป็นเด็ก ทำให้ปานน้ำผึ้งแสดงความรู้สึกทุกๆอย่างออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน
"น้ำผึ้งเอ้ยอย่าเสียใจหรือน้อยใจเลยลูก เชื่อป้าเถอะสักวันมันจะเป็นวันของเอ็ง"
"น้ำผึ้งไม่เสียใจจ้ะ น้ำผึ้งแค่คิดถึงแม่ ไม่มีแม่แล้ว ใครจะร้องเพลง Happy Birthday ให้น้ำผึ้ง"
เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
" เอาเถอะถึงป้าจะร้องเพลงไม่เป็นแต่ป้าก็จะซื้อเค้กก้อนเล็กให้เอ็งเป่าได้อยู่หรอกนะลูกนะ"
เด็กหญิงได้ยินก็กอดเอวท้วมและซุกใบหน้าเล็กน่ารักกับหน้าท้องของนางแม้นทันที นางแม้นเวทนาเด็กหญิงยิ่งนักได้แต่รูปศีรษะเล็กเบาๆ เป็นการปลอบโยนเท่านั้น