บทนำ
บทนำ
'ภาษาดอกไม้ เป็นการสื่อสารในสมัยวิกตอเรียโดยใช้ดอกไม้เพื่อให้เกิดความหมายโดยนัย แสดงถึงความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่อาจบอกออกมาเป็นคำพูดได้
ในปัจจุบันความหมายที่ใช้ในภาษาดอกไม้นั้นส่วนมากได้เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ดอกกุหลาบสีแดงนั้นยังคงถูกใช้แสดงความรักอันเร่าร้อนและโรแมนติก กุหลาบสีชมพูแสดงถึงความรักที่เร่าร้อนน้อยลงมา กุหลาบสีขาวยังคงเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์และความดี และกุหลาบสีเหลืองถูกใช้เป็นตัวแทนของมิตรภาพและการเสียสละ'
กริ้ง
เสียงกระดิ่งดังจากทางประตูหน้าร้านทำให้ฉันรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ที่จมไปกับเรื่องราวของเทพนิยายที่เล่าถึงตำนานดอกไม้ หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่ยังคงอ่านค้างเอาไว้ แล้วรีบสวมผ้ากันเปื้อนออกไปต้อนรับลูกค้า
"สวัสดีค่ะ คุณเคท" เมื่อเห็นว่าใครที่เข้ามาในร้านเป็นรายแรกของเช้าวันนี้ก็ทำให้ฉันยิ้ม ใบหน้าของสาวสวยในชุดรัดรูปสีน้ำเงินเข้มยังคงมีท่าทีเบื่อหน่ายตลอดที่เข้ามายังร้านแห่งนี้
"ฉันก็บอกตั้งหลายรอบแล้วว่าอย่าเรียกคุณได้ไหมมาเรีย รู้สึกห่างเหินกันยังไงก็ไม่รู้ เรียกพี่เคทก็พอ"
"ค่ะ พี่เคท" ถึงจะบอกแบบนั้นทว่าฉันก็ยังไม่ชินที่จะต้องเปลี่ยนสรรพนามจาก 'คุณ' เป็น 'พี่' นี่นา แล้วก็ถ้ามองในอีกมุมมองสถานะของเราสองคนเธอก็คือ 'ลูกค้า' ที่ฉันจะต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ เพราะตั้งแต่ที่ฉันเปิดร้านนี้มาตลอดสามปีก็มีเธอที่เป็นลูกค้าประจำ
"เครียดจากงานแล้วมานั่งที่ร้านของเธอที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้และกลิ่นหอม ฉันรู้สึกดีมากเลย ยังไงก็จัดช่อดอกไม้อะไรก็ได้มาสักช่อนะ คุณกวินจะมอบให้กับคู่ค้าที่เปิดกิจการใหม่" ฉันยิ้มรับ พาเธอมานั่งโต๊ะสีขาวด้านในแล้วจัดเสิร์ฟชาร้อนคู่กับมัฟฟินที่ฉันลงมือทำเอง ให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและดื่มด่ำในบรรยากาศกับช่วงเวลาที่ต้องรอคอย
จากนั้นฉันก็เดินไปยังด้านหลังของร้านตรงแปลงดอกกุหลาบ เจ้าดอกไม้ในกระถางสีดำดอกกำลังตูมสวยเชียว มีทั้งสีขาว สีแดง สีชมพูและสีเหลือง กรรไกรปลายแหลมคมตัดลงบนก้านกุหลาบสีเหลืองที่ฉันเลือกจัดช่อให้กับลูกค้าในงานครั้งนี้
แล้วเจ้าดอกกุหลาบสีเหลืองที่เป็นตัวเอกก็ได้เริ่มจัดลงยังช่อกระดาษสีน้ำตาลเรียบ นอกจากเจ้าดอกกุหลาบสีเหลืองที่ให้ความสว่างไสว ฉันก็จัดการแซมด้วยอัลสโตมีเรียสีขาว ผูกโบตรงปลายด้านล่างก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
"ฝีมือไม่ตกเลยนะมาเรีย แล้วครั้งนี้ดอกไม้มีความหมายว่าอะไร"
"ดอกกุหลาบสีเหลืองส่งมอบพลังแห่งความรุ่งโรจน์ สดใส คุณคะ เออ... พี่เคทบอกว่าเจ้านายจะนำไปให้คู่ค้า ฉันเลยเลือกจัดแบบนี้ให้ค่ะ" ฉันนำช่อที่ฉันจัดเสร็จเรียบร้อยแล้วนำมาวางให้เธอบนโต๊ะแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเธอ อธิบายด้วยท่าทีกระตือรือร้น ทุกครั้งที่เธอมาที่นี่มักจะถามเรื่องราวเกี่ยวกับดอกไม้กับฉันเสมอ เมื่อถึงเวลาสมควร ฉันก็ลุกเดินไปส่งคนที่เป็นลูกค้าคนแรกที่หน้าประตู ก่อนจะกลับมานั่งอ่านตำนานดอกไม้ต่อ
และตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่ายก็มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อดอกไม้บ้างเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่จะเป็นดอกกุหลาบเสียมากเพื่อนำไปมอบให้แก่คนรัก ยิ่งใกล้วันวาเลนไทน์เข้ามาทุกทีฉันคงต้องเตรียมตัวรับมือกับช่วงเวลาอันแสนวุ่นวาย
แล้วลูกค้าในช่วงยามเย็นก่อนที่ฉันจะปิดร้าน ฉันบรรจงตัดก้านดอกกุหลาบสีขาว ที่เด็กชายในวัยมัธยมได้เข้ามาขอคำปรึกษาเรื่องความรักที่จะมอบให้แก่ผู้หญิงที่ตนนั้นแอบชอบ
"ดอกกุหลาบสีขาว สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์มีความจริงใจให้เธอเสมอ ในที่นี้รวมถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เหมาะแก่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่ะ" ช่อกุหลาบช่อเล็กและคำอธิบายความหมายในนั้นทำให้เด็กหนุ่มหน้าแดงรีบจ่ายเงินเพื่อนำไปมอบให้กับคนรัก ฉันยิ้มมองตามแผ่นหลังของเขาไปจนลับตา
ความรัก คำขอโทษ ความปรารถนาดีที่ใช้ดอกไม้เป็นสื่อกลางแทนคำพูดนั้น ฉันเชื่อเสมอว่า ผู้รับจะต้องรู้สึกขอบคุณและรับรู้ความรู้สึกของผู้ให้
"กลับมาแล้วค่ะพี่มาเรีย" ฉันหันไปมองอีกทางแล้วส่งยิ้มให้กับเด็กหญิงที่สวมชุดนักเรียนวัยมัธยมปลายที่ถือกระเป๋าเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับชายหนุ่มที่มักจะเดินเคียงข้างด้วยกันเสมอ
ฉันเดินนำทั้งสองคนให้เข้าไปนั่งในร้านแล้วยกเสิร์ฟขนมและชาร้อนมาเป็นของว่างยามเย็น มือไม้ก็ตัดแซมกิ่งเจ้าใบไม้ที่เริ่มจะร่วงล่นลงพื้น ริมฝีปากยกสูงยามได้ยินเสียงของเด็กทั้งสองคนที่พูดคุยเรื่องการบ้านด้วยกันบนโต๊ะ
และเพราะมัวแต่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พอรู้สึกตัวอีกทีดอกไม้ช่อเล็กก็ถูกยื่นมาให้ ฉันหันกลับไปมองคนด้านหลังผู้เป็นเจ้าของช่อกุหลาบสีชมพู
"มันมีความหมายว่าอะไรเหรอครับ" คีตะ เด็กหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทกับวิเวียนน้องสาวของฉัน ฉันมองตามสายตาของเขาที่คอยแต่จ้องมองฉันอยู่เช่นกัน ความรู้สึกที่ไม่อาจรับเอาไว้ได้
"อย่าทำแบบนี้ ยังไงพี่ก็รับความรู้สึกเราไว้ไม่ได้"
"เพราะผมเป็นเพื่อนของน้องสาวของพี่ใช่ไหมครับ พี่ถึงไม่ยอมรับความรู้สึกของผม แต่ผมก็จะไม่ยอมแพ้ตามจีบพี่ไปเรื่อย ๆ” แล้วดอกไม้ช่อนั้นก็ถูกวางมาบนมือของฉัน ฉันเพียงรับมันเอาไว้แต่ความรู้สึกของคนที่ให้คงรับไว้ไม่ได้ ก่อนจะนำมันไปจัดลงบนแจกัน แล้วเดินกลับไปด้านหลังร้านอีกครั้ง
เช้านี้ฉันก็ยังคงตื่นเช้าเสมอ ตื่นมาทำกับข้าวให้น้องสาวก่อนไปเรียนที่โรงเรียนและเตรียมเปิดร้านที่อยู่ใต้ตึกบริษัทที่ฉันทำสัญญาเช่าเอาไว้ โชคดีที่ห้องพักและร้านที่ฉันทำอยู่ ตั้งอยู่ติดกันเพียงเดินมาไม่ถึงห้านาที บรรยากาศยามเช้าตรงสวนดอกไม้ขนาดเล็ก มันทำให้ฉันยิ้ม ช่วงเช้าที่มักจะมีการก่อกำเนิดสิ่งใหม่ขึ้นมาเสมอ อย่างเจ้าดอกลิลีที่เริ่มแบ่งบานจากที่เมื่อวานยังคงเป็นดอกตูมอยู่เลย
"พี่มาเรีย ไปเรียนแล้วนะคะ" แล้วเสียงของน้องสาวที่ดังเข้ามาในร้านทำให้ฉันเดินออกไปด้านนอกเพื่อส่งเธอไปโรงเรียน มือไม้ที่ยกโบกไปมาทำให้ฉันยิ้มแล้วยกตอบมือนั้นกลับไป
แล้วรอยยิ้มของฉันก็ค่อย ๆ หดเล็กลงไป ยามหยิบจดหมายที่มันวางอยู่บนโต๊ะที่น้องสาวนำมาให้เมื่อวาน จดหมายการเข้าศึกษาต่อ อีกไม่นานเธอก็จะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว แน่นอนว่าเรื่องค่าใช้จ่ายย่อมมากกว่าที่เป็นอยู่ ลำพังค่าเช่าและค่าใช้จ่ายประจำวันก็มากพอ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากให้น้องสาวได้มีโอกาสเรียนในสิ่งที่ฉันไม่สามารถทำได้
และเหมือนเรื่องราวแห่งความโชคร้ายมักจะมาพร้อมกันเสมอเมื่อพี่เคท เลขาของท่านประธานบริษัทบอกว่าสัญญาเช่าที่จะหมดลงภายในเดือนนี้ไม่ให้ต่อสัญญาเพิ่มเพราะจะมีร้านกาแฟเข้ามาเปิดแทน ฉันที่ได้ยินครั้งแรกใจหล่นวูบ ร้านนี้เป็นร้านที่ฉันรักและอยู่กับมันมาโดยตลอด พี่เคทเองก็เสนอให้ฉันลองเข้าไปคุยกับท่านประธานเอง อาจจะช่วยหาทางออกที่ดีทั้งสองฝ่าย
- - - - - -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -