bc

Androphobia มาเฟียบำบัด

book_age18+
152
FOLLOW
1K
READ
twisted
sweet
humorous
mystery
affair
gorgeous
naive
seductive
shy
stubborn
like
intro-logo
Blurb

นิยายเรื่องนี้ “สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2538” ไม่อนุญาตให้มีการคัดลอกเนื้อหาหรือดัดเเปลงใดๆทั้งสิ้น

หากพบเห็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

หากนักอ่านท่านใดพบเห็นการคัดลอกเนื้อหานิยายของไรท์ไม่ว่าจะตอนใดก็ตามสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจ นางฟ้าดาวตก

ชี้เเจง

อาการของโรคAndrophobiaหรือโรคกลัวผู้ชายรวมถึงวิธีการรักษาในเรื่อง เป็นข้อมูลที่ผู้เขียนหาข้อมูลมาด้วยตนเอง​ หากมีข้อผิดพลาดประการใดเกี่ยวกับข้อมูลของโรค ผู้เขียนต้องขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้นักอ่านทุกคนเสพเพื่อความสนุกและอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

~ ด้วยรัก ~

chap-preview
Free preview
มาเฟียบำบัด 1 แนะนำตัวเองและการพบเจอครั้งแรก
ฉันเป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ถูกเรียกว่า ‘ผู้ชาย’ สักเท่าไหร่นัก ผู้ชายในชีวิตที่ฉันสนิทและสามารถอยู่ใกล้ ๆ ด้วยโดยที่ไม่รู้สึกกลัวหรือมีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้น มีเพียงแค่สามประเภท คือคนในครอบครัว คนแก่ และเพื่อนที่เป็นตุ๊ดเท่านั้น ในทุก ๆ วันฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุย การอยู่ใกล้ จนกระทั่งการสัมผัสโดนตัวกัน ชีวิตของฉันเลยไม่ค่อยมีเรื่องของพวกผู้ชายเข้าเกี่ยวข้องด้วยสักเท่าไหร่ ....ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ตั้งแต่ประมาณอายุ 13 ปีล่ะมั้งเท่าที่จำความได้ ฉันเริ่มมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่กล้าสบตา ไม่กล้าพูดคุย  มือไม้สั่น หัวใจเต้นแรง จนบางครั้งเกือบจะเป็นลม แต่ดีที่ยังคงประคองสติตัวเองเอาไว้ได้ เรื่องของเรื่องมันก็เป็นแบบนั้น ซึ่งทั้งหมดที่พูดมา มันคืออาการของโรคชนิดหนึ่งที่ฉันค้นพบว่าตัวเองเป็นโรคนี้มานานแล้ว Androphobia หรือชื่อเรียกภาษาไทยที่แปลว่า โรคกลัวผู้ชาย คงไม่ค่อยมีใครรู้จักโรคนี้กัน เพราะมันดูเป็นโรคที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดและเป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่ง ฉันเคยคิดกับตัวเองนะ ว่าทั้ง ๆ ที่เพศชายก็เป็นมนุษย์เหมือนกันกับเพศหญิงแต่ทำไมฉันถึงได้กลัวพวกเขามากมายขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีเพื่อนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีแฟน แต่ว่าฉันทำไม่ได้จริง ๆ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปใกล้ ๆ หรือชวนพวกเขาคุยได้เลยด้วยซ้ำ ชีวิตช่างบัดซบ! ทั้ง ๆ ที่คนในครอบครัวของฉันไม่มีใครมีอาการแบบเดียวกับที่ฉันเป็นเลยสักคน แต่ทำไมมีแค่ฉันที่ต้องมาทรมานกับโรคบ้า ๆ นี้ด้วยกันล่ะ แล้วยิ่งเข้าเรียนมหาลัยยิ่งแล้วใหญ่ ผู้ชายเยอะฉิบหายวายวอด โชคดีสาขาที่เรียนอยู่ไม่ค่อยมีผู้ชายมาเรียนสักเท่าไหร่ จึงยังสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้บ้าง แต่ว่า...มันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้นเสมอหรอกนะ ตลอดสองปีในการใช้ชีวิตมหาลัย หลายครั้งเหมือนกันที่เกือบเอาชีวิตแทบจะไม่รอด แถมเพื่อนพ้องมันก็ไม่รู้ด้วยว่าฉันเป็นโรคบ้าบอคอแตกแบบนี้ ล่าสุดก็เพิ่งโดนกลุ่มผู้ชายเอกดนตรีเอ่ยปากแซวขณะที่เดินผ่านม้านั่งมา แถมยังเจาะจงว่าเป็นผู้หญิงที่เดินหลังสุด สะพายกระเป๋าผ้าสีดำลายแมวน้อยด้วยนี่สิ “คนข้างหลัง ที่สะพายกระเป๋าลายแมวน้อยน่ารักจังเลยครับ” “ขอเบอร์ได้มั้ยครับ” ตึก! ใจฉันกระตุกอย่างรุนแรง ฝีเท้าที่เคยย่างก้าวอย่างรวดเร็วพลันชะงัก ก่อนจะได้รับแรงกระทุ้งสีข้างเบา ๆ จากเพื่อนซี้นามว่า ‘อ้อมแอ้ม’ ในเวลาต่อมา “จี พวกเขาแซวแกอะ หันไปดูหน่อยดิหล่อมากเว่อร์” เพื่อนซี้เปลี่ยนจากกระทุ้งข้อศอกมาเป็นจับแขนฉันเขย่าแรง ๆ แทนเมื่อฉันยังคงไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบรับกลับคนพวกนั้นไป ภายนอกฉันคงดูเหมือนเป็นผู้หญิงที่ดูนิ่งมาก..หยิ่งมาก… แต่ใครเล่าจะรู้ว่าฉันใจสั่น และหายใจรัวเร็วมากขนาดไหน ยิ่งได้ยินเสียงผิวปากดังวี้ดวิ้วขึ้นตามหลัง อาการประหลาดที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดก็ยิ่งรังแต่จะกำเริบขึ้นเรื่อย ๆ “ไปเถอะ” ฉันเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ และทำเหมือนไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะรีบเดินไปข้างหน้าด้วยความไวว่องดั่งสายลม พุธโธ ธัมโม สังโฆ หายใจเข้าพุธ หายใจออกโธ สูดลมหายใจเข้าปอดตัวเองลึก ๆ และค่อย ๆ ผ่อนออกในเวลาถัดมา เมื่อเดินผ่านมาไกลจากจุดนั้นพอสมควรแล้ว อาการจึงเริ่มผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘เพื่อนซี้’ ที่กำลังเดินตามหลังมาก็ยังคงพล่ามเรื่องการกระทำของฉันไม่หยุด ให้ตายเถอะ… “จี! เป็นไรเนี่ย กี่ครั้งแล้วที่แกเดินหนีพวกผู้ชายมาดื้อ ๆ แบบนี้ พวกนั้นหน้าเสียหมดเลยนะ ฉันเห็นมีคนหนึ่งเขาเหมือนจะเข้ามาขอเบอร์แกด้วยซ้ำ ปีหน้าก็จะขึ้นปีสามแล้วนะจีแกไม่อยากมีหลัวเหมือนคนอื่นบ้างรึไง” เมื่อเพื่อนซี้พูดจบฉันจึงหันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันมุ่น พร้อมกับหอบหายใจด้วยความหงุดหงิดฟึดฟัด ฉันบิดปากส่งยิ้มแหย ๆ ให้มันไปเล็กน้อยเพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองผิด แต่ทำไงได้ล่ะ ความลับยังคงต้องเป็นความลับต่อไป “จียังไม่อยากมีแฟนหรอก หลัวน่ะหาเมื่อไหร่ก็ได้ตอนนี้ตั้งใจเรียนไปก่อนดีกว่าเนอะ” คำแก้ตัวแบบจริงบ้างเท็จบ้างถูกเอ่ยออกไป ก่อนที่ฉันจะก้าวเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง จุดหมายปลายทางก็คือจุดรอรถโดยสารของมหาลัยที่มักจะรับส่งนักศึกษาเพื่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เวลากลับหอของฉันแล้ว ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของฉันกำลังจะกลับคืนมาสักทีสินะ “ตลอด! แม่เด็กเรียน แม่คนอยู่ในกฎในกรอบ สาธุขอให้วันนี้แกเจอผู้รุกหนักเข้าให้สักคนเถอะ” บ้าบอ อวยพรอะไรกัน ฉันหันขวับไปมองเพื่อนตัวดีอย่างคนโกรธเคือง เกิดมันเป็นจริงขึ้นมาจะทำยังไง ทำไมเป็นคนปากเสียแบบนี้ไม่ดีเลยนะ “แอ้มอย่าพูดแบบนี้ดิ ก็รู้อยู่ว่าตัวเองปากศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนน่ะ” “เป็นจริงขึ้นมาก็ดีสิ เพื่อนฉันจะได้มีหลัวเป็นตัวเป็นตนกับคนอื่นเขาสักที” ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนซี้อย่างเอือมระอาอีกครั้ง ทำไมพักนี้คะยั้นคะยอให้มีหลัวบ่อยจังนะ เอ...สงสัยเพราะว่าแอ้มมีแฟนแล้วแน่ ๆ เลยอยากจะสวีทกับแฟนไม่อยากจะไปไหนมาไหนกับฉันแล้วสินะ มันน่าน้อยใจจริง ๆ “ถึงเวลาที่เหมาะสมเดี๋ยวจีก็มีเองแหละ แอ้มไม่ต้องห่วง จีไปก่อนนะรถมาแล้ว” ท้ายประโยคฉันเอ่ยบอกลาเพื่อนก่อนจะหมุนตัวเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังรถโดยสายคันสีดำเหลืองที่จอดสนิทอยู่ตรงข้าง ๆ ถนนเบื้องหน้า “เออ ๆ จะไปไหนก็ไปเลย พรุ่งนี้เจอกันอย่าตื่นสายล่ะ” “โอเซฮ้าบบ” เมื่อได้ยินคำเอ่ยไล่บวกกับคำเตือนจากเพื่อนซี้ตะโกนดังตามหลัง ฉันจึงหันไปยกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้จรดกันเป็นวงกลมสามนิ้วที่เหลือถูกกระดกขึ้นทำเป็นสัญลักษณ์โอเค พลางตะโกนตอบกลับเพื่อนไปพร้อมกับรอยยิ้มร่า อันที่จริงฉันเป็นคนบ้ าๆ บอ ๆ นะ ออกจะตลกติ๊งต๊องขี้เล่น และชอบสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าการกระทำของฉันมันมีขีดและขอบเขตที่จำกัด เพราะคนที่จะได้เห็นฉันในมุมมองนี้น่ะต้องไม่ใช่ผู้ชาย “ไปหน้ามอค่ะลุง” “จ้า ลูก” ยกเว้นลุงคนขับรถโดยสารมอไว้คนละกัน ฉันสามารถคุยเล่นกับลุงแกได้นะ ความจริงอาการของโรคแปลก ๆ นี่ มันก็เลือกปฏิบัติอยู่เหมือนกัน กับผู้ชายที่มีอายุแก่แล้วหรือว่าเด็กตัวเล็ก ๆ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวหรอก แต่ผู้ชายที่สามารถทำให้กลัวได้ต้องเป็นวัยที่ยังไงดีล่ะ ประมาณว่าเป็นวัยที่สามารถจะมีปฏิสัมพันธ์กันในเชิงชู้สาวกันได้ ฉันจะกลัวมาก...มากถึงมากที่สุด เรียกว่าอย่าได้เจอะได้เจอกันเลย อย่าได้เฉียดเข้ามาใกล้ แต่ก็นะ...ในบางเวลา บางสถานการณ์มันก็เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ฟุบ! สายลมเย็นพัดผ่านหน้าไปชั่ววูบ ก่อนที่ฉันจะรู้สึกตัวได้ว่าขณะนี้มีผู้ชายตัวสูงใหญ่คนหนึ่งทรุดนั่งลงตรงที่นั่งด้านข้าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบผู้ชายลอยเข้ามาแตะจมูก และนั่นยิ่งทำให้ใจที่เคยเต้นปกติกลับมากระหน่ำรัวเร็วราวกับกลองซิมบ้าอีกครั้ง ใกล้เกินไป รถโดยสารนี่ทำที่นั่งให้ใกล้กันเกินไปแล้ว แล้วผู้ชายคนนี้ก็เหมือนกัน ที่นั่งก็มีตั้งเยอะแยะจะมานั่งข้างฉันทำไมนะ อึก! เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ดังเล็ดลอดมาจากลำคอแห้งผากของฉันทันทีที่ผู้ชายในชุดนักศึกษาแต่งตัวไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไหร่ข้าง ๆ ขยับตัวจัดของพะรุงพะรังไว้ข้างตัวอีกฝั่งหนึ่ง จนเป็นเหตุให้เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันจนกระทั่งผิวเนื้อเราสัมผัสกัน ชีพจรฉันเต้นเร็วและแรงขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่าจากเมื่อครู่ เนื้อตัวเริ่มสั่นเทา ความหวั่นวิตกและความกลัวต่าง ๆ นานา เริ่มเข้ามาแทนที่ เหงื่อแตกพลั่กไปทั่วร่างอย่างไม่อาจห้ามได้ อะ...อันตราย ถ้าขืนฉันยังนั่งอยู่ที่เดิม ต้องได้หัวใจวายตายบนรถนี้แน่ ๆ แล้ววันพรุ่งนี้ข่าวประจำวันของมหาลัยก็จะถูกตีแผ่ในการพาดหัวข้อข่าวแปลกประหลาดที่ว่า ‘นักศึกษาสาว ดับอนาถบนรถโดยสารมหาลัยชื่อดัง! เหตุเพราะหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะนั่งข้างผู้ชาย’ หรือไม่งั้นก็ ‘ดับปริศนา! นักศึกษาสาวสิ้นใจโดยไร้สาเหตุขณะนั่งข้างหนุ่มหล่อ’ อืม...ทุเรศไม่เบาแต่ละความคิด แต่มันคือความจริงที่สามารถเกิดขึ้นได้กับฉันในวินาทีเสี่ยงตายตอนนี้จริง ๆ ต้องย้าย ฉันต้องย้ายที่นั่งเท่านั้น เมื่อคิดหาทางออกที่ดีที่สุดได้ ฉันก็รีบหยิบกระเป๋าผ้าบนตักขึ้นมาจับไว้แน่นด้วยสองมืออันสั่นเทา ปลายเล็บเท้าจิกเกร็งแน่นกับเนื้อผ้าภายใต้รองเท้าผ้าใบสีขาว ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เฮือกใหญ่เพื่อประคองทั้งสติ ร่างอันสั่นเทาและบัดนี้กำลังเปียกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ทว่า... ปรื้นนนนนน อ้ะ! ตุบ! รถโดยสารที่ถูกจอดนิ่งไว้เมื่อครู่ จู่ ๆ กลับเคลื่อนออกจากพื้นที่เดิมโดยไม่ให้สัญญาณอะไรกับฉันเลยเเม้แต่น้อย หรือว่าให้แล้วฉันไม่ได้ยินก็ไม่อาจทราบได้ และแทนที่จะได้ลุกยืนขึ้นอย่างปลอดภัยตอนนี้เลยกลับกลายเป็นความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะความที่รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วบวกกับร่างของฉันที่ไม่ค่อยมั่นคงจึงทำสถานการณ์พลิกผันกลายเป็นฉันล้มลงไปนั่งเก้าอี้ที่เพิ่งย้ายก้นขึ้นมาได้ไม่ถึง 5 วินาทีอีกครั้ง แต่จะไม่เป็นอะไรเลยหากจุดที่ฉันล้มตัวลงเป็นจุดเดิม ไม่ใช่เป็นตักแกร่งของผู้ชายหน้าหล่อที่นั่งอยู่ด้านข้าง บุคคลต้นเหตุที่ทำให้อาการของโรคกลัวผู้ชายกำเริบเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจอุ่นร้อน จากจมูกโด่งสวยเป่ารดลงตรงข้างแก้มฉันแผ่วเบา สัมผัสแนบแน่นของมือหนากอดรั้งเอวฉันเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าฉันจะตกลงไปนั่งกองกับพื้นหากไม่จับไว้ดี ๆ ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจที่เต้นรัวเพราะสัมผัสแนบชิดน่ากลัวจากผู้ชายคนนี้ส่งผลให้อาการเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวฉันหนักอึ้ง รู้สึกวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมอยู่รอมร่อ “เป็นอะไรวะ ทำไมตัวสั่น” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยชิดพวงแก้มนุ่ม เขาไม่ยอมขยับตัวออกห่าง สัมผัสอุ่นร้อนนั่นเลยได้โอกาสเสียดสีเข้ากับผิวแก้มฉันไปมาอย่างแผ่วเบา “ฉะ...ฉัน” เอ่ยออกไปได้เท่านั้น อาการพูดไม่ออกระบบการหายใจเริ่มติดขัดอย่างไม่ควรจะเป็นก็กำเริบขึ้นอย่างรุนแรง และพอหันไปสบตากับผู้ชายเจ้าของตักแกร่งคนนี้ก็ยิ่งทำให้อาการยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ถึงใบหน้านั้นจะรางเลือนแต่ฉันรับรู้ว่าเขาหล่อมาก… โครงหน้าดีมาก… เส้นผมที่ถูกปรกลงมาดูนุ่มนิ่มมาก... ตาคมสวยมาก... จมูกโด่งมาก... ฟุบ! และก่อนที่โลกทั้งใบจะดับมืดไป ความรู้สึกสุดท้ายของฉันคือ ริมฝีปากนั้น….

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.7K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook