หนี้แค้น
“ตอนนี้ยอดเงินพุ่งขึ้นเป็นสามสิบล้านแล้วครับนาย”
เสียงของลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ฝังขวาดังขึ้น
‘ตง’
เป็นมือขวาของนักธุรกิจเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ทำงานดีและไม่เคยขาดตกบกพร่อง
“จะให้ผมแจ้งเธอเลยไหมครับ”
เสียงของลูกน้องที่ยืนอยู่ฝั่งทางซ้ายมือพูดเสริมขึ้น
‘ต้า’
เป็นน้องชายฝาแฝดของตง ซึ่งมีฝีมือ และการทำงานที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายเลย
“ไม่ต้อง ปล่อยให้เล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ”
ร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำลุกขึ้นจากโซฟาจนเต็มความสูง ก่อนจะเดินไปยังด้านหน้าที่เป็นกระจกใส มองไปผู้คนที่กำลังลงเงินเล่นไพ่กันอยากขวักไขว่ มุมปากหยักยกยิ้มร้ายขึ้นอย่างพอใจเมื่อเห็นร่างบางลออของหญิงสาววัยกลางคน ที่กำลังทำหน้าหงิกงอเนื่องจากว่าเธอเสียพนันจนหมดตัวในวันนี้
‘อัคคี’ หรือ ‘ไฟ’
หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสองปี เขาเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ และบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีทั้งอำนาจและเงินทองมหาศาล สามารถที่จะชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ทั้งนั้น โดยที่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดกับเขาได้ สายตาคมหรี่ลงจ้องมองไปยังร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขานั้นเคยรักจนสุดหัวใจ
เหตุการณ์ในครั้งนั้นยังคงตอกย้ำในความรู้สึกของอัคคีอยู่เสมอ เมื่อสิบเก้าปีที่แล้ว เขาเป็นเพียงแค่นักศึกษาจบใหม่และทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ได้รับเงินเดือนแค่ไม่กี่พัน ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจนทำให้เขาต้องดิ้นรนสู้ชีวิตโตมาอย่างยากลำบาก
แต่ในความโชคร้ายนั้นก็ยังมีความโชคดีอยู่ เมื่ออัคคีมีแฟนสาวแสนสวยเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยที่คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเสมอมา ทั้งสองวางแผนที่จะแต่งงานและสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่จนแล้วจนรอดอัคคีก็ยังคงเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง แถมเงินเดือนที่ได้มาก็เกือบจะไม่พอเมื่อต้องส่งให้มารดาทางบ้าน ทำให้อัคคีและแฟนสาวมีปัญหากันอยู่บ่อยครั้ง
วันหนึ่งเขาก็ออกไปทำงานตอนเช้าปกติแต่แล้วในระหว่างวันเขาก็กลับได้รับโทรศัพท์ของแฟนสาวที่โทรเข้ามาบอกว่าจะแต่งงานและขอตัดความสัมพันธ์กับตน
ด้วยความที่ไม่เชื่อทำให้อัคคีรีบพรวดพลาดออกมาจากบริษัท
เมื่อเขามาถึงหน้าบ้านพัก ก็เห็นแฟนสาวได้เดินขึ้นรถตู้ไปกับผู้ชายรูปร่างอวบใหญ่ที่แก่คราวพ่อ เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันที แต่ก็กลับโดนเธอไล่อย่างกับหมูกับหมา แถมผู้ชายคนนั้นยังสั่งให้ลูกน้องสามคนช่วยกันซ้อมเขา จนสาหัสปางตายนอนซมอยู่ในโรงพยาบาลนานเกือบสองอาทิตย์ และหลังจากนั้นอัคคีก็ตกงาน
เนื่องจากเอาแต่กินเหล้าเมาทุกวัน ไม่ยอมไปทำการทำงาน คอยพร่ำเพ้อหาแต่หญิงสาวคนรัก จนเขาแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน
อยู่มาวันหนึ่งอัคคีเดินอยู่แถวถนนซอยในตลาดใกล้ๆกับบ้านพัก ในระหว่างที่เขากำลังยืนซื้อสุราอยู่หน้าร้านค่าแห่งหนึ่งอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงแก่ๆของชายคนหนึ่งดังขึ้น
‘ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! โจรขโมยกระเป๋า’
และโจรคนนั้นก็วิ่งตรงมาทางที่เขากำลังยืนอยู่พอดี ด้วยสัญชาตญาณทำให้อัคคีวิ่งตามโจรคนนั้นไป จนตามแย่งกระเป๋าสีดำใบเล็กมาคืนให้กับชายวัยชราคนนั้นได้
ชายชราหยิบธนบัตรราคาหนึ่งพันบาทออกมาปึกหนึ่งแล้วยื่นให้เขา แต่อัคคีกลับปฏิเสธไม่รับของกำนัลนั้น ทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของกระเป๋ารู้สึกถูกชตาจึงได้ชักชวนให้อัคคีไปทำงานด้วย
อัคคีเป็นคนเรียนรู้เร็ว ขยันในการทำงาน และมีความฉลาด จึงทำให้เขากลายเป็นมือขวาของ
’เสียทรงชัย’
ผู้เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เสียทรงชัยรู้สึกเอ็นดูอัคคีที่เป็นคนซื่อสัตย์ และมีความกตัญญูในครั้งที่มารดาของอัคคียังมีชีวิตอยู่ เขาได้ส่งเงินเดือนที่ได้รับโดยแบ่งเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ให้มารดาทุกเดือน
ต่อมาเสียทรงชัยได้ล้มป่วยอาการทรุดหนักอย่างไม่มีสาเหตุ จึงได้เรียกให้ทนายเข้ามาพบ ซึ่งตัวของเสียทรงชัยนั้นไม่มีทายาท จึงได้จดทะเบียนรับอัคคีเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สานต่อกิจการของบริษัท ซึ่งเสียทรงชัยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าคงมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นานนัก
เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน เสี่ยทรงชัยได้เสียชีวิตลง ทำให้อัคคีที่เป็นทายาทแต่เพียงคนเดียว ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานและเจ้าของธุรกิจต่างๆในเครือของ ‘โรจนวัฒน์’ ทั้งหมด และเขาก็ได้ทำธุรกิจสีเทาอีกอย่างหนึ่งก็คือ บ่อนพนันที่ทำรายได้ให้ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านต่อปี
อัคคีเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มีหน้าตาหล่อคมเข้ม แต่กลับมีผิวกายที่ขาวราวกับฝรั่ง ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ หรือแม้แต่สาวเทียม ต่างก็พากันหลงใหลได้ปลื้ม หมายปองอยากจะเป็นคุณนายพันล้าน จนอัคคีได้รับรางวัล
‘หนุ่มโสดชวนฝัน’
จากนิตยาสารกอสซิปชื่อดัง
‘ปาริดา’
หญิงวัยกลางคนที่ยังคงมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม และผุดผาดราวกับสาววัยแรกแย้ม ความงดงามของเธอนั้นไม่ได้แตกจากจากเมื่อสิบเก้าปีที่แล้วแต่อย่างใด นับตั้งแต่สามีของเธอได้สิ้นชีวิตลงและทิ้งหนี้กองโตไว้ให้เธอ ทำให้ปาริดาต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูลูกสาวให้เติบโตมาแต่เพียงลำพัง จนมาเจอเข้ากับรุ่นพี่คนหนึ่งได้ชวนให้เธอลองเล่นการพนัน ซึ่งครั้งนั้นเธอได้เงินในคราวเดียวเกือบสองแสน จึงทำให้ปาริดากลายเป็นผีพนันจนมาถึงทุกวันนี้
ด้วยเจ็บปวดในความรักที่ถูกย่ำยีในครั้งครั้งนั้น ทำให้อัคคีกลายเป็นคนเลือดเย็น ราวกับไม่มีหัวใจ มีผู้หญิงมากหน้าลายตาเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวของนักธุรกิจดัง เขาก็ปฏิเสธไม่คิดจะผูกมัดตัวเองไว้กับหญิงใด แต่อาจจะมีบ้างที่เขาเรียกผู้หญิงเข้ามาบริการเป็นชั่วครั้งชั่วคราวตามประสาอารมณ์กำหนัดของผู้ชาย และเมื่อเสร็จกิจพวกนางในเหล่านั้นก็ได้เช็คเงินสดเจ็ดหลัก เพื่อตัดสัมพันธ์ทันที
ในครั้งที่อัคคีได้พบกับปาริดาอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเขาที่คอยถูกเธอเหยียบย่ำซ้ำลงให้จมดิน บัดนี้ได้ลุกโชนขึ้นเป็นไฟร้อนเร่าที่ต้องการจะแผดเผาให้เธอเจ็บปวดตายทั้งเป็น อัคคีรู้ว่าปาริดาได้ติดการพนันอยู่ในบ่อนของตัวเอง จึงได้สั่งให้ตงลูกน้องมือขวาปล่อยเงินออกไปให้เธอกู้ยืม จนตอนนี้ยอดพุ่งขึ้นทะลุสามสิบล้าน
อัคคียิ้มกริ่มอยู่ในใจ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าปริดารู้ว่าไอ้กระจอกไม่มีอนาคตที่เธอเคยย้ำยีหัวใจอย่างไม่ใยดี ซึ่งในบัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่ร่ำรวยเป็นหมื่นๆล้าน และยังเป็นเจ้าหนี้ของเธออีก เขาอยากจะรู้นักว่าเธอจะทำอย่างไร
“ไหม!!!”
เสียงทุ้มใหญ่เรียกชื่อของคนรักดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้สาวน้อยผมถักเปียสองข้างในชุดนักเรียนมัธยมปลายต้องหันหลังไปมองตามเสียง
“พี่ดิน!”
ร่างบางของสาวน้อยเดินเข้าไปหาร่างใหญ่ด้วยความดีใจหลังจากที่แพรไหม ไม่ได้เจอหน้ากับแฟนหนุ่มนานราวสองเดือนได้
‘ดิน’ หรือ ‘นฤบดินทร์’
วิศวกรหนุ่มอนาคตไกล ที่กำลังทำงานใช้ทุนอยู่ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย นฤบดินทร์และแพรไหมได้คบหาดูกันตั้งแต่สาวน้อยยังเรียนอยู่มอสี่
ซึ่งตอนนั้นเขาก็ยังเรียนอยู่ปีสามที่มหาวิทยาลัยของรัฐบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และเมื่อเขาได้เรียนจบจึงจำเป็นต้องลงใต้ไปทำงานเพื่อใช้ทุนสี่ปี ทำให้ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้เจอหน้ากันบ่อยเหมือนเช่นเมื่อก่อน
“รอพี่นานไหมครับ นี่เพิ่งลงเครื่องมาเลยนะ”
นฤบดินทร์ยกมือขึ้นยีศีรษะเล็กอย่างเอ็นดูและรักใคร่ในตัวของสาวน้อย
“ไม่นานเลยค่ะ แต่ถึงแม้จะนานไหมก็รอได้เสมอ”
เพียงแค่เธอได้เห็นหน้าของคนรัก ก็ทำให้สาวน้อยมีความสุขจนปรี่ล้น นฤบดินทร์เป็นผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เขาให้เกียรติเธอเสมอ ไม่เคยแม้จะจะล่วงเกิน ทั้งคู่ทำแค่เพียงเดินจับมือกันเท่านั้น
“ปากหวานอย่างนี้จะอ้อนเอาอะไรน้า.. ไอติม หรือ อาหารญี่ปุ่น หรือว่า..”
“พอแล้ว! เห็นไหมเป็นเด็กหรือไงคะ ที่จะอ้อนเอาของกิน”
แพรไหมทำหน้างอนแก้มป่องอย่างน่ารักน่าเอ็นดู จนนฤบดินทร์อดไม่ได้ที่จะก้มลงหอมแก้มนวลของสาวน้อยด้วยความคิดถึงและโหยหาอย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อน
“อุ้ย! พี่ดิน”
ดวงหน้าหวานเหว๋อไปทันทีเมื่อรู้สึกถึงปลายจมูกโด่งชนเข้าที่แก้มนุ่มของตัวเอง แทนที่สาวน้อยจะโกรธแต่ก็กลับก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย
“ไม่แกล้งละ ป่ะ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงไอติม”
ใบหน้าหล่อคมยิ้มกริ่มเล็กน้อย มองดูร่างบางในชุดนักเรียนของแฟนสาวที่เอาแต่ยืนม้วนไปม้วนมา
“ก็ได้ค่ะ ไหมจะกินให้พี่ดินหมดตัวเล้ยยยย!!!”
แพรไหมทำท่าทางประกอบคำพูดจนยืนมือออกไปชนเข้ากับร่างของใครสักคนที่กำลังเดินผ่าน
“อุ้ย! ขอโทษค่ะ”
ร่างบางหันไปก่อนจะก้มหัวลงอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร”
เสียงนุ่มสุขุมดังขึ้นชวนให้สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมอง อยากจะเห็นร่างของเจ้าของเสียงหล่อๆนั้นยิ่งนัก
ทันทีที่ได้เห็นบุรุษคนที่เธอพาดมือไปโดน ทำให้สาวน้อยวัยสิบแปดปีถึงกับต้องตาค้างตกตะลึงในความหล่อเหลาของบุรุษเพศที่ยืนอยู่ตรงหน้า ยิ่งพอได้สบกับดวงตาคมใต้เรียวคิ้วเข้มหนาที่โก่งรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ทำให้คนมองนิ่งดั่งต้องมนต์สะกด ใบหน้าคร้ามคมที่มีลูกผมตรงไรหูและไรเคราบางๆดูรับกับผิวขาวตามแบบฉบับของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าผู้คนนับร้อยที่เดินผ่านไปมา ไหล่หนากว้างที่ตั้งตรงดูผึ่งผายจนทำให้สาวน้อยแอบนึกไปถึงความอบอุ่นของแผงอกนั้น