บทที่ 1 จดหมายที่เพิ่งได้รับ
สายตาเหนื่อยล้าทอดมองไปยังโต๊ะทำงานตัวโปรด กองเอกสารมากมายวางสุมแทบถึงช่วงเอว เขาเพียงทำได้แค่ถอนหายใจ
“เฮ้อ ..”
คณิน หนุ่มนักธุรกิจวัย 32 ปี ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน แต่แล้วในกองเอกสารตั้งสูงตรงหน้ากลับมีบางอย่างสะดุดสายตาเขาจนถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“นั่น ... อะไร?”
ซองจดหมายสีเหลืองอ่อน ถูกสอดมาระหว่างกองเอกสาร เขาหยิบขึ้นมาดูความสงสัย
.. ในยุคที่ทุกอย่างก้าวสู่โลกออนไลน์ กลับมีใครบางคนยังส่งจดหมายอยู่อย่างนั้นเหรอ?
ดวงตาคมจ้องมองตัวหนังสือที่ขีดเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน ลายมือสวยสดงดงาม เขาไล่สายตาอ่านอย่างเชื่องช้า จนถึงชื่อผู้ส่ง และนั่นหัวใจกลับเต้นระรัวแทบจะระเบิดออก
.. เมริน
ชื่อที่เขาไม่เคยลบไปจากหัวใจ ชื่อของเพื่อนสาวคนสนิท หรือถ้าจะพูดให้ถูก เธอคือรักแรกของเขา
“เม ..”
เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว ดวงตายังคงเบิกโพรงด้วยความตื่นตะลึง นิ้วมือสั่นเทา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ และรีบเปิดซองจดหมายนั้นทันที
“ถึงคณิน”
เพียงแค่ประโยคแรกที่เขียนชื่อของเขา ริมฝีปากที่ไม่เคยเหยียดยิ้มจากหัวใจมาเนิ่นนาน ก็เริ่มคลี่ออกบาง ๆ
“สวัสดีคณิน เธอเป็นอย่างไรบ้าง เธอยังจำเราได้อยู่หรือเปล่า? เราเห็นข่าวเธอผ่านรายการโทรทัศน์ เรายินดีด้วยนะ สำหรับธุรกิจของนายที่เติบโตก้าวหน้าได้อย่างดี ที่เราเขียนจดหมายมาหาเธอวันนี้ ก็เพราะข่าวอีกนั่นแหละ”
ริมฝีปากยังคงคลี่ยิ้มไว้ แต่คิ้วหนากลับย่นเข้าหากันเล็กน้อย
“ข่าวการหย่าร้างของนายกับไฮโซสาวคนนั้น นายคงเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยเลยสินะ แต่ไม่เป็นไรหรอกเรารู้ว่านายเข้มแข็ง นายจะต้องผ่านมันไปได้แน่ ๆ เหมือนที่ผ่านมา ...”
นัยน์ตาสีอัลมอนด์ฉายแววเศร้าลง เมื่อหวนนึกถึงวันที่การหย่าร้างของเขากับอดีตภรรยาขึ้นหน้าสื่อออนไลน์ รวมไปถึงรายการบันเทิง
แต่แล้วเขาถึงกลับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้ง เมื่อการหย่าร้างของเขาผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว
คำถามมากมายผุดขึ้นในใจ ทำไมเธอเพิ่งติดต่อหาเขา? ทำไมเธอยังคงเขียนจดหมายอยู่? เธอเป็นอย่างไรบ้าง? เธอสบายดีหรือเปล่า? .. แล้วเธอแต่งงาน มีครอบครัวหรือยัง?
“ที่เราเขียนจดหมายมาหาเธอในวันนี้ เราเพียงแค่คิดถึง เราคิดถึงนายตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา”
ริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อสายตาเลื่อนมาถึงคำว่า ‘คิดถึง’ เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ร่างกายซูบผอม ผิวสีขาวซีด และผมยาวประบ่า ใบหน้าของเธอยังเขายังคงจำได้แม่น แม้จะไม่ได้เจอหน้ากันมานานแล้วก็ตาม
... เขาเองก็คิดถึงเธอเช่นกัน คิดถึงตลอด ไม่เคยเลือนหายไปจากใจ
“วันนั้น ... วันที่เราต้องแยกจากกัน เรามีเรื่องมากมายที่ไม่ได้บอกออกไป เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านายจะได้อ่านมันจากจดหมายฉบับก่อนหน้าที่เราส่งไปหานะ เราขอโทษที่ไม่มีโอกาสให้พูดจากปาก เราผิดเอง เราผิดเองจริง ๆ”
“สุดท้ายนี้ เราขอให้นายมีความสุข และได้พบรักครั้งใหม่อีกครั้ง”
เนื้อหาในจดหมายสิ้นสุดที่กลางหน้ากระดาษสมุดลายเส้น พร้อมกับสายตาของเขาที่เลื่อนลงต่ำไปด้านล่างมุมขวา
“เมริน 28/3/2568”
คณินเม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าว ดวงตาเริ่มสั่นไหว เมื่ออ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายในจดหมายนั้น
แต่แล้วเขาต้องแปลกใจ เมื่อวันที่ในจดหมาย ผ่านมาเกือบ 2 เดือน ทำไมเขาเพิ่งได้รับมันตอนนี้?
หากย้อนดูจากวันที่ เมรินเขียนมาหลังจากข่าวคราวการหย่าของเขาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ จดหมายของเธอไปตกหล่นอยู่ที่ไหน
ร่างสูงลุกพรวดจากเก้าอี้และออกจากห้องทำงานภายในบ้านหลังใหญ่ กวาดสายตามองหาแม่บ้านด้วยความร้อนใจ
“ป้าครับ” ทันทีที่เขาเห็นทิพย์วรรณ แม่บ้านที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่เขามาเนิ่นนาน ถึงกับรีบเรียกเธอออกไป
“คะ คุณบอม” ทิพย์วรรณหันหน้ามามองผู้เป็นนาย พร้อมเรียกชื่อเล่นติดปาก
“จดหมายซองสีเหลืองมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”
“จดหมายไหนคะ? ... คุณบอม” ทิพย์วรรณเอียงคอเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่น
“ก็จดหมายที่วางซ้อนในกองเอกสารผมน่ะครับป้า” คณินพยายามอธิบายให้ชัดเจนด้วยความร้อนใจ
“อ๋อ ... จดหมายซองนั้นคุณนายเพิ่งให้คนรถเอามาให้ค่ะ เห็นว่ามันส่งไปที่บ้านคุณนาย”
คณินนิ่งอึ้ง เขามัวแต่ดีใจกับชื่อเมรินที่เป็นผู้ส่ง จนไม่ได้ดูที่อยู่ผู้รับให้ดีเสียก่อน จึงไม่รู้เลยว่าจดหมายนั้นส่งไปที่บ้านแม่
“เพิ่งเอามาให้เหรอครับ?” เขาถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ
“ใช่ค่ะ มาเมื่อเช้า ป้าเห็นว่าจ่าหน้าซองถึงคุณบอมเลยเอาไปไว้ให้ที่ห้องทำงานค่ะ” ทิพย์วรรณตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมอธิบายให้เขาฟังอีกครั้ง
“แต่ป้าไม่คิดเลยว่ายุคนี้ สมัยนี้ยังมีคนเขียนจดหมายอยู่อีก ทำให้ป้านึกถึงตอนที่จีบกับผัวใหม่ ๆ เลยค่ะ” เสียงหัวเราะของทิพย์วรรณดังขึ้น ขณะที่เธอหวนนึกถึงตัวเองในวัยสาว โดยไม่ได้เหลือบสายตามองผู้เป็นนายที่ท่าทางร้อนรน ใบหน้าบึ้งตึง
“ครับ ๆ” คณินพ่นลมหายใจแรง พยายามซ่อนความหงุดหงิดใจเก็บไว้ให้ลึกสุด ทิพย์วรรณไม่ได้ผิดเลยที่เพิ่งนำจดหมายมาให้
คณินก้าวขายาว ๆ เดินกลับเข้าห้องทำงานไปด้วยความหงุดหงิด พลางคิดถึงเมริน
“.. ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะ”
คณินทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานตามเดิม หยิบกระดาษขึ้นมาอ่านอีกครั้ง พร้อมย้อนกลับไปดูถึงหน้าซองจดหมาย
ชื่อที่อยู่ของเธอยังคงเป็นบ้านเลขที่เดิม หมู่บ้านเดิม และที่หมู่บ้านนั้น คือที่ที่เขาและเธอเคยมีความทรงจำร่วมกัน
เรื่องราวมันเริ่มต้นเมื่อ 15 ปีก่อน
เสียงฝีเท้าดังกระทบกับพื้นหินเกร็ดหน้าบ้านไม้สักหลังใหญ่ คณินเงยหน้าขึ้นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ บ้านที่เขาถูกส่งมาอยู่โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
บ้านของคุณย่า สถานที่ที่พ่อส่งเขามา เพราะหมดความอดทนกับพฤติกรรมของเขา
“มาถึงแล้วเรอะ คณิน” ชื่น เอ่ยทักทายหลานชายตัวดีที่เพิ่งเดินทางมาถึง เธอนั่งอยู่ที่ม้าหินหน้าบ้าน สวมผ้าถุงเก่า ๆ กับเสื้อคอกระเช้าสีขาว สายตาของเธอไม่ได้ดุด่า ไม่ได้อบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกปลงตก
“ครับ สวัสดีครับ คุณย่า” คณิน วางกระเป๋าเดินทางลง ยกมือไหว้ชื่นอย่างนอบน้อม ทอดสายตาทอดมองหญิงชราตรงหน้า
“พ่อแกส่งจดหมายมาบอกย่าว่าคราวนี้จะให้อยู่ยาว” ชื่นพูดพร้อมถอนหายใจ “ไปทำอะไรมาอีกล่ะ?”
คณินไม่ตอบ แค่เม้มริมฝีปากแน่น ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่อยากเล่าว่าทำไมพ่อถึงหมดความอดทน ไม่อยากนึกถึงภาพวันที่พ่อฟาดมือลงบนโต๊ะ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังที่สุดในชีวิต
“ถ้ามึงยังเป็นแบบนี้ต่อไป มึงก็ไม่ต้องอยู่ในบ้านกูแล้ว!”
คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในหูของเขา แม้ว่าจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตาม
“เข้าไปพักเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนใหม่แล้ว” คุณย่าพูดตัดบท ก่อนหมุนเท้าเดินกลับเข้าบ้านไป
“คุณย่าครับ ถ้าผม .. ขอไปเดินเล่นแถวนี้หน่อยได้มั้ยครับ”
ชื่นหันมองหลานชายด้วยใบหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“เอาเถอะ ก็ดีเหมือนกัน เอ็งต้องอยู่ที่นี่อีกนาน”