หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เพลินมาศและพีรดนย์ออกเดินทางจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยนกเหล็กลำยักษ์ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนโดยสวัสดิภาพ
เมื่อสองพี่น้องลงจากเครื่องบิน ก็พบว่ามารดาและคนขับรถมารอรับอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เพลินมาศเห็นผู้เป็นแม่ หญิงสาวก็ทิ้งพี่ชายสุดที่รักวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดมารดาด้วยความดีใจ
“แม่จ๋า...เพลินคิดถึงแม่ที่สุดเลย...” ว่าจบเพลินมาศก็ผละออกมาหอมแก้มคุณนายทองระย้าซ้ายทีขวาที ทำเอาท่านยิ้มจนแก้มปริ ก่อนจะผลัดกันหอมแก้มลูกสาวคนสวยไปเสียหลายหน
“แม่ก็คิดถึงหนูจ้า...ชื่นใจจริง ๆ คนสวยของแม่จ๋า...”
“แล้วผมล่ะครับแม่...”
พีรดนย์แสร้งเรียกร้องความสนใจ ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตหลายใบ เขาจอดรถเข็นให้คนขับรถได้รับช่วงต่อ ก่อนยืนส่งยิ้มให้กับคุณนายทองระย้า
“แม่ก็คิดถึงพี่พีเหมือนกันครับ...มาให้แม่ชื่นใจหน่อยสิคนเก่งของแม่...” สิ้นเสียงของมารดา พีรดนย์ก็โน้มตัวลงให้มารดาได้หอมแก้มให้ชื่นใจ จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าสวมกอดกันด้วยความคิดถึง
“ไป ๆ เราไปคุยกันบนรถดีกว่า ขืนชักช้าเดี๋ยวถึงบางปลาม้ามืดค่ำพอดี”
สองพี่น้องพยักหน้ารับโดยพร้อมเพรียงกัน จากนั้นทั้งคู่ก็เดินควงแขนมารดาออกไปจากอาคารสนามบิน เพื่อไปขึ้นรถมินิแวนคันหรู โดยมีจุดหมายปลายทางคืออำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของคุณนายทองระย้า เศรษฐินีคนดังแห่งเมืองสุพรรณฯ ที่มีธุรกิจใหญ่โตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจการโรงสีข้าว ปั๊มน้ำมัน ตลอดจนโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้าที่พีรดนย์ได้เริ่มเอาไว้ในช่วงที่ชายหนุ่มกลับมาประเทศไทยในช่วงปิดเทอม และหลังจากนี้ลูกชายคนโตของคุณนายทองระย้าก็ตั้งใจว่าจะกลับมาสานต่อธุรกิจของเขา รวมไปถึงช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัว
“ดอกเตอร์พีของแม่เรียนจบแล้วใช่ไหมครับ” คุณนายทองระย้าเอ่ยถามลูกชายในขณะที่ทุกคนขึ้นมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันภายในรถมินิแวนคันงาม
“ครับแม่...เหลือแค่รับปริญญา”
“แล้วพี่พีวางแผนจะทำอะไรต่อ อยากเรียนต่อที่ไหนอีกไหม บอกแม่มาได้เลยนะลูก เรื่องเรียนแม่เปย์ไม่อั้น”
“คงไม่แล้วครับแม่ ผมอยากกลับมาทำงานแล้วครับ อยากอยู่ช่วยแม่ด้วย กลัวแม่จะเหงา”
“เหงาอะไรกัน...แม่มีน้องเพลินอยู่ทั้งคน”
สิ้นเสียงมารดา สองพี่น้องก็ลอบมองหน้ากันอย่างมีลับลมคมใน เนื่องจากเพลินมาศยังไม่ได้บอกมารดาเรื่องที่เธอตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ และยิ่งไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยก็ได้ตอบรับมาแล้ว โดยมีกำหนดการรายงานตัวในอีกสามเดือนข้างหน้า
พีรดนย์ส่งสายตาขึงขังมาทางน้องสาว ทำให้เพลินมาศจำต้องตัดสินใจเอ่ยปากบอกคุณนายทองระย้า
“เอ่อ...แม่คะ...คือว่า...เพลินมีเรื่องจะบอก...”
เสียงหวานตะกุกตะกักของลูกสาว อีกทั้งใบหน้างดงามที่ฉายแววลังเล ทำให้คนเป็นแม่คิ้วขมวดเข้าหากัน พลางมองเพลินมาศเพื่อรอฟังในสิ่งที่คนเป็นลูกกำลังจะกล่าวต่อไป
“คือว่าเพลินตัดสินใจว่าจะเรียนต่อโทค่ะแม่ เพลินก็เลยลองสมัครดูก่อนที่จะกลับมา แล้วทางมหาลัยก็เพิ่งจะตอบรับมาค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นคุณนายทองระย้าก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดด้วยความโล่งอก ตอนแรกท่านก็คิดว่ามีเรื่องร้ายอะไร ที่แท้ก็เป็นเรื่องเรียนต่อนั่นเอง
“โธ่เอ๊ย ! แม่ก็นึกว่าเรื่องอะไร เรียนก็เรียนสิลูก จะเรียนต่อถึงปริญญาเอกเหมือนพี่พีก็ได้ แม่สนับสนุนเต็มที่”
“แต่ว่า...เพลินเรียนต่อที่ลอนดอนนะคะแม่”
สิ้นเสียงหวานของลูกสาวสุดที่รัก คุณนายทองระย้าก็พลันชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าที่เคย
แช่มชื่นแปรเปลี่ยนเป็นหมองหม่น เมื่อได้รับรู้ว่าลูกสาวจะต้องออกจากอ้อมอกของแม่ไปเรียนต่อแดนไกลอีกครั้ง
“หนูแน่ใจแล้วเหรอลูก ลองหาที่เรียนในไทยไม่ดีกว่าเหรอ”
“ตอนแรกเพลินก็ชั่งใจอยู่เหมือนกันค่ะ แต่เพลินอยากหาประสบการณ์ อีกอย่างหนึ่งเพลินจะได้พัฒนาเรื่องภาษาด้วย” เหตุผลของเพลินมาศทำคนเป็นแม่ทอดถอนใจออกมาอีกครั้ง
“ก็แม่เป็นห่วงนี่นา...” คุณนายทองระย้าว่าพลางยกมือขึ้นประคองแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวอันเป็นแก้วตาดวงใจ "นี่ถ้าพี่พียังอยู่ที่โน่น แม่ก็จะสบายใจอยู่หรอก แต่นี่อีกไม่นานก็จะขนข้าวของกลับบ้านถาวรแล้ว แล้วน้องเพลินของแม่จะไปอยู่คนเดียวได้ยังไง"
เมื่อมารดาว่าแบบนั้น เพลินมาศจึงหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย พีรดนย์จึงยื่นหน้าเข้ามาเสริมทัพช่วยน้องสาว
“แม่ครับ ย่านที่เราอยู่กันน่ะปลอดภัยมากเลยครับ อีกอย่างน้องเพลินก็มีเพื่อนฝูงเยอะแยะเต็มไปหมด ไหนจะเพื่อนผมอีก เดี๋ยวผมจะฝากฝังให้ช่วยดูแลน้องเพลินอีกแรงหนึ่ง”
เมื่อลูกชายชักแม่น้ำทั้งห้ามาช่วยแบบนั้น คุณนายทองระย้าก็อ่อนใจที่จะโต้แย้ง ท่านพยักหน้ารับพร้อมฝืนยิ้มออกมา ทว่านัยน์ตาของท่านก็ยังฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
เพลินมาศเห็นแบบนั้นก็เลยเข้าสวมกอดมารดา พร้อมซุกซบใบหน้าลงบนอกของท่านเพื่อเป็นการออดอ้อน
“แม่จ๋าของเพลินน่ารักที่สุดเลย เพลินสัญญาว่าจะตั้งใจรีบเรียนให้จบและรีบกลับมานะคะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงน้า เพลินจะดูแลตัวเองอย่างดีเลยค่ะ”
“เฮ้อ...อืม ๆ แม่จะไปขัดอะไรได้ล่ะ แต่ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรเพลินต้องส่งข่าวบอกแม่กับพี่พีทันทีนะลูก”
“ค่ะ เพลินสัญญา รักแม่นะคะ”
ว่าจบเพลินมาศก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มมารดาหนึ่งฟอด ก่อนจะเข้าสวมกอดท่านอีกครั้ง พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้พี่ชาย ทำเอาพีรดนย์โคลงศีรษะเบา ๆ ในความทะเล้นของน้องสาว
หากเป็นเมื่อก่อน พีรดนย์คงเป็นห่วงเพลินมาศไม่น้อย ถ้าจะต้องปล่อยเธอไปเรียนต่อต่างแดนเพียงลำพัง ทว่าหกเดือนที่ผ่านมา เพลินมาศได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอสามารถดูแลและรับผิดชอบตนเองได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มจึงไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลเท่าไรนัก
หลังจากคุยกับมารดาจนเข้าใจ และได้ไฟเขียวในการไปเรียนต่อ เพลินมาศก็หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาส่งข้อความหาสุนิสาผู้เป็นเพื่อนรัก แจ้งข่าวคราวในการเดินทางมาถึงเมืองไทย จากนั้นเธอก็เปิดอินสตาแกรมขึ้นมา เพื่อเข้าไปส่องดูความเคลื่อนไหวของเสกข์ ซึ่งเธอมักจะทำเช่นนี้ทุกวันจนติดเป็นนิสัย และกิจกรรมล่าสุดของชายหนุ่มก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเพลินมาศเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ในอินสตาแกรมของเสกข์ปรากฏภาพถ่ายจากงานเลี้ยงหรูที่มีแต่บรรดาหนุ่มสาวไฮโซและผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ในภาพนั้นเสกข์ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมาย ทว่าคนที่ยืนเคียงข้างเขาคือนางแบบสาวชื่อดัง หล่อนยืนควงแขนเสกข์อีกทั้งยังเอนศีรษะซบลงบนไหล่กว้าง ท่าทางของทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ
มือบางรีบกดปิดหน้าจอด้วยความไม่ชอบใจ ก่อนนึกบ่นเพื่อนรักในใจ
'ยัยนิสา...ไหนบอกว่าอาของเธอไม่เคยสนใจใครไงล่ะ'
เพลินมาศหลับตาลงเพื่อข่มกลั้นอารมณ์หึงหวง ก่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ทว่าพอมองออกไปนอกหน้าต่างก็ต้องหงุดหงิดหัวเสียขึ้นมา เมื่อพบกับภาพนางแบบสาวคนเดิมอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดยักษ์บนทางด่วน
เพลินมาศตัดสินใจปรับเบาะเอนหลังลงนอน ก่อนข่มตาให้หลับเพื่อลืมเรื่องราวที่ทำให้หัวใจของเธอต้องว้าวุ่น และเพียงไม่นานหญิงสาวก็เดินทางเข้าสู่ห้วงนิทรา