ในช่วงสายของวันหยุดสุดสัปดาห์ ภายในอาณาบริเวณของคฤหาสน์รังสรรค์พิภพ อันเป็นตระกูลมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง อีกทั้งยังสืบเชื้อสายผู้รากมากดีเก่าแก่ ทว่าน้อยครั้งนักที่จะเปิดบ้านต้อนรับบุคคลภายนอก
ทว่าเมื่อคืน เจ้าของเคหสถานหลังงามได้จัดงานเลี้ยงขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อฉลองงานรับปริญญาให้กับบุตรสาวคนเล็ก
เพื่อนฝูงชายหญิงมากมายต่างมาดื่มกินกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง กว่าจะแยกย้ายกันกลับบ้านก็ผ่านไปกว่าครึ่งค่อนคืน จะเหลือก็แต่เพลินมาศ เพื่อนรักของลูกสาวเจ้าของบ้านที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ
แต่ทว่า...เธอกลับอยู่ผิดที่ผิดทาง
เพลินมาศรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั่วร่างกาย เธอค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ จ้องมองฝ้าเพดานที่มีโคมไฟระย้าสไตล์โมเดิร์นซึ่งดูไม่คุ้นตา
หญิงสาวรู้สึกลำคอแห้งผาก สากราวกับกระดาษทราย นั่นคงเป็นผลพวงมาจากปาร์ตี้เมื่อคืน เธอและเพื่อน ๆ ต่างดื่มกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอจำแทบไม่ได้ว่าขึ้นมานอนบนเตียงนี้ได้อย่างไร
“หิวน้ำจัง”
เสียงหวานเจือแหบแห้งว่าจบก็พยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แต่คนตัวเล็กลุกขึ้นได้เพียงลำตัวท่อนบนเท่านั้น ก็จำต้องทิ้งตัวลงนอนดังเดิม เนื่องจากความหนักอึ้งบนเอวบางที่มีบางอย่างทาบทับเอาไว้
เมื่อเธอยกศีรษะขึ้นไปมองก็ต้องตกใจนัยน์ตาเบิกโพลง เพราะในตอนนี้ ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าล่อนจ้อน อีกทั้งยังมีท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยด้วยเส้นเลือดปูดโปนของใครบางคนกำลังกอดรัดเอวเล็กของเธอเอาไว้
หัวใจดวงน้อยเริ่มโหมกระหน่ำเต้นอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคู่งามสั่นระริกด้วยความตื่นกลัว เธอค่อย ๆ ไล่สายตามองตามลำแขนกล้ามเป็นมัด กระทั่งไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลา และในวินาทีถัดมาหัวใจที่กำลังเต้นระรัวก็แทบจะหยุดลงในบัดดล
“อาเสกข์ !”
เสียงหวานร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบยกมือขึ้นอุดปากกลั้นเสียงเอาไว้
เสกข์ รังสรรค์พิภพ คืออาแท้ ๆ ของสุนิสาเพื่อนรักของเธอ ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มยังเป็นรักแรกของเธอด้วย
เสกข์คือนักธุรกิจหนุ่มมากความสามารถ อีกทั้งยังหล่อเหลาดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว ทำให้ชายหนุ่มเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย แต่เพลินมาศก็ไม่เคยเห็นเขาตกลงปลงใจกับใคร จะมีก็แต่คบหาเพื่อเป็นคู่ควงกันเป็นครั้งคราว
เพลินมาศแอบหลงรักเสกข์ตั้งแต่เธอยังเรียนระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง กระทั่งขึ้นชั้นปีที่สองเธอตัดสินใจรวบรวมความกล้าสารภาพรักเขา แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเด็กเกินไป
นับตั้งแต่นั้นมาเพลินมาศก็พยายามตัดใจ และคอยหลีกเลี่ยงชายหนุ่มมาโดยตลอด
แล้วนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น !
เพลินมาศรีบก้มลงสำรวจกายเปลือยเปล่าของตนเองก็พบว่ามีรอยรักสีกุหลาบถูกฝากฝังเอาไว้ทั่วร่างกาย พอหันไปพิจารณาคนข้างกายก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นต้นแขนแข็งแกร่งมีรอยเล็บลากเป็นทางยาว
'ไม่จริง'
หญิงสาวส่ายศีรษะระรัว พยายามปฏิเสธความจริงที่ปรากฏตรงหน้า และพยายามมองหาร่องรอยอื่น ๆ อีกครั้ง เธอค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากเอวเล็ก และหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้คนข้างกายรู้สึกตัว
“โอ๊ย !” ทว่าความปวดร้าวบริเวณกึ่งกลางกายสาว ทำเธอหลุดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เพลินมาศรีบยกผ้านวมผืนหนาขึ้น และมุดศีรษะเข้าไปมองหาต้นสายปลายเหตุ ก็พบกับรอยเลือดสีแดงฉานที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาว
“อือ...” เสียงครางต่ำจากคนตัวโต พร้อมการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ทำให้เธอรีบมุดกลับออกมา และมองไปยังคนข้างกายที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา
ในวินาทีนั้นเธอตัดสินใจที่จะหนีออกไปก่อนที่เสกข์จะตื่นขึ้นมา
เมื่อคิดได้แบบนั้น เพลินมาศก็รีบควานหาเสื้อผ้าของตนเอง สุดท้ายหญิงสาวก็ได้บราเซียร์ลูกไม้ และชุดเดรสแบรนด์เนมตัวยาวขึ้นมาสวมใส่ ก่อนค่อย ๆ ย่องลงมาจากเตียง
พลันดวงตาคู่งามก็ไปสะดุดเข้ากับเศษซากเครื่องป้องกันมากมาย ที่เธอนับได้ราวครึ่งโหล
'อดอยากปากแห้งมาจากไหนเนี่ย ถึงว่าน้องสาวฉันถึงได้ระบมขนาดนี้'
เพลินมาศนึกตำหนิชายหนุ่มในใจ ก่อนเอื้อมไปคว้ากระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นมาเพื่อจะย่องออกจากห้อง แต่ทว่าความวูบโหวงบริเวณช่วงล่างทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ใส่กางเกงชั้นใน
หญิงสาวหันกลับไปไล่สายตามองหาแพนตี้ลูกไม้ของเธอ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับแพนตี้สีดำตัวจิ๋วที่วางพาดอยู่บนหมอนที่เสกข์กำลังหนุนนอนอย่างสบาย
'ไปอยู่ตรงนั้นได้ไงวะ'
สองขาเรียวจะก้าวกลับไปหวังจะหยิบแพนตี้ลูกไม้ แต่คนที่นอนบนเตียงกลับเริ่มพลิกตัวอีกครั้ง เพลินมาศจึงตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องนอน วิ่งออกจากเรือนหลังเล็กของเสกข์ที่สร้างแยกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ โดยมีจุดหมายปลายทางคือรถสปอร์ตเปิดประทุนสีขาวสัญชาติเยอรมันที่จอดอยู่ในโรงจอดรถด้านหน้า
“ไอ้เพลิน ! แกจะรีบไปไหน อยู่กินข้าวก่อนสิ”
เสียงของสุนิสาเพื่อนรัก ที่กำลังพาสุนัขตัวโปรดออกมาเดินเล่น ทำเพลินมาศชะงักค้าง ก่อนรีบหันกลับมาทางเพื่อนสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน
เพลินมาศทำตาปริบ ๆ พยายามคิดหาทางปฏิเสธ เพราะขืนอยู่ต่อไป มีหวังเธอได้เจอหน้าเสกข์เข้าจนได้
“เอ่อ...คือ...”
“เป็นไรของแก อึกอักอยู่ได้ แล้วนี่โผล่มาจากไหน ฉันไปหาแกที่ห้องนอนแขกก็ไม่เห็นเจอ”
“พอดีฉันตื่นเช้าน่ะ ก็เลยลงมาเดินยืดเส้นยืดสายออกกำลังกาย”
“แกเนี่ยนะออกกำลังกาย” สุนิสาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ อีกทั้งยังจ้องมองเพื่อนรักอย่างจับผิด ทำไมหล่อนจะไม่เห็นว่าเพลินมาศเดินออกมาจากทางเดินฝั่งบ้านคุณอาของเธอ
“ก็เออน่ะสิ แกจะสงสัยอะไรนักหนา ฉันต้องรีบไป พอดีเอกสารสมัครเรียนมีปัญหานิดหน่อยน่ะ ฉันต้องรีบไปเคลียร์เพราะมะรืนนี้ต้องออกเดินทางแล้ว”
เพลินมาศยกเหตุผลเรื่องการเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเธอมีกำหนดการออกเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า
“เออ ๆ งั้นก็ขับรถดี ๆ ละกัน ถึงแล้วโทรหาฉันด้วย เดี๋ยวมะรืนนี้ฉันไปส่งที่สนามบิน”
“อืม ๆ ไปก่อนนะ”
ว่าจบเพลินมาศก็ซอยเท้าออกวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงรถสปอร์ตคู่ใจก็กระโดดขึ้นไปนั่ง และสตาร์ตเครื่องยนต์ขับออกจากคฤหาสน์รังสรรค์พิภพอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาของสุนิสาจ้องมองตามรถสปอร์ตสีขาวคันงามที่กำลังขับเคลื่อนออกไปจนลับสายตา จากนั้นหล่อนก็ดึงสายตากลับมามองเรือนหลังเล็กที่เพื่อนรักเพิ่งเดินออกมาด้วยความสงสัย