หลังจากเอเรียพูดจบ ห้องทำงานก็เงียบลงอีกครั้ง คำพูดของเธอไม่ได้อ้อมค้อมเลย
“เพราะฉะนั้นฉันถึงอยากให้เธออยู่ข้างกายฉัน”
อินคามองเธออยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขานิ่งลึกจนอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ลมจากเครื่องปรับอากาศพัดควันบุหรี่ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ลอยจางไปช้า ๆ
ในที่สุดอินคาก็ลุกขึ้นจากโซฟา
“ผมจะคิดดูครับ” เขาตอบสั้นๆ อินคาหยิบเสื้อสูท ก่อนจะเดินไปที่ประตู ทิ้งให้เอเรียยืนอยู่คนเดียวในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยแสงไฟของเมือง
................
วันต่อมา คอนโดของอินคา
ห้องพักของเขาอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ห้องกว้างแต่เรียบง่าย ไม่มีของตกแต่งมากนัก
อินคาปิดประตูห้อง เสียงล็อกดัง คลิก เขาถอดเสื้อโค๊ทวางไว้บนเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่งและวางถุงไว้บนโต๊ะ
กระดาษสีเหลืองเก่าๆถูงนำออกมาจากถุง ตามด้วยผงสีดำ มีดสั้น ด้ายสีแดง และกล่องไม้เล็ก ๆ
อินคานั่งลงเงียบๆกลางพื้นห้อง ดวงตาของเขาสงบนิ่ง มันเย็นและลึกเหมือนบ่อน้ำที่ไม่มีใครเห็นก้น
เขาหยิบมีดขึ้นมา ปลายมีดกรีดลงที่ปลายนิ้วตัวเองเล็กน้อย หยดเลือดสีแดงเข้มให้หยดลงบนกระดาษสีเหลือง จากนั้นเขาก็เริ่มวาด
เส้นบางอย่างปรากฏขึ้นบนกระดาษ มันไม่ใช่ตัวอักษรธรรมดา แต่เป็นอักขระโบราณที่บิดเบี้ยวเหมือนสิ่งมีชีวิต
เส้นหนึ่งเชื่อมกับอีกเส้น วงกลมซ้อนทับกันหลายชั้น เมื่อวาดเสร็จ อินคาก็วางกระดาษลงบนพื้น
เขาโปรยผงสีดำลงไปบนอักขระ จากนั้นหยิบด้ายสีแดงขึ้นมา ผูกเป็นรูปปมประหลาดแล้ววางไว้ตรงกลางวง
อินคาหลับตา ริมฝีปากของเขาขยับช้า ๆ เสียงสวดที่ไม่มีภาษาใดๆในโลกนี้ค่อย ๆ ดังขึ้นในห้อง
ลมเย็นพัดผ่านห้องทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท ไฟในห้องกะพริบเบา ๆผงสีดำบนพื้นเริ่มสั่น
จากนั้น…
มันค่อย ๆ รวมตัวกันเหมือนมีบางอย่างกำลังลุกขึ้นจากเงา รูปร่างเล็กๆ ปรากฏขึ้นเหนือวงอักขระ
มันไม่มีรูปร่างแน่นอนเหมือนเงาที่มีชีวิต ดวงตาสีแดงเล็ก ๆ สองจุดค่อย ๆ เปิดขึ้นในความมืด
นี่คือวิชาอาคมสายมืด อาคมอัญเชิญเจตภูติ
อินคาลืมตา เขามองสิ่งนั้นนิ่ง ๆ
“ไปหาเธอ” เสียงของเขาเรียบมาก
เงานั้นขยับเหมือนกำลังฟัง
อินคาพูดต่อ “เฝ้ามองเอเรียตลอดเวลา ถ้าเธอตกอยู่ในอันตราย”
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย “กลับมาหาฉันทันที”
สิ่งมีชีวิตจากเงาสั่นเล็กน้อยเหมือนตอบรับคำสั่ง
อินคายกมือขึ้นแตะที่วงอาคม ทันใดนั้นเงาก็แตกตัว กลายเป็นเส้นควันสีดำแล้วพุ่งหายไปทางเงาของห้อง
ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง อินคานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“แบบนี้…ต่อให้ผมไม่อยู่” เขามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟของเมืองทอดยาวไปสุดสายตา “ผมก็จะรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”
ในเวลาเดียวกัน....ที่คอนโดหรูของเอเรีย
เอเรียกำลังยืนอยู่ที่ระเบียง ลมกลางคืนพัดผมยาวของเธอเบา ๆ
ทันใดนั้น เงาของเธอบนพื้นเหมือนจะขยับเล็กน้อย แต่เอเรียไม่ทันสังเกต ในเงาของเธอดวงตาสีแดงเล็ก ๆ คู่หนึ่งค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเงียบงันและเริ่มติดตามเธอตลอดเวลาโดยที่เธอไม่รู้ตัว
..............
เช้าวันต่อมา
ท้องฟ้าเหนือเมืองยังคงมีหมอกบาง ๆ ลอยอยู่ระหว่างตึกสูง ถนนเริ่มคึกคักไปด้วยรถที่วิ่งผ่านไปมา ผู้คนกำลังเร่งรีบไปทำงานเหมือนทุกวัน
หน้าคอนโดหรูของเอเรียรถตู้สีดำจอดอยู่ริมทาง
ไทด์ยืนพิงประตูรถอยู่ เขาสวมสูทสีเทาเข้ม ผมถูกจัดทรงเรียบร้อย แววตาดูสุขุมเหมือนคนที่ชินกับการทำงานเป็นมือขวาของใครสักคนมานาน
ส่วนอินคากำลังยืนสูบบุหรี่อย่างใจเย็น เขาเอนตัวพิงเบาะ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์กำลังตอบข้อความของหญิงสาวที่เขามักจะมีเซ็กส์ด้วย
ในข้อความเธอขอความช่วยเหลือจากเขา อินคาจึงบอกให้เธอมาหาเขาที่ห้องในคืนนี้
ระหว่างที่รอเอเรีย
"คืนนี้พวกบอดี้การ์ดในหน่วยจะไปดื่มกันที่ร้านปิ้งย่าง ไปด้วยกันมั้ยอินคา" ไทด์กล่าว
อินคาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าว "วันนี้มีธุระ"
"ธุระอะไร? นานๆสังสรรค์ที นายต้องหัดเข้าสังคมบ้างนะ" ไทด์เดินมาคล้องคออินคาอย่างสนิทสนม
เนื่องจากไทด์และอินคามีอายุไล่เลี่ยกัน ทำงานด้วยกันตลอดทั้งสองคนจึงสนิทกัน
"นัดผู้หญิงไว้" อินคากล่าวพลางมองโทรศัพท์
"เห้ย! แฟนหรอวะ สวยมั้ย พามาแนะนำบ้างดิ" ไทดิ์กล่าวหยอกล้อ
อินคายังคงมองหน้าจอโทรศัพท์ สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาพ่นควันบุหรี่ออกช้า ๆ แล้วตอบเรียบ ๆ
“ไม่ใช่แฟน”
ไทด์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นเอาแบบนี้ พาเธอไปด้วย ปาร์ตี้จะได้สนุกๆ ยังไงๆพวกคนในหน่วยก็ต้องพาเมียพาเด็กตัวเองไปด้วยอยู่แล้ว"
อินคาเลิกคิ้วหันมองไทด์ "แล้วนายพาไปหรือเปล่า"
"แน่นอนสิวะ ฮ่าๆ" ไทด์หัวเราะร่า
สำหรับอินคาตั้งแต่ลงภูเขามาเขาก็เจอเรื่องมากมาย บางทีการคลายเครียดโดยการดื่มกับกลุ่มคนรู้จักก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย
"เดี๋ยวถามเธอก่อน"
ไม่นานหลังจากที่อินคาส่งข้อความไป อีกฝ่ายก็รีบตอบกลับทันที
"ถ้าคุณอยากให้ฉันไป ฉันก็จะไปค่ะ"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูกระจกของคอนโดก็เปิดออก
เอเรียเดินออกมา เธอสวมสูทผู้หญิงสีดำเรียบ ผมยาวถูกมัดหลวม ๆ ดวงตาคมเย็นเหมือนคนที่ไม่ค่อยยิ้มให้ใคร
อินคาดับบุหรี่แล้วดีดทิ้งลงพื้นทันทีจากนั้นก็ขึ้นไปประจำตำแหน่งคนขับ
เมื่อเอเรียเดินมาถึง ไทด์ก็ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เจ้านายสาย ก่อนจะอ้อมไปนั่งด้านข้างๆคนขับเหมือนกับทุกที
ไม่นานรถตู้สีดำก็เคลื่อนออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่ของเอเรีย
ภายในรถ บรรยากาศค่อนข้างเงียบ
เอเรียนั่งมองเอกสารในมือ ส่วนอินคาก็กำลังขับรถอย่างสงบ วงตาของเขาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ มองเอเรียบ้าเล็กน้อยเพื่อดูว่าเจตภูติของเขายังอยู่กับเธอไหม
แน่นอนมันยังอยู่และทำหน้าที่ติดตามเธออย่างดี
เอเรียเงยหน้าจากเอกสารขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะถามโดยไม่มองเขาตรง ๆ
“อินคา...เธอกลับไปคิดหรือยัง”
ไทด์ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้า หันมาทันทีเหมือนหูผึ่ง
อินคามองเอเรียนิ่ง ๆ "ผมกำลังทำอยู่"
ไทด์มองทั้งสองคนสลับกันด้วยความงงงวย แต่เขาไม่ได้เอ่ยถาม เพราะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
ก่อนที่บรรยากาศจะเงียบลงอีกครั้งไทด์ก็เหมือนจะนึกอะไรออก
"คุณผู้หญิงครับ คืนนี้เย็นนี้พวกผมสองคนขอเปลี่ยนกะเร็วหน่อยนะคับ พอดีมีสังสรรค์กับคนในหน่วยที่คลับแสงจันทร์"
"สังสรรค์?" เอเรียขมวดคิ้ว
"ใช่คับ วันนี้พิเศษหน่อย อินคามันจะพาเด็กมาด้วย ผมต้องไปดูหน้าสักหน่อย ฮ่าๆ"
"เด็ก?"
"หมายถึงผู้หญิงของอินคามันน่ะครับ"
"อ่อ" เอเรียกล่าวและเหลือบมองอินคาเล็กน้อย "อินคาเธอพึ่งลงมาจากเขา ไม่คิดว่าเธอจะหาแฟนได้แล้ว"
"ไม่ใช่แฟน เธอเป็นแค่คู่นอนของผม"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในรถเงียบลงไปครู่หนึ่ง
ไทด์หันไปมองอินคาทันทีเหมือนกำลังพยายามอ่านสีหน้าเพื่อน แต่สีหน้าของอินคายังคงนิ่งเหมือนเดิม มือของเขาจับพวงมาลัยอย่างมั่นคง ดวงตายังคงมองถนนด้านหน้า
เอเรียพับเอกสารในมือปิดลงช้า ๆ
“คู่นอนเหรอ” เธอพูดเรียบ ๆ
อินคาไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติม รถตู้เคลื่อนผ่านแยกไฟแดง เสียงเครื่องยนต์สม่ำเสมอทำให้บรรยากาศในรถยิ่งดูนิ่งขึ้นไปอีก
ไทด์หัวเราะเบา ๆ เพื่อทำลายความเงียบ
“อย่าไปถือสาเลยครับคุณผู้หญิง อินคามันก็แบบนี้แหละ ทำตัวเหมือนพระ แต่จริง ๆ แล้ว—”
“ไทด์” อินคาพูดขึ้นสั้น ๆ น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่ทำให้ไทด์หยุดพูดทันที
เอเรียมองออกไปนอกหน้าต่าง เมืองยามเช้ากำลังตื่นเต็มที่ ผู้คนเดินขวักไขว่บนฟุตบาท
เธอพูดขึ้นเหมือนแค่ถามเล่น “แล้วคืนนี้เธอจะไปดื่มกับคนในหน่วยก่อน หรือไปหาคู่นอนของเธอก่อน”
อินคาตอบโดยไม่ลังเล
“ผมจะพาเธอไปดื่มด้วย หลังจากนั้นก็พาเธอกลับห้อง”
ไทด์หัวเราะทันที “โอ้โห ตรงไปตรงมาชิบ—”
เอเรียพิงเบาะเล็กน้อย
“งั้นตอนเย็นฉันคงต้องปล่อยให้พวกเธอไปสนุกกัน”
.........................