ไม่กี่วินาทีต่อมา รถ SUV สีดำก็เลี้ยวเข้ามา คนขับเหมือนจะตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอินคายืนขวางถนนอยู่ แต่รถก็ยังพุ่งเข้ามา
อินคาไม่ขยับ จนกระทั่งรถใกล้เข้ามาไม่ถึงสิบเมตร เขาก็ก้าวหลบออกด้านข้าง
SUV เบรกกะทันหันประตูรถเปิดออกทันที
ชายร่างใหญ่สองคนก้าวลงมาพร้อมท่าทีไม่เป็นมิตร หนึ่งในนั้นมองอินคาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“บอดี้การ์ดสินะ”
อินคายืนนิ่ง สีหน้าเรียบเหมือนเดิม
“พวกนายตามรถผิดคันแล้ว”
ชายอีกคนหัวเราะหึ
“ไม่ผิดหรอก เราตามถูกคน”
บรรยากาศในซอยเงียบลงทันที ลมพัดผ่านถังขยะข้างกำแพงให้เกิดเสียงกรอบแกรบเบา ๆ
อินคาขยับไหล่นิดเดียว คลายกล้ามเนื้อเหมือนกำลังวอร์มร่างกาย
“งั้นก็ดี คงเป็นส.ส.คาร์ลสินะที่ส่งพวกแกมา” เขาพูดเรียบๆ
ชายร่างใหญ่หลี่ตาลงเล็กน้อย "โอ้...แกหัวไวดีนี่" จากนั้นชายร่างใหญ่ทั้งสองก็นำปืนที่เอวออกมาและเล็งไปที่อินคา
แต่ทว่า........ร่างของอินคาได้หายไปจากจุดเดิมแล้ว
"มันหายไปไหนวะ"
"ฉันอยู่ข้างหลังพวกแก" อินคากล่าวเสียงเรียบ
ชายร่างใหญ่ทั้งรีบหันไปทันที แต่ก็ช้าไป บัดนี้อินขาที่มีดวงตาสำดำสนิทเรากับลลุมลึกไร้ก้นบึ้งได้คว้าคอชายร่างใหญ่ทั้งสองคนเอาไว้
"อั๊ก!"
อินคายกยิ้ม "ขอบคุณที่มาเป็นอาหารให้กับเด็กๆของฉัน"
ทันใดนั้น—ตะขาบสีดำแดงนับร้อยตัว ก็พุ่งทะลักออกมาจากแขนเสื้อของอินคาเหมือนกระแสน้ำที่มีชีวิต
เสียง ซ่าาาาา ของขาเล็ก ๆ นับร้อยเสียดสีกันดังสะท้อนในซอยแคบ
“อะ—อะไรวะเนี่ย!”
ชายคนหนึ่งร้องลั่น พยายามสะบัดมือ แต่ตะขาบจำนวนมากได้ไต่ขึ้นมาตามแขนของเขาแล้ว
อีกคนพยายามจะยกปืนยิง แต่—อินคากระชับมือที่บีบคอพวกเขาแน่นขึ้นจนทั้งสองเริ่มหายใจไม่ออก
“ดิ้นไปก็เท่านั้น" เสียงของเขาเรียบ…แต่เย็นเยียบ
ตะขาบพุ่งเข้าไปตามคอเสื้อ แขนเสื้อ และลำตัวของชายทั้งสอง
“อ๊ากกกก!! ”
พวกเขาพยายามดิ้นสุดแรง แต่ร่างกายถูกอินคาจับล็อกไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก
ตะขาบบางตัวกัด บางตัวไต่เข้าไปใต้เสื้อผ้า พิษเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว
เส้นเลือดบนคอของชายคนหนึ่งเริ่มปูดขึ้น ใบหน้ากลายเป็นสีม่วงคล้ำ อีกคนล้มลงคุกเข่าทั้งที่ยังถูกอินคาจับคออยู่
เสียงร้องค่อย ๆ แผ่วลง ร่างกายชายร่างใหญ่ทั้งเริ่มกระตุก
ไม่กี่วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็ทรุดลงกับพื้นซอยอย่างหมดแรง ตะขาบนับร้อยตัวค่อยๆลุมกัดกินร่างของชายร่างใหญ่ทั้งสอง
เสียง กรอบแกรบ ของขาเล็ก ๆ นับร้อยเสียดสีกับพื้นปูนดังสะท้อนในซอยแคบ
ร่างของชายร่างใหญ่ทั้งสองกระตุกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆแน่นิ่งลง
ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงทุกอย่างก็เงียบลง
ร่างของชายทั้งสองแม้แต่กระดูกก็ไม่มีเหลือ อินคากลับมาเป็นสภาพปกติ เขาพบปืนพกสองกระบอก มีดพับ และโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง
หน้าจอยังสว่างอยู่ มีข้อความล่าสุดขึ้นมา
“จับเธอไปที่โกดัง แล้วรายงานกลับมา”
อินคามองชื่อผู้ส่ง
ส.ส. คาร์ล
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย "ดูเหมือนว่า เขาจะเค้นถามเอเรียสินนะว่าเป็นคนส่งคนให้ไปเอาแฟลชไดร์หรือเปล่า"
"หมอนี่มันฉลาดจริงๆ"
ทันใดนั้น— มีดสั้นสีดำสองเล่มก็พุ่งแหวกอากาศตรงมายังอินคา
ฟึบ! ฟึบ!
อินคาเอียงศีรษะหลบเล่มแรกอย่างเฉียดฉิว แขนอีกข้างยกขึ้นปัดเล่มที่สอง
เคร้ง!
ใบมีดกระแทกกับกำแพงปูนด้านหลังจนเกิดประกายไฟเล็ก ๆ
แต่ก่อนที่มีดจะตกถึงพื้น—เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาแล้ว เร็วราวกับเงาในความมืด
เรเวนปรากฏตัวตรงหน้าของอินคาในพริบตา มือของเขาคว้ามีดอีกเล่มที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อออกมาปามีดพุ่งตรงไปยังลำคอของอินคา
อินคาเอียงตัวหลบในเสี้ยววินาที ใบมีดเฉือนผ่านปกเสื้อของเขาไปเพียงนิดเดียว
เรเวนลงพื้นอย่างเงียบกริบเหมือนแมวล่าเหยื่อ ดวงตาคมของเขามองอินคานิ่ง ๆ
“หลบได้งั้นเหรอ…”เขาพูดเสียงเรียบ
อินคามองมีดที่ปักอยู่บนกำแพงด้านหลัง ก่อนจะหันกลับมามองชายตรงหน้า มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“นายมีฝีมือกว่าพวกก่อนหน้านี้เยอะเลย”
เรเวนหมุนมีดในมือช้า ๆ “ดูเหมือนว่าผมจะมาช้าไป” มองไปยังร่องรอบเลือดบนพื้นและกล่าว " คุณสินะ ที่โกดังท่าเรือวันนั้น ว่าแต่คุณทำได้ยังไง ศพหายไปไหนหมด"
"งั้นนายก็ลองเป็นศพดูสิ จะได้รู้" อินคายักไหล่ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เรื่องมนต์ดำของเขา
เรเวนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบนั้น มีดในมือเขาหยุดหมุนชั่วขณะ
ซอยแคบกลับมาเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกำแพงปูนและกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงจาง ๆ อยู่ในอากาศ
เรเวนมองพื้น ไม่มีศพ ไม่มีเลือดมากพอจะอธิบายว่ามีคนตายสองคน มีเพียงคราบเล็ก ๆ และรอยอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนรอยขาเล็กๆนับร้อยลากผ่านพื้นปูน
ดวงตาของเขาคมขึ้นทันที “อืม…” เขาเงยหน้าขึ้นมามองอินคาอีกครั้ง “งั้นผมคงต้องลองดูจริง ๆ สินะ”
ฟึ่บ!
ร่างของเรเวนพุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าเดิม มีดในมือเขาเคลื่อนไหวเหมือนเงา—
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
สามจังหวะติดกัน แทงเข้าหาจุดตายทั้งหมด—คอ หัวใจ และชายโครง
แต่ในเสี้ยววินาที— อินคาเอียงตัวเพียงเล็กน้อย มีดทั้งสามผ่านไปเฉียด ๆ เหมือนเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
ปึก!
มือของอินคาคว้าข้อมือของเรเวนกลางอากาศ แรงบีบมหาศาลจนข้อมือของเรเวนแทบชะงัก แต่เรเวนไม่ตกใจเลย
ในทางกลับกัน—มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย
“จับได้แล้ว”
ทันใดนั้น—เขาปล่อยมีดในมือ มืออีกข้างดึงมีดสั้นที่ซ่อนอยู่หลังเอวออกมาและแทงสวนขึ้นจากระยะประชิดสุด ๆ
ฉัวะ!
ใบมีดเฉือนผ่านสีข้างของอินคาไปเล็กน้อย เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาทันที
เรเวนถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาจับจ้องไปที่บาดแผลนั้น
“ในที่สุดก็โดนจนได้” อินคาก้มมองด้านข้างตัวเองเล็กน้อย
เลือดหยดลงพื้นสองสามหยด จากนั้น—เขาหัวเราะเบา ๆ
“ดีมาก”
แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำสนิทของเขาดูเหมือนลึกขึ้นกว่าเดิม
เรเวนขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะบาดแผลนั้น—กำลังค่อย ๆ ปิดตัวลง เนื้อที่ถูกเฉือนเริ่มสมานกันอย่างช้า ๆราวกับร่างกายของอินคาไม่ใช่มนุษย์
“เวรเอ๊ย…” เรเวนพึมพำ
อินคาบิดคอเบา ๆ เหมือนเพิ่งวอร์มร่างกายเสร็จ
“ทีนี้ตาฉันบ้าง”
ทันใดนั้น— เงาของอินคาหายไป
เรเวนเบิกตาเล็กน้อย
“เร็วขนาด—”
ปึก!!!
หมัดของอินคากระแทกเข้าที่ท้องของเรเวนเต็มแรง เสียงลมในปอดของเรเวนถูกกระแทกออกมาทันที ร่างของเขาลอยถอยหลังไปกระแทกกำแพงปูนของซอย
ตูม!
กำแพงแตกร้าวเล็กน้อยจากแรงกระแทก แต่เรเวนยังไม่ล้ม เขาฝืนยืนอยู่ได้ เลือดไหลจากมุมปาก
เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ฮะ…ฮะ…”
เขาเช็ดเลือดที่ปาก แล้วมองอินคาด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม ไม่ใช่ความดูถูกอีกต่อไป
แต่เป็น—ความตื่นเต้นของนักล่า
“เข้าใจแล้ว…” เขาพูดช้า ๆ “คุณไม่ใช่คนธรรมดา”
อินคาไม่ตอบ เพียงยืนมองเขาเงียบ ๆ แล้วในเงามืดใต้แขนเสื้อของอินคา—
เสียง ซ่าาาา… เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
เรเวนหรี่ตาลง เขาเริ่มเห็นบางอย่าง ตะขาบสีดำแดงตัวแรกไต่ลงมาจากแขนเสื้อของอินคา ตามด้วยตัวที่สอง
ตัวที่สาม แล้ว—ทั้งฝูง
พื้นซอยเริ่มเต็มไปด้วยเงาดำเล็ก ๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว
เรเวนเงียบไปสองวินาที ก่อนจะพึมพำ “คุณเป็นตัวอะไรกันแน่” มุมปากของเขายกขึ้นช้า ๆ “แต่ก็ช่างเถอะ”
เขาหมุนมีดในมืออีกครั้ง แต่คราวนี้—สายตาของเขาไม่ได้มองอินคา
เขามอง “ตะขาบ” แล้วพูดขึ้นอย่างสงบ “ถ้าผมฆ่าคุณไม่ได้…” เขาก้มตัวเล็กน้อยเหมือนนักล่าที่กำลังจะพุ่ง “ผมก็แค่ต้องตัดแขนคุณก่อนก็พอ”
ทันใดนั้น—
เรเวนก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง เร็วกว่าเดิม! เร็วกว่าเมื่อครู่! และครั้งนี้— เป้าหมายของเขา คือแขนของอินคาที่เต็มไปด้วยฝูงตะขาบ
.................