โครงเหล็กเก่าของโรงงานส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆตามแรงลมด้านล่าง การเจรจาระหว่างแอนนี่กับกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังเริ่มต้น บรรยากาศตึงเครียด ปืนหลายกระบอกถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า…บนโครงเหล็กสูงเหนือศีรษะพวกเขา อินคากำลังยืนมองลงมาอย่างเงียบ ๆรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏที่มุมปาก
“มากันเยอะกว่าที่คิด…” อินคาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขากวาดมองรอบๆพื้นที่ ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือขึ้น
ทันใดนั้น พื้นคอนกรีตแตกร้าวเล็กน้อย เสียงกรอบ…กรอบ…กรอบ…ดังขึ้นจากทุกทิศทาง
หนึ่งในลูกน้องของแอนนี่ขมวดคิ้ว “เฮ้…เสียงอะไร—”
คำพูดยังไม่ทันจบตะขาบตัวหนึ่งคลานออกมาจากรอยแตกของพื้น ตามมาด้วยอีกตัวแล้วก็อีกตัว ภายในไม่กี่วินาที พื้นโรงงานก็เต็มไปด้วย ตะขาบสีดำแดงนับสิบ…นับร้อย…นับพันตัว
“เชี่ยเอ๊ย!”เสียงตะโกนดังลั่น ลูกน้องหลายคนกระโดดถอยหลัง
บางคนรีบชักปืนขึ้นมาอย่างตกใจแต่ฝูงตะขาบไม่หยุด พวกมันพุ่งเข้าใส่เหมือนคลื่นสีดำที่กำลังไหลบ่า
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที
“เอามันออกไป!”
“ยิงมันสิวะ!”
เสียงปืนดังลั่นในโรงงาน แต่ยิ่งยิง ฝูงตะขาบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
พวกมันไต่ขึ้นตามขา ตามเสื้อผ้า ตามแขน ก่อนจะฝังเขี้ยวลงไปอย่างบ้าคลั่ง ชายคนหนึ่งล้มลงกับพื้น อีกคนกลิ้งไปมาพยายามปัดพวกมันออกจากหน้า
แต่ไม่ว่าจะดิ้นยังไง ฝูงตะขาบก็ยังคงไหลทะลักออกมาจากเงามืดราวกับไม่มีวันหมด
ท่ามกลางความโกลาหลนั้นอินคาค่อย ๆ กระโดดลงมาจากโครงเหล็ก รองเท้าของเขาแตะพื้นอย่างแผ่วเบา ฝูงตะขาบที่กำลังคลั่งกลับหยุดชั่วครู่ก่อนจะแยกทางให้เขาเดินผ่านเหมือนคลื่นทะเลที่แหวกออก
อินคาเดินไปหยุดตรงหน้าแอนนี่
ตอนนี้หญิงสาวยืนตัวแข็ง ใบหน้าซีดเผือก รอบตัวเธอเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของคนที่กำลังหนีตาย
อินคายิ้มเล็กน้อย “ผมไม่ค่อยชอบการเจรจา” เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “มันเสียเวลา”
ฝูงตะขาบหลายสิบตัวเริ่มคลานเข้ามาล้อมเท้าของเธอช้าๆ ตะขาบตัวนึงคลืบคลานเข้าไปในกางเกงของเธอ มันไม่ได้กัด แต่ขาอันยั้วเยี้ยของมันทำให้ร่างแอนนี่ถึงกับสะท้าน
ลมหายใจของเธอขาดช่วงไปครู่หนึ่งอินคายืนมองเธอเงียบๆ สายตาของเขาเย็นชาเหมือนกำลังสังเกตปฏิกิริยาของสัตว์ที่ถูกทดลอง
ตะขาบยังคงเลื้อยอยู่ใต้เสื้อผ้าของเธอ แอนนี่กำหมัดแน่น แต่เธอยังคงจ้องอินคา
“ถ้านายจะฆ่าฉัน…”เธอพูดเสียงต่ำ“ก็ทำไปเลย”
อินคาหรี่ตาเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากค่อย ๆ จางหายไป เขายกมือขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้นตะขาบที่อยู่ใต้เสื้อผ้าของแอนนี่ ฝังเขี้ยวลงไป
“อ๊ะ—!” เสียงร้องหลุดออกมาจากปากของเธอในที่สุด
พิษของของตะขาบดำเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความร้ายแรงของพิษตะขาบนั้นร้ายแรงกว่างูพิษมาก ลูกน้องของแอนนี้และลูกน้องของคาร์ลในเวลานี้ต่างก็กลายเป็นศพ
ร่างของแอนนี่สั่น ขาทรุดลงกับพื้น ตะขาบหลายสิบตัวพุ่งเข้าหาเธอทันที เหมือนกลิ่นเลือดปลุกสัญชาตญาณของพวกมัน
แอนนี่พยายามคลานถอยหลัง แต่ร่างกายของเธอเริ่มชา พิษกำลังทำลายระบบประสาทของเธออย่างรวดเร็ว และเวลาต่อความเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่หัวใจของแอนนี่ทันที
เสียงกรีดร้องของเธอค่อย ๆ เบาลง
อินคามองภาพนั้นอย่างนิ่งเฉย ไม่มีความสงสารอยู่ในสายตา
เมื่อแอนนี่สิ้นใจ ฝูงตะขาบก็ปกคลุมร่างของแอนนี่ มันเริ่มกัดกินร่างของเธอเหมือนกับคนอื่นๆ ภายในโรงงานเหลือเพียงเสียง กรอบ…กรอบ…
ฝูงตะขาบกัดกินศพหลายรายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก เหลือเพียงคราบเลือดสีแดงบนพิ้นปูน
อินคายืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าหนังที่ตกอยู่ข้างร่างของเธอ เขาเปิดมันออก ด้านในมีแฟลชไดรฟ์สีดำเล็ก ๆ จากนั้นเขาเดินไปหยิบกระเป๋าเงินข้างๆตัวลูกน้องฟังคาร์ลและเปิดดู
“น่าจะราวๆ 10 ล้าน ฉันขอล่ะกันนะ" อินคายกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงงาน ขณะที่ฝูงตะขาบค่อย ๆ สลายกลายเป็นควันสีดำ ราวกับว่าพวกมันไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน
โรงงานร้างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่… ไม่เคยมีอยู่จริงเลย.