EP 16

1425 Words
เสียงทุกอย่างเงียบลงทันทีหลังจากนั้น ควันสีเทาลอยคลุ้งในอากาศ ผ่านไปไม่กี่วินาที— ลมเย็นพัดผ่านซอย ควันค่อย ๆ จางลง และสิ่งที่ปรากฏขึ้นคือ… ซอยที่ว่างเปล่า ไม่มีตะขาบ ไม่มีตะขาบยักษ์ ไม่มีรอยระเบิด ไม่มีเลือด พื้นปูนยังคงเรียบเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มีเพียงเรเวนที่ยืนอยู่คนเดียวกลางซอย ร่างของเขาเต็มไปด้วยตะขาบ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง “……” เขาค่อย ๆ ก้มลงมองมือของตัวเอง ไม่มีระเบิด ไม่มีแม้แต่สลัก เรเวนหายใจช้า ๆนักฆ่าระดับเขาใช้เวลาสองวินาทีในการทำความเข้าใจ แล้วเขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ "แช๊ค" เสียงจุดไฟดังขึ้นด้านหลัง ไม่ใช่เสียงที่ปรากฏตัวอย่างน่ากลัวเหมือนเมื่อครู่ เรเวนหันกลับไป เป็นอินคายืนพิงกำแพงซอย ห่างออกไปประมาณสิบเมตร มือข้างนึงล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงอีกข้างคีบมวนบุหรี่ กำลังเหมือนคนที่ยืนดูอะไรสนุกๆมานาน “การต่อสู้เมื่อกี้…” เรเวนพูด “…ไม่เคยเกิดขึ้นเลยสินะ” อินคาเอียงศีรษะเล็กน้อย “เกิดสิ....ในหัวนาย” เรเวนเงียบไปครู่หนึ่ง เขาค่อย ๆ ถอนหายใจ “ภาพลวงตา…” อินคาพยักหน้าเล็กน้อย “อาคมจำพวก มายาคำสาป” เขาชี้นิ้วไปที่พื้น “ตั้งแต่นายก้าวเข้ามาในซอยนี้...นายก็อยู่ในนั้นแล้ว” เรเวนหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังขึ้น “ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า!” เรเวนจ้องอินคาอย่างพิจารณา คราวนี้สายตาของเขาไม่ใช่สายตานักฆ่าที่กำลังล่าเหยื่อ แต่เป็นสายตาของคนที่เพิ่งรู้ว่า ตัวเองกำลังเผชิญอะไรอยู่ “คุณนี่มันตัวปัญหาของโลกจริง ๆ นะ…” เรเวนพึมพำ เรเวนที่ชาไปทั้งตัวกล่าวเบา "เอาล่ะ คุณจะทำอะไรกับผมต่อ" อินคาสูดควันบุหรี่เข้าไปลึกๆ ปล่อยควันสีเทาลอยออกจากริมฝีปากอย่างไม่รีบร้อน เขามองเรเวนอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังพิจารณาของบางอย่าง จากนั้นอินคาก็ผลักตัวออกจากกำแพง รองเท้าหนังของเขาเดินบนพื้นปูนอย่างเงียบเชียบ ก้าว …ก้าว …ก้าว จนมายืนอยู่ตรงหน้าเรเวน ตะขาบที่เกาะอยู่บนร่างของเรเวนเหมือนรับคำสั่งบางอย่าง พวกมันหยุดนิ่งทันที อินคาเอียงศีรษะเล็กน้อย “มีดของนาย…” เขาพูดช้า ๆ “เร็วดี” เรเวนยิ้มมุมปากจาง ๆ ถึงแม้ร่างกายแทบขยับไม่ได้ “คำชมจากคุณนี่…ฟังดูไม่น่าไว้ใจเลยนะ” อินคาหัวเราะเบา ๆ “แต่มันจริง” เขายื่นมือออกไปหยิบมีดจากมือของเรเวนอย่างสบาย ๆ พลิกดูใบมีดไปมา “นักฆ่าส่วนใหญ่โจมตีแรง” “แต่นายโจมตี แม่น” อินคาส่งมีดคืนให้ “ฉันชอบคนแบบนั้น” เรเวนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฟังดูเหมือนกำลังรับสมัครงาน” อินคาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้น—ตะขาบตัวหนึ่งคลานออกมาจากแขนเสื้อของอินคา มันใหญ่กว่าตัวอื่นเล็กน้อยลำตัวสีดำแดงมันเงา มันหยุดอยู่บนปลายนิ้วของเขา ขาของมันขยับช้า ๆ เรเวนมองมันด้วยสายตานิ่ง “ผมไม่ชอบวิธีที่คุณมองมันเลย” อินคายิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องกลัว...มันไม่กัด” จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปแตะที่ข้างหูของเรเวน ตะขาบตัวนั้นคลานลงจากนิ้วของอินคาอย่างช้า ๆ มันไต่ขึ้นไปตามคอของเรเวน ผ่านกราม ผ่านใบหู ก่อนจะมุดเข้าไปในช่องหูอย่างเงียบเชียบ เรเวนเกร็งทันที “เดี๋ยว—” แต่เขาพูดไม่ทันจบ ตะขาบหายเข้าไปแล้ว เรเวนยืนนิ่งอยู่สองวินาที สามวินาที สี่วินาที จากนั้นความรู้สึกแปลกประหลาดก็เริ่มเกิดขึ้น! เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในร่างกาย มันไม่กัด ไม่ฉีก แต่เลื้อยผ่านไปตามเส้นทางที่เขาไม่อาจควบคุมได้ เรเวนกำหมัดแน่น “คุณส่งมันไปทำอะไร…” อินคาพ่นควันบุหรี่ออกมา “ทำสัญญา” เรเวนหัวเราะเบา ๆ ถึงแม้เหงื่อเริ่มไหลตามขมับ “ฟังดูไม่ใช่สัญญาที่ผมอยากเซ็น” อินคามองเขาอย่างสงบ “มันจะไปหยุดอยู่ที่หัวใจของนาย..แล้วมันจะนอนอยู่ตรงนั้น” เรเวนเงียบไป “แล้วถ้าผมไม่ชอบข้อตกลงนี้ล่ะ” อินคายิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “งั้นฉันก็แค่เรียกมันให้ขยับ” ลมในช่วงเย็นพัดผ่านซอยอีกครั้ง อินคาดีดเถ้าบุหรี่ลงบนพื้น “ตั้งแต่วันนี้ นายเป็นสุนัขของฉัน” เรเวนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หัวเราะ เสียงหัวเราะแหบ ๆ ของนักฆ่าที่เพิ่งถูกผูกโซ่โดยไม่รู้ตัว “คุณนี่มัน…” เขาส่ายหัวเล็กน้อย “…โคตรอันตรายเลยนะ” อินคาดับบุหรี่กับกำแพงปูน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากซอย “ฝึกให้มันชิน” เสียงของเขาลอยมาโดยไม่หันกลับ “ต่อไปฉันจะใช้นายบ่อย” รเวนยังคงยืนอยู่คนเดียว มือของเขาค่อย ๆ แตะที่หน้าอกตัวเอง ตรงตำแหน่งของหัวใจที่ไหนสักแห่งลึกข้างในนั้นมีบางสิ่งกำลัง…ขยับช้า ๆ และเขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตของเขา ไม่ใช่ของเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้ว. ................. ช่วงเย็นวันเดียวกัน ลมจากแม่น้ำพัดแรงกว่าปกติ กลิ่นน้ำเค็มและสนิมเหล็กจากเครนเก่าลอยปะปนอยู่ในอากาศ ท่าเรือแห่งนี้เงียบกว่าที่เอเรียคาดไว้ โกดังสินค้าขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ตามแนวท่าเหล็ก สนามกว้างของที่ดินว่างเปล่าถูกล้อมด้วยรั้วลวดหนาม เสาไฟสูงส่องแสงสีส้มหม่นลงบนพื้นคอนกรีตที่แตกร้าวเป็นบางจุด เอเรียยืนอยู่ข้างรถตู้สีดำ สูทสีเข้มของเธอปลิวเล็กน้อยตามแรงลม ผู้จัดการโครงการกำลังอธิบายอยู่ข้าง ๆ “พื้นที่ตรงนี้ประมาณสามสิบไร่ครับคุณเอเรีย ถ้าพัฒนาเป็นคลังสินค้าโลจิสติกส์—” เอเรียพยักหน้าช้า ๆ แต่สายตาของเธอไม่ได้อยู่กับแผนที่ในมือเขา เธอกำลังมองแม่น้ำ และกำลังคิดถึง อินคา ตั้งแต่เรื่องเมื่อเช้า เขาก็ยังไม่ได้ติดต่อมาเลย เธอโทรไปเขาก็ไม่รับสาย เธอรู้ว่าเขาแข็งแกร่ง แต่เธอก็อดหวงเขาไม่ได้ เอเรียหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรอีกครั้ง สายดังอยู่สองครั้ง สามครั้ง จากนั้นก็มีคนรับ “ครับ” เสียงของอินคาดังขึ้นจากปลายสาย เรียบ…นิ่ง…เหมือนทุกครั้ง ไหล่ของเอเรียคลายลงทันทีโดยไม่รู้ตัว “เธออยู่ไหน” เธอถาม ปลายสายเงียบไปวินาทีหนึ่ง ก่อนอินคาจะตอบ “ใกล้ ๆ นี่แหละครับ” เอเรียขมวดคิ้วเล็กน้อย “ใกล้ไหน” เสียงลมพัดผ่านไมโครโฟนของโทรศัพท์ แล้วอินคาก็พูดสั้น ๆ “ท่าเรือ” เอเรียหันมองไปรอบ ๆ โดยอัตโนมัติ ลานคอนกรีตกว้าง ๆ ยังดูว่างเปล่าเหมือนเดิม “…นายไม่เป็นไรใช่ไหม” ปลายสายเงียบไปอีกครั้ง คราวนี้นานกว่านิดหน่อย แล้วอินคาก็ตอบ “ผมไม่เป็นไร” สายตาของเธอกวาดมองไปยังเงามืดยามเย็นระหว่างโกดัง แล้วเธอก็เห็นมัน เงาของคน ๆ หนึ่ง ร่างสูงกำลังเดินออกมาจากความมืดอย่างช้า ๆ รองเท้าหนังเหยียบพื้นคอนกรีต ก้าว …ก้าว …ก้าว โทรศัพท์ยังคงแนบอยู่กับหูของเอเรีย และเสียงของอินคาก็ดังขึ้นในสายอีกครั้ง “ผมบอกแล้ว” อินคา เสื้อเชิ้ตสีขาวเสื้อสูทสีดำ เสื้อปลิวเล็กน้อยตามแรงลมจากแม่น้ำ มือหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู อีกมืออยู่ในกระเป๋ากางเกงเหมือนคนที่เดินเล่นมากกว่า ดวงตาคมของเขามองตรงมาที่เอเรีย “…ผมบอกแล้วผมอยู่ใกล้ ๆ” เอเรียลดโทรศัพท์ลงช้า ๆ อินคาก็ลดโทรศัพท์ลงเช่นกัน สายถูกตัด ทั้งสองยืนมองกันอยู่ท่ามกลางลมเย็นของท่าเรือ ผู้จัดการโครงการที่ยืนข้างเอเรียเพิ่งสังเกตเห็นเขา “เอ่อ…คุณเอเรียครับ คนนี้คือ—” “พอแค่นี้ก่อน” เอเรียพูดตัดเบา ๆ โดยไม่ละสายตาจากอินคา ผู้จัดการโครงการพยักหน้าอย่างงง ๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปกับทีมงาน ไม่นานลานท่าเรือก็เหลือเพียงสองคน................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD