อินโทร
"เชี่ย...พวกมึงจะอะไรกับกูกันนักกันหนาวะไอ้ห่า หมอเหมอพ่อมึงสิ กูเด็กนิเทศไอ้สัด" ผมนั่งบ่นพึมพำอยู่กับตัวเอง ก็แม่ง...กูเข้าเรียนมหา'ลัยมาได้เกือบสองอาทิตย์แล้ว ไอ้พวกเพื่อนเหี้ยมันก็หาว่าผมมาเรียนผิดคณะกันอยู่นั่นแหละ แซวกูกันอยู่ได้แทบทุกวันไอ้ห่าแดก
แซวกูกันทุกวัน นี่พวกมึงกะจะแซวกูจนกูเรียนจบปีสี่เลยใช่มั้ยวะเนี่ย
แม่งบอกว่าผมน่ะควรจะไปเรียนหมอมากกว่า หน้าตาแบบผมมันไม่เหมาะกับเด็กนิเทศหรอก ผมอยากรู้ฉิบหาย ว่าพวกมึงเอาตรรกะอะไรมาวัดกันวะ ว่ากูไม่ควรเรียนนิเทศ ตรรกะห่วยๆ ของพวกมึงมันน่าโมโหฉิบหาย
ก็แค่กูใส่แว่นตาเป็นเด็กเนิร์ดๆ แล้วถือหนังสือเรียนเยอะๆ แค่นี้พวกมันก็หาว่ากูควรจะไปเรียนหมอมากกว่า แล้วไงล่ะ ก็ผมอยากเรียนนิเทศนี่หว่า ใครจะทำไม กูอยากเป็นดาราครับ ดาราอะ พวกมึงรู้จักปะ ดา...รา...
อุตส่าห์ตั้งใจสอบเข้าคณะนี้ด้วยเกรดเฉลี่ย สูงถึง 3.95 เชียวนะเว้ย แม้มันจะเป็นเกรดที่ค่อนข้างสูงมากพอสมควร จนหลายคนบอกว่าผมสามารถสอบเข้าคณะแพทย์ได้อย่างสบายๆ แต่แล้วไง นั่นมันไม่ใช่คณะที่ผมอยากเรียนนี่หว่า มันต้องนี่ครับ คณะนิเทศศาสตร์ เพราะมันคือความฝันอันสูงสุดของผมที่จะเข้ามหา'ลัยเพื่อมาเรียนต่อคณะนี้โดยเฉพาะ
ดาราคือความฝันของผมมาตั้งแต่เด็กที่ผมจะต้องทำให้ได้ ผมอยากเป็นดาราครับ ผมอยากเล่นหนัง อยากเล่นซิทคอม อยากเจอพี่ๆ ดารานักแสดง อยากโลดแล่นอยู่ในวงการมายา อยากไปเดินพรมแดงที่เชียงคาน เอ๊ย...เมืองคาน ตึ้ง...โป๊ะ...เป็นไง ชงเอง ตบมุขเอง เจ๋งเปล่าล่ะ
เห็นผมอย่างนี้เหอะ รู้มั้ยว่าผมเนี่ยได้แสดงละครโรงเรียนมาแล้วถึง 3 ปีซ้อนด้วยนะ เพราะด้วยหน้าตาและบุคลิกของผม บวกกับการแสดงที่มันเป็นพรสวรรค์ซึ่งติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด มันเลยทำให้ผมได้เป็นตัวแทนแสดงละครโรงเรียนมาแล้วถึง 3 ปีซ้อนด้วยกัน หึหึหึ ไม่ใช่เล่นๆ นะครับ ชายเจมส์ซะอย่าง
ไม่อยากจะเล่าเลยครับ ปีแรกผมได้แสดงบทเด่นด้วยนะขอบอก แสดงเป็นก้อนหิน ก้อนที่พระนางแม่งต้องมานั่งพลอดรักกันตรงนี้ ผมได้อยู่ในฉากสำคัญเยอะเลยนะบอกเลย อิจฉาใช่มั้ยล่ะ หึหึหึ แต่ตอนนั้นปวดหลังฉิบหาย ต้องนั่งก้มหลังทั้งเรื่อง
พอปีที่สอง ผมได้เล่นเป็นต้นไม้ครับ ไม่ขำนะครับทุกคน เพราะบทที่ผมได้เล่นมันเด่นมาก แสดงอยู่หน้าฉากตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่อง คนอื่นเนี่ยผลัดกันเข้าออกมาหน้าเวทีกันคนละฉาก แต่ผมครับ ผมยืนหล่อๆ อยู่แบบนั้นหน้าฉากทั้งเรื่อง ไม่เด่นไม่สำคัญก็ให้มันรู้ไปสิ ยืนจนขาแข้งแข็งซะขนาดนั้น กลับไปถึงกับต้องให้แม่เอายามานวดขาให้เลย
พอปีสาม ผมได้แสดงบทสำคัญเป็นตัวเด่นคู่ใจนางเอกเลยนะครับ สัตว์เลี้ยงครับ ใช่ครับ สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของนางเอกเลยนะ และผมก็ได้ออกทุกฉากเลยด้วย นางเอกได้ออกมาหน้าฉากเมื่อไหร่ ผมก็ได้ออกมาหน้าฉากเมื่อนั้น
เป็นไง ประวัติการแสดงผ่านมือของผมมาแล้วอย่างโชกโชนใช่มั้ยล่ะ ไม่ต้องชมว่าผมเก่งหรอกครับ ผมรู้ตัวดี หึหึหึ
"อ้าวคุณหมอเจมส์ วันนี้เพื่อนหายเหรอครับ ฮ่าๆๆๆ" คุณหมอบ้านเตี่ยพวกมึงสิครับ กูเด็กนิเทศไอ้สัดไม่ใช่เด็กแพทย์ กูก็เรียนอยู่กับพวกมึงทุกวันเหอะ ลืมกูเก่ง...
ครับ...ผมชื่อ เจมส์ จักรพันธุ์ วโรธรรม ถ้าถามว่าทำไมผมถึงได้ชื่อนี้ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับทุกคน ชื่อผมน่ะมีที่มานะขอบอก ไม่ใช่แค่ตั้งมาเล่นๆ เอางี้ ผมจะสละเวลามาเล่าให้ฟังก็แล้วกัน
เรื่องมันมีอยู่ว่า พ่อผมเป็นพวกชอบฟังเพลงลูกทุ่งอย่างมาก ส่วนแม่ของผมแกก็ชอบฟังเพลงสตริงเอามากๆ เช่นกัน ผลก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ไงครับ ไหนๆ ก็เลือกไม่ได้ว่าจะเอาชื่อไหนตั้งให้ลูกดี ก็เลยรวบมาไว้ในคนเดียวกันไปซะเลยหมดเรื่อง เลยได้พี่ก็อต จักรพันธุ์ มาเป็นชื่อจริง ส่วนชื่อเล่นเหรอ ฮึ...ก็ได้มาจากพี่เจมส์ เรืองศักดิ์น่ะสิครับ เป็นไง แต่ละคนระดับแนวหน้าของประเทศเลยนะขอบอก
แล้วแบบนี้ผมจะไม่เดินตามรอยพวกพี่เขามันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ ดาราอยู่แค่เอื้อม...
เฮ้อ...จะว่าไปวันนี้ผมโคตรเหงาเลยครับ เพราะเพื่อนรักเพียงคนเดียวของผมที่คบกันมาถึง 4 ปีมันดันท้องเสียจนมาเรียนไม่ไหว ทำให้ไอ้ห่าพวกนั้นมันพากันมาเห่ามาหอนผมกันทั้งวัน จะว่าไงดีล่ะ เพราะปกติผมมีเพื่อนอยู่ด้วยไอ้พวกนั้นมันเลยไม่ค่อยกล้าเข้ามายุ่งกับผมสักเท่าไหร่ เพื่อนผมมันก็เป็นพวกเข้าสังคมไม่เก่งเหมือนกันกับผมนี่แหละ แต่มันแตกต่างกันตรงที่ว่า เพื่อนผมมันกล้าพูด กล้าเถียงกลับ แถมมันยังกล้าต่อยคนแบบที่ผมไม่กล้าทำไงล่ะครับ
Rrrrrrrr!!!
น่านไง ว่าแล้วก็โทรมาพอดีเลยนะครับไอ้เพื่อนรัก
"อืม ว่าไงมึง หายปวดท้องยังวะ" ผมกับมันรู้จักกันมานาน ดังนั้นก็เลยไม่จำเป็นต้องพูดเพราะอะไรกันมากนัก ก็กูมึงกันแบบนี้นี่แหละครับ สนิทกันดี
'เออ กูดีขึ้นและ ว่าแต่มึงเหอะ วันนี้มีใครมาแกล้งมึงปะวะ' สัด พูดเหมือนมึงรู้เลยนะครับเพื่อนรัก แต่ผมไม่บอกมันหรอกว่ามีคนมาล้อกูกันทั้งวันนั่นแหละ เพราะขืนบอกมันไปมีหวังได้มีเรื่องกับคนอื่นอีกแน่ๆ เพราะไอ้นี่มันหัวร้อนฉิบหายเลยน่ะสิครับ ใครมาแหยมกับผมได้ซะที่ไหนล่ะ
มีเรื่องกับผม ก็เหมือนมีเรื่องกับมันด้วย มันเคยบอกไว้
"หึ ไม่มีหรอก ว่าแต่มึงเหอะไอ้ยุ ได้ไปหาหมอมารึเปล่าวะ" ผมถามมันทันทีเพราะไอ้เหี้ยนี่มันไม่ชอบไปโรง'บาลน่ะครับ มันบอกว่ามันไม่ชอบกลิ่นของโรง'บาล เอากับคนอย่างมันสิครับ ไม่สบายก็ไม่ยอมไป แดกยาแล้วนอนอยู่บ้านปล่อยให้มันหายเอง เจ๋งไหมล่ะเพื่อนผม
'ไม่อะ มึงก็มาหากูสิวะเย็นนี้' นั่นไง ผมนึกแล้วว่ามันต้องไม่ไป
"ทำไมวะ กูไปหาแล้วมึงจะหายงั้นดิ" แม่ง...ทำยังกับกูเป็นหมอนะไอ้ห่า
'เออดิ ก็มึงเรียนหมอไม่ใช่ไง หมอเจมส์ ฮ่าๆๆๆ มารักษากูหน่อย' สัด ไม่วายล้อปมกูอีกนะไอ้ห่า นี่มึงเพื่อนกูจริงปะวะเนี่ย
"หมอพ่องมึงสิไอ้สัด กูเรียนคณะเดียวกันกะมึง" กวนตีนเป็นที่หนึ่งก็มันนี่แหละครับ แต่ก็นะ ถ้าไม่มีมันผมก็คงจะไม่มีเพื่อนสนิทแล้วล่ะ
ผมตกลงเข้าเรียนคณะนิเทศซึ่งมันก็ตามผมมาเรียนด้วย เหตุเพราะมันไม่รู้ว่าจะเรียนต่อคณะอะไรดี ตอนแรกมันขอที่บ้านเรียนแค่มอหก เพราะมันบอกว่าขี้เกียจเรียน แต่พ่อมันไม่อนุญาตครับ ทำให้มันต้องมาเรียนต่อจนได้ แล้วคนอย่างมันก็ไม่มีคณะอะไรที่อยากจะเรียนแบบจริงจังซะด้วย ผมก็เลยชวนให้มันมาเรียนด้วยกันซะเลย แล้วมันก็ดั้น...ใจง่ายตามผมมาเรียนอีก
"ไม่นะคะ อิงอรไม่เลิกนะ"
"เออมึง แค่นี้ก่อนนะเว้ย" ว่าแล้วก็วางสายจากไอ้เพื่อนรักไปก่อน เพราะภาพตรงหน้ามันดึงเอาความสนใจของผมซะแล้วสิ จะเรียกว่าขี้เสือกก็ไม่ว่านะครับ เพราะมันคือเรื่องจริง
"ราม อิงอรไม่ดีตรงไหนเหรอคะ" สาด คนทะเลาะกันว่ะ แถมแม่งยังหน้าตาดีกันทั้งคู่อีก ผมล่ะโคตรอิจฉาไอ้หมอนั่นเลย แม่ง...เกิดมาหน้าตาดีฉิบหาย สูงอย่างเหี้ย เพอร์เฟคไปหมด ก็แม่งหล่อนี่เนอะมันถึงได้เลือกได้ ขนาดผู้หญิงคนนั้นสวยอย่างกับดาวมหา'ลัยมึงยังจะทิ้งลงอีก เฮ้อ...เปลี่ยนมาเป็นกูได้มั้ยวะ เป็นกูที่ไปยืนอยู่ตรงนั้นแทนที่มึง เพราะสวยขนาดนี้ รับรองกูจะดูแลเขาอย่างดี กูจะไม่มีวันทำให้เขาต้องร้องไห้เลยแหละ แต่ประเด็นคือ กูไม่ได้หล่อเหมือนมึงไงไอ้สัด
เชี่ย...ผู้หญิงแม่งร้องไห้โคตรน่าสงสารเลยว่ะ เฮ้ย...นั่นมันยกมือขึ้นทำไมวะ หรือว่ามันจะตบ...ผู้หญิง ไอ้เหี้ยเอ๊ย แบบนี้มึงต้องเจอกู พลเมืองดีอย่างกูขอบันทึกภาพเหตุการณ์เพื่อทำการเก็บไว้เป็นหลักฐานให้กับฝ่ายหญิงสักหน่อย
"เชี่ย...มึงไม่รอดแน่ไอ้หล่อ" ว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาสิครับ จะรออะไรอยู่ล่ะ แบบนี้มันต้องทำตัวเป็นพระเอกซะหน่อย ยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับจัดการบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ เผื่อว่ามันทำร้ายผู้หญิงผมจะได้มีหลักฐานเอาไว้ช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้นได้
ผมดูละครบ่อยครับ ผมเลยจำเอามาใช้ เพราะไอ้พวกหน้าหล่อๆ มันมักใจหมากันทุกราย ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิงบ้างล่ะ มันได้เขาแล้วไม่พอมันยังจะมาทำร้ายตบตีเขาอีก และแน่นอนว่าผู้ร้ายพอทำผิดแม่งมักจะไม่ค่อยมีใครเห็น แต่นี่มันชีวิตจริงเว้ยไอ้สัด มึงหนีไม่รอดแน่ เพราะพลเมืองดีอย่างกูมีหลักฐานพร้อม
เพี้ย!!! แม่ง...ผิดคาดครับ ผมก็คิดว่าไอ้นั่นมันจะตบผู้หญิงซะอีก แต่ที่ไหนได้ มันกลับโดนตบซะเอง เอาซะหน้าหันไปเลยไอ้ห่า แล้วมึงเสือกโดนตบจนหน้าหันมาทางกูอีกนะไอ้เชี่ย เวรแล้วไงไอ้เจมส์
ผมรีบเก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าทันที เพราะผมไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นมันเห็นหรือเปล่าตอนที่ผมแอบถ่ายมัน ขอให้มันไม่เห็นทีเถอะ เพี้ยง!!!
เฮ้ย...แล้วนั่นมันเดินมาทำไมวะ ไอ้สัด คงไม่ได้เดินมาหากูหรอกนะ เอาไงดีวะ กูวิ่งหนีมันดีมั้ย แต่...ถ้าเกิดว่ากูวิ่งหนีมันตอนนี้ มันต้องหาว่ากูมีพิรุธแน่ๆ เหอะ...ไม่เป็นไร กูเรียนนิเทศนี่หว่า กเล่นละครได้อยู่แล้ว คึคึคึ