หลังจากเฟอร์ดินานอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็เดินกลับมาที่เตียงคนป่วยพร้อมใบหน้าบูดบึ้ง
“ผมสั่งให้ลูกน้องผมซื้ออาหารมาให้แล้วรอสักครู่” พูดเสร็จเฟอร์ดินานก็นั่งลงตรงเก้าอี้ข้างเตียง พร้อมกับเอามือกอดหน้าอก ทำเมินมองไปที่หน้าต่าง
สายป่านมองการกระทำเพี้ยนๆ ของเขา ที่ทำราวกับเป็นเด็กน้อยที่มีปัญหาเรียกร้องความสนใจ
“ฉันขอถามคุณจริงๆ นะ คุณเฟอร์ดินาน คุณเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านใช่ไหม”
“ใช่แล้วจะทำไม คุณมีอะไรสงสัยในตัวผม” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงห้วนๆ
“ไม่มีอะไรสงสัยแล้ว ฉันพยายามจะเข้าใจนิสัยของคุณก็แค่นั้น” สายป่านพอจะเดานิสัยอีกฝ่ายออก ถึงแม้ตัวเธอก็เป็นลูกสาวคนเดียวเช่นกัน
“นิสัยของผม ยังไงไหนคุณลองพูดมาสิ” เฟอร์ดินานเอ่ยถามเสียงเข้มกลับไปทันที
“ก็เอาแต่ใจตัวเองมาก” สายป่านพูดออกไปทันทีตามที่ตัวเองรู้สึก
“ผมเนี่ยนะเอาแต่ใจ!” เฟอร์ดินานถามย้ำ
“ใช่! นั้นแหละนิสัยของคุณ” สายป่านพูดบอกเขาตรงๆ
เฟอร์ดินานเห็นสายป่านพยายามขยับเปลี่ยนท่านั่งหลายที ท่าทางคงจะเมื่อยเห็นแล้วรู้สึกสงสารจึงลุกขึ้นไปจัดการช่วยขยับจัดท่าให้สบาย
เมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง กลิ่นน้ำหอม กลิ่นเจลใส่ผม มันทำให้ สายป่านรู้สึกเขินผิวกายตัวเองก็ร้อนขึ้นมาทันใด
“หน้าแดงแบบนี้คิดอะไรทะลึ่งกับผมอยู่หรือเปล่า” เฟอร์ดินานจับอาการของคนในอ้อมกอดตัวเองได้
“บ้า! ฉันยังไม่ได้คิดอะไร ฉันแค่หิวมีไข้อยู่ต่างหากล่ะ ทำให้ตัวร้อน”
เฟอร์ดินานฟังเสียงคนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า หญิงสาวกำลังรู้สึกเขิน ท่าทางคงจะไม่รู้เลยว่า เสียงหัวใจและอาการสั่นประหม่าตอนที่เขากอดมันแสดงออกมาชัดเจนมากจนรับรู้ได้
“ผมพึ่งรู้นะว่า อาการของคนหิวข้าวทำให้หัวใจคนเราเต้นแรงเร็ว มีอาการร้อนคล้ายกับคนเป็นไข้ ผมคงต้องศึกษาอาการจากคุณเยอะ ๆ แล้วสิ เวลาที่คุณป่วย คุณหิว คุณโกรธหรืองอนผมจะได้จับอาการของคุณถูก ผมก็พาลหลงตัวเองคิดว่า คุณกำลังใจสั่นเวลาที่อยู่ในอ้อมกอดและคิดถึงเรื่องใน...” เฟอร์ดินานส่งรอยยิ้มกวนพร้อมกับหรี่ตาจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต กำลังจะพูดว่าเรื่องในคืนนั้นแต่ก็ถูกอีกฝ่ายพูดขัดทันที
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยคุณเฟอร์ดินาน ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องคุณหน่อย” สายป่านรีบแก้ตัวพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอร้องผม คุณมีเรื่องอะไรบอกผมมาได้ ผมกับคุณเราก็ถือว่า เป็นคนเดียวกันอยู่แล้ว” เฟอร์ดินานรีบเอ่ยแสดงความจริงใจ นั่งลงบนเตียงคนไข้
“ฉันขออนุญาตยืมโทรศัพท์ของคุณจะได้ไหม พอดีฉันโทรศัพท์ของฉันคงจะล่วงหายไปตอนที่วิ่งหนี พอดีฉันต้องการติดต่อคนของฉัน ต้องการรู้เรื่องของพ่อไม่รู้ว่า ตอนนี้ท่านอยู่ในที่ปลอดภัยหรือเปล่าฉันรู้สึกเป็นห่วงมาก”
เฟอร์ดินานนิ่งตั้งใจฟังเขาเห็นแววตาของสายป่านมีความกังวลเข้าใจความรู้สึกของเหมือนกันถ้าเป็นตัวเขาก็คงจะรู้สึกเป็นห่วงและกังวลมาก จากนั้นตัวเขาล้วงเข้าไปในกางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวแล้วยื่นไปให้คนตรงหน้า
สายป่านมองใบหน้าของเฟอร์ดินานแล้วฉีกยิ้มเป็นการขอบคุณ โดยที่เจ้าของรอยยิ้มไม่รู้เลยว่า การทำแบบนี้สร้างความปั่นป่วนข้างในให้กับคนที่ได้รับมาก ถ้าไม่ติดว่าบาดเจ็บเขาจะจับอีกฝ่ายฟัดให้หายคิดถึงสักที คิดแล้วรู้สึกอยากให้หายเจ็บเร็วๆ
เมื่อได้โทรศัพท์จากเขา สายป่านก็จัดการโทรเข้าเบอร์คนสนิทที่คอยดูแลพ่อของเธอ รออีกฝ่ายรับสายด้วยความร้อนใจกังวล กระทั่งได้ยินเสียงของการตอบรับจากปลายทาง
เฟอร์ดินานเดินหลบออกไปรอตรงระเบียงปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดคุยสะดวกโดยที่ไม่ต้องกังวลว่า เขาจะแอบฟังหรือเปล่า ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่า ในห้องพักเขาได้ซ่อนกล้องวงจรปิดที่บันทึกทั้งภาพและเสียงเอาไว้ ก่อนนี้เขาได้ให้ บาสเตียนติดเพื่อป้องกันกลัวว่า จะมีใครรอบเข้ามาทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งตัวของคนด้านในไม่รู้ว่า มีกล้องบันทึกเสียงและภาพ คงจะคิดว่า ตัวเขามีมารยาทในการไม่แอบฟัง ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือประวัติของสายป่าน เขาต้องการอยากจะรู้มากที่สุดในทุกเรื่อง ยิ่งพอรู้ว่า อีกฝ่ายมีคนจ้องจะเอาชีวิตแบบนี้มันต้องไม่ธรรมดาแน่
“นี่ฉันเอง เป็นยังไงกันบ้าง” สายป่านเอ่ยถามปลายสาทันทีเมื่ออีกฝ่ายกดรับ
“คุณหนู! คุณหนูอยู่ที่ไหนให้พวกเราไปรับไหมครับ”
“ไม่ต้อง ตอนนี้พวกเรา คงต้องแยกกันสักพักปล่อยให้พวกมันได้ใจไปก่อน พิสิตฉันฝากนายดูแลพ่อของฉันด้วยถ้าฉันหายดีแล้ว ค่อยกลับไปจัดการพวกมัน แล้วตอนนี้พ่อปลอดภัยไหม”
“คุณท่านปลอดภัยทุกอย่างครับ ตอนนี้ผมให้คุณท่านทานยาพักผ่อน คุณหนูจะคุยกับคุณท่านหรือเปล่า ผมจะได้เดินไปหาท่านครับ” พิสิตลูกน้องคนสนิทผู้ที่เป็นมือขวาและเป็นอดีตตำรวจฝีมือดีตอนนี้ถูกจ้างให้มาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเจ้าสัวบุญชัย
“ไม่เป็นไรให้พ่อพักรักษาตัวก่อน ฉันฝากนายดูแลพ่อของฉันให้ดี ฝากบอกพ่อด้วยว่าไม่ต้องห่วง ฉันปลอดภัยแล้ว ถ้าได้เบอร์โทรศัพท์จะติดต่อนกลับไปอีกรอบ ช่วงนี้พวกเราคงจะต้องอยู่นิ่งๆกันสักพัก แค่นี้ก่อนนะเกรงใจเจ้าของโทรศัพท์คนที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้”
สายป่านสั่งลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเรียบดุ โดยมีสายตาแอบมองจากตรงระเบียง
เฟอร์ดินานจับสังเกตุสีหน้าและแววตาของสายป่านเวลาพูดโทรศัพท์ ทำไมเขาถึงรู้สึกถึงความแข็งกร้าว เข้มแข็งเกินผู้หญิงทั่วไป ผู้หญิงที่สามารถจับปืนฆ่าคนได้การต่อสู้ป้องกันตัวเก่งแบบนี้ แสดงว่าต้องถูกปองร้ายอยู่ตลอดเวลาแน่นอนคิดแล้วเขารู้สึกเป็นห่วงมาก
เมื่อวางสาย ตัวเธอนิ่งคิดถึงเรื่องที่จะต้องกลับไปจัดการคนคิดจะปลิดชีวิตพ่อและเธอ เพื่อจะขึ้นเป็นใหญ่แทนที่ ตัวเองไม่รู้ว่ามีคนที่เดินกลับเข้ามาภายในห้อง
“คุณเป็นคนสวยรู้ตัวหรือเปล่า เวลาที่คุณไม่ทำหน้าดุ” เฟอร์ดินานแกล้งพูดแหย่เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความไม่สบายใจหรือกังวล
“ขอบคุณนะคะที่ชมว่า ฉันสวย ซึ่งปกติฉันก็ได้ยินคำนี้บ่อยจากปากของผู้ชาย” สายป่านรู้ว่า เฟอร์ดินานแกล้งเอ่ยแซ่วตัวเธอ
เฟอร์ดินานเดินเข้าไปหยุดมองหน้า พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นขึ้นมาทันที
“พูดออกมาแบบนี้ระวัง ระวังจะได้นอนยาวเพราะแผลฉีก” เฟอร์ดินานจับตัวสาวป่านกดลงไปบนเตียงคนป่วย อารมณ์ตัวเองเริ่มหงุดหงิด เก่งมากที่สามารถพูดยั่วอารมณ์เข้าได้
สายป่านตกใจท่าทางน่ากลัวของเฟอร์ดินาน จึงยกข้อศอกดันลำตัวเขาเอาไว้แต่เฟอร์ดินานกับก้มลงมาชิดติดใบหน้าของเธอ
“ถ้าไม่อยากหมดแรงอย่าพูดแบบเมื่อกี้อีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นผมไม่รับรองว่า คุณจะได้นอนพักอยู่บนเตียงแบบนี้ไหม”
ไม่ใช่แค่พูดแต่อีกฝ่ายก้มหน้าซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของคนป่วย กลิ่นตัวของสายป่านมันช่างหอมมากเมื่อเทียบกับกลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดัง เฟอร์ดินานซบอยู่ตรงนั้นแล้วแกล้งงับไปตรงลำคอ เม้มกัดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองร่องรอยที่ปราก
“รอยนี้ที่ลำคอ ผมฝากให้ผู้ชายที่คิดชมภรรยาคนอื่นว่า สวย คุณช่วยบอกให้พวกมันดูด้วยว่า สามีเขาไม่ชอบเอามากๆ รู้ไหม”
เมื่อเฟอร์ดินานพูดจบกดจุมพิตไปบนไหล่ สายป่านถึงกับสะดุ้งขนลุกซู่ไปทั่งร่าง เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนในชีวิตไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าทำแบบเขาอีกแล้ว สายป่านรีบเบี่ยงลำตัวหนี แต่อีกฝ่ายก็ตามเธอไปติดๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ ดูเหมือนเขาจะมีความสุขที่ได้แกล้งเธอ
และแล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กับคนที่กำลังคิดจะแกล้งเธอต่อ
“พอเถอะ! มีคนมา”
“ผมบอกเลยว่า คนที่มาเคาะประตูในช่วงเวลานี้มันจะต้องได้รับโทษ” เฟอร์ดินานเอ่ยเสร็จก็ลงจากเตียงคนป่วยไปนั่งตรงเก้าอี้ด้านข้างตามเดิม
ส่วนคนที่ไม่รู้ชะตาชีวิตของตัวเองว่า เข้ามาขัดจังหวะเจ้านาย บาสเตียนเดินถืออาหารที่เจ้านายสั่งเอาไปวางไว้บนโต๊ะทานข้าวพร้อมกับหันไปมองคนที่นั่งเงียบๆ เอามือกอดอก จ้องใบหน้าของเขาอยู่
“ผมขอโทษครับที่นำอาหารมาให้ช้า คุณสายป่านคงจะหิวแล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมเอาข้าวต้มแบบไทยไปใส่ชามให้นะครับ”
“ข้าวต้มแบบไทย” สายป่านถามงงๆ
“ก็คุณสายป่านชอบทานข้าวต้มปลาใช่ไหมครับ ผมเลยขับรถไปซื้อให้ ในย่านไชน่าทาวน์” บาสเตียนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดูอบอุ่น
แต่เมื่อหันกลับไปมองคนที่เป็นเจ้านายนั่งนิ่งสายตามองตรงมาที่เขา เดาออกว่าสายตาที่เห็นสื่ออะไร จึงรีบหุบปากพร้อมกับถอยออกมาจาก ชามข้าวต้มก่อนเดี๋ยวจะซวยไม่รู้ตัว
“เอ่อ...ผมซื้อสเต็กเนื้อเจ้าประจำมาให้เจ้านายด้วยนะครับ”
เฟอร์ดินานกลอกตาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวใส่ บาสเตียนที่เข้ามาขัดจังหวะ รำคาญที่มันรู้ดีว่า คนบนเตียงชอบทานอะไร ส่วนคนที่ไม่รู้ตัวทำท่าดีใจที่เห็นข้าวต้มปลา ทำท่าทางราวได้กินของหายาก พร้อมกับ ทำท่าดมกลิ่นหันไปขอบใจบาสเตียน และที่สำคัญกล้าชวนทานข้าวด้วย มันน่าจริงๆ มันน่าโดนมากกว่าสิ่งที่เขาทำไปเมื่อกี้
“ขอบคุณนะคะ คุณบาสเตียนทำไม รู้ใจแบบนี้ แล้วของคุณบาสเตียนไม่มีเหรอคะ เราไปนั่งทานกันตรงนั้นดีกว่าไหม ฉันเห็นคุณบาสเตียนซื้ออะไรมาเยอะแยะ”
บาสเตียนรู้ถึงลางร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาหลังจากนี้ เฟอร์ดินานจ้องใบหน้าบาสเตียนนิ่ง แล้วพูดเสียงเข้มๆ
“บาสเตียนมันรู้ใจคุณมากกว่า คนเป็นสามีของตัวเองเลยหรือไง”
เฟอร์ดินานลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปหยุดใกล้ ๆ ทั้งลูกน้องและสายป่าน แล้วพูดเสียงเข้ม
“ถ้ามันรู้ใจคุณมากก็เชิญกินข้าวกับมันให้อร่อย”
เฟอร์ดินานพูดเสร็จก็ทำท่าฮึดฮัดเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ สายป่านและบาสเตียนมองหน้ากันอย่างงงๆ
“เอ่อ...คุณสายป่านทานก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมออกไปดูคนขี้งอนก่อน ไม่ต้องตกใจนะครับ พอดีเจ้านายผมอารมณ์ขึ้นลงง่ายเป็นปกติ” บาสเตียนพูดเสร็จก็รีบเดินตามเจ้านายออกไป
สายป่านมองตามร่างทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่จะถอนหายใจรู้สึกเพลียกับนิสัยเอาแต่ใจของอีกฝ่าย