บทที่ 1 การจากลา(1/3)
กลิ่นเนยละลายและน้ำผึ้งดอกหิมะลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวของคฤหาสน์อัลเวเรนตั้งแต่เช้าตรู่ ภายนอกหน้าต่างกระจกบานสูง หิมะสีขาวกำลังโปรยลงเหนือยอดสนอย่างเงียบเชียบ ท้องฟ้าของดินแดนเหนือถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาเข้ม แสงอาทิตย์จึงส่องผ่านเข้ามาได้เพียงบางเบา
ทว่าภายในห้องครัวกลับอบอุ่นจากเปลวไฟในเตาและเสียงพูดคุยของเหล่าคนรับใช้ที่กำลังเตรียมอาหารเช้า ตรงกลางความวุ่นวายนั้น เด็กหญิงผมดำคนหนึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังถอดรหัสวงเวทโบราณ
ปลายผมยาวสีดำของนางถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างลวก ๆ แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอก ผ้ากันเปื้อนสีครีมเต็มไปด้วยรอยแป้ง ส่วนดวงตาสีแดงเข้มกำลังจับจ้องแป้งก้อนหนึ่งบนโต๊ะโดยไม่ยอมกะพริบ
เอวาลีน อัลเวเรน บุตรสาววัยสิบสองปีของผู้ปกครองดินแดนเหนือ กำลังเผชิญกับศัตรูที่ยากจะรับมือที่สุดในชีวิตนั้นก็คือ แป้งขนมปังที่ไม่ยอมขึ้นฟู
“เอลีนทำตามทุกขั้นตอนแล้วนะ” เอวาลีนพึมพำพลางใช้นิ้วจิ้มก้อนแป้งเบา ๆ
เนื้อแป้งยุบลงตรงปลายนิ้วและไม่คืนรูป นางจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองสมุดสูตรขนมซึ่งเปิดค้างอยู่ข้างชามผสม ข้อความทุกบรรทัดถูกเขียนไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ปริมาณแป้ง อุณหภูมิของนม ไปจนถึงระยะเวลาที่ต้องพักแป้ง ไม่มีสิ่งใดผิดพลาด อย่างน้อยนางก็คิดว่าไม่มี
“คุณหนูอาจใส่เกลือพร้อมกับยีสต์เร็วเกินไปเจ้าค่ะ” แม่ครัวใหญ่ซึ่งกำลังหั่นผลไม้อยู่ใกล้ ๆ เอ่ยขึ้นโดยพยายามกลั้นรอยยิ้ม
เอวาลีนก้มมองถ้วยเกลือ ก่อนเหลือบไปยังถ้วยยีสต์ “สองอย่างนี้ไม่ควรใส่พร้อมกันหรือ”
“เกลือทำให้ยีสต์ทำงานช้าลงเจ้าค่ะ”
“แต่ในหนังสือไม่ได้เขียนไว้”
“บางอย่างต้องเรียนรู้จากการลงมือทำ ไม่ได้อยู่ในหนังสือทุกเรื่องหรอกเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบดินสอขึ้นมาเขียนข้อความลงข้างสูตรทันที ห้ามปล่อยให้เกลือแตะยีสต์โดยตรง นางขีดเส้นใต้ประโยคนั้นถึงสองครั้ง ทำให้แม่ครัวใหญ่หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณหนูจะเริ่มทำใหม่หรือไม่เจ้าคะ”
เอวาลีนมองก้อนแป้งที่ล้มเหลวด้วยความเสียดาย นางใช้เวลาอยู่กับมันเกือบสามชั่วโมง ทั้งนวด ทั้งพัก ทั้งเฝ้าดูราวกับมันเป็นไข่สัตว์เวทที่กำลังจะฟัก
“เอาไปทำแผ่นแป้งอบกรอบได้หรือไม่”
“ได้เจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เอวาลีนดึงชามใบใหม่เข้ามาใกล้ เตรียมเริ่มต้นอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่กำลังตวงแป้ง เสียงระเบิดดังสนั่นก็กึกก้องไปทั่วคฤหาสน์
ตูมม!
พื้นห้องครัวสั่นสะเทือนจนถ้วยชามกระทบกัน เสียงนกบนต้นสนด้านนอกแตกฮือขึ้นสู่ท้องฟ้า แป้งขาวละเอียดในถุงข้างตัวเอวาลีนฟุ้งกระจายขึ้นกลางอากาศ ก่อนตกลงมาคลุมศีรษะและไหล่ของนางจนขาวโพลน
ทุกคนในห้องครัวหยุดนิ่ง ความเงียบดำเนินอยู่เพียงสองลมหายใจ
“นายน้อยลูเซียนอีกแล้วหรือเจ้าคะ” คนรับใช้คนหนึ่งถามขึ้นอย่างเหนื่อยใจ
แม่ครัวใหญ่ถอนหายใจ
“จากทิศทางของเสียง น่าจะเป็นห้องฝึกทางตะวันตก”
เอวาลีนหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนวางถ้วยตวงในมือลงบนโต๊ะ
“ฝากแป้งของข้าด้วย”
“คุณหนูจะไปที่ห้องฝึกหรือเจ้าคะ”
“เอลีนจะไปดูว่าพี่ชายยังเหลือแขนขาครบไหมน่ะค่ะ”
เอลีนก้าวออกจากห้องครัวด้วยสภาพที่ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยแป้ง โดยไม่เสียเวลาปัดมันออกแม้แต่น้อย ระหว่างทางบรรดาคนรับใช้ต่างหลีกทางให้ทันทีที่เห็นสีหน้าของคุณหนูแห่งคฤหาสน์ แม้เอวาลีนจะมีอายุเพียงสิบสองปี แต่ยามที่ดวงตาสีแดงคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย เด็กสาวกลับดูคล้ายดยุกออร์เดนผู้เป็นบิดาอย่างน่าประหลาด
ยิ่งผู้ที่ทำให้นางต้องทิ้งขนมกลางคันคือลูเซียนด้วยแล้ว สีหน้าของนางยิ่งไม่น่าเข้าใกล้ เมื่อเอวาลีนมาถึงอาคารฝึกทางตะวันตก ประตูไม้บานใหญ่เปิดอ้าอยู่ ควันสีเทาลอยออกมาจากด้านใน กลิ่นไหม้ของไม้ผสมกับกลิ่นโลหะและพลังเวทเข้มข้นจนทำให้นางต้องยกแขนขึ้นปิดจมูก ผนังห้องฝึกด้านหนึ่งมีรอยดำขนาดใหญ่ หุ่นไม้สำหรับซ้อมเวทเหลือเพียงครึ่งตัว ส่วนกลางห้องมีเด็กชายผมดำยืนอยู่ท่ามกลางเศษไม้และกลุ่มควัน เสื้อคลุมฝึกเวทของเขาขาดตรงชายแขน ใบหน้าเปื้อนเขม่าจนแทบมองไม่เห็นผิวเดิม แต่เจ้าตัวยังคงก้มสำรวจแผ่นอักขระในมืออย่างตั้งอกตั้งใจ
“น่าแปลก” ลูเซียนพึมพำกับตนเอง
“ข้าคำนวณการไหลเวียนของพลังไว้แล้ว เหตุใดวงแหวนชั้นที่สามจึงระเบิดก่อนเวลา”
เอวาลีนยืนมองพี่ชายอยู่หน้าประตู
“พี่ลูเซียน”
“บางทีอาจเป็นเพราะข้าเชื่อมอักขระไฟกับอักขระลมใกล้กันเกินไป แต่ตามหลักแล้วพลังควรหมุนออกด้านนอก ไม่ใช่สะท้อนกลับเข้าศูนย์กลาง…”
“พี่ลูเซียน”
“หรือแกนเวทของห้องนี้จะเก่าเกินไป”
“ลูเซียน อัลเวเรน”
น้ำเสียงเย็นเยียบทำให้เด็กชายหยุดพูด
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นน้องสาวยืนตัวขาวโพลนอยู่หน้าประตู รอยยิ้มเจื่อนจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนเขม่า
“เอวาลีน น้องมาแล้วหรือ”
“เอลีนได้ยินเสียงพี่ชายชัดเจนตั้งแต่อยู่ในครัว”
“จริงหรือ ห้องครัวอยู่ไกลตั้งสองอาคาร”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ควรภูมิใจ”
เอวาลีนก้าวเข้าไปในห้องฝึก พยายามไม่เหยียบเศษไม้บนพื้น นางมองสำรวจพี่ชายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“พี่ชายกำลังทดลองอะไร”
ลูเซียนยกแผ่นอักขระขึ้นทันที ดวงตาสีแดงซึ่งเหมือนกับนางเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
“วงเวทผสานธาตุสามชั้น พี่คิดว่าหากทำให้อักขระลมเร่งการหมุนของอักขระไฟ แล้วใช้น้ำแข็งควบคุมขอบเขตของการระเบิด เราจะสามารถสร้างเวทโจมตีที่รุนแรงโดยใช้พลังน้อยลงกว่าปกติครึ่งหนึ่ง”
เอวาลีนหันไปมองผนังที่เกือบพัง
“ดูเหมือนเวทของพี่ชายจะใช้ห้องฝึกเปลืองเกินไปน่ะเจ้าคะ”
“นั่นเป็นเพียงความผิดพลาดเล็กน้อย”
“เมื่อเดือนก่อนพี่ชายก็พูดเช่นนี้ หลังทำหลังคาหอดูดาวหายไปครึ่งหนึ่ง”
“ครั้งนั้นเป็นเพราะลมเปลี่ยนทิศ”
“ในห้องปิดหรือ”
ลูเซียนกระแอมเบา ๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วเหตุใดน้องพี่จึงมีสภาพเช่นนั้น”
“เพราะการทดลองของพี่ชายทำให้แป้งของเอลีนหก”
คนเป็นพี่เมื่อได้ยินคำตอบก็พยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นสภาพน้องสาวของตนเหมือนลูกแมวตกถังแป้ง
“เอลีนกำลังทำขนมปังน้ำผึ้ง”เด็กสาวทำหน้ามุ่ยเมื่อเห็นพี่ชายกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“น้องฝึกเวทได้ดีกว่าคนในวัยเดียวกันตั้งมาก เหตุใดจึงเอาเวลาไปนวดแป้งทุกวัน”
“เพราะแป้งไม่ระเบิดห้องฝึก”
ลูเซียนมองเศษไม้รอบตัว ก่อนพยักหน้าอย่างยอมรับเหตุผล
“อย่างน้อยส่วนใหญ่ก็คงไม่ระเบิด”
“อย่าได้คิดนำวงเวทของพี่ชายไปใส่ในเตาอบของเอลีนเด็ดขาด”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”
“สีหน้าพี่ชายพูดแทนหมดแล้ว”
ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มโต้เถียงกันต่อ เสียงกระแอมหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง ทำให้เอวาลีนกับลูเซียนหันกลับไปพร้อมกัน
ชายร่างสูงในเสื้อคลุมสีเขียวเข้มยืนพิงกรอบประตูอยู่ เส้นผมสีเขียวยาวประบ่าถูกมัดไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาสีเทากวาดมองสภาพห้องฝึกอย่างเงียบงัน ก่อนหยุดอยู่ที่แผ่นอักขระในมือของลูเซียน
มหาเวทซีคอน ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเวทที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งโอเรียนดรา และเป็นอาจารย์ของเด็กทั้งสอง ยืนอยู่ตรงนั้นมานานเพียงใดไม่มีใครทราบ
ลูเซียนรีบซ่อนแผ่นอักขระไว้ด้านหลัง
“ท่านอาจารย์”
“เจ้าซ่อนช้าเกินไป”
ซีคอนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าเห็นตั้งแต่ก่อนเจ้าจะคิดซ่อนมันเสียอีก”
ลูเซียนหัวเราะแห้ง ๆ
“การทดลองเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อยขอรับ”
ซีคอนมองรูขนาดใหญ่บนผนัง
“หากนี่คือความผิดพลาดเล็กน้อย ข้าคงต้องสั่งให้ช่างเตรียมสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ไว้รอความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเจ้า”
เอวาลีนหลุดหัวเราะ แต่เมื่อซีคอนหันมามอง นางจึงรีบเม้มริมฝีปากทันที
“ส่วนเจ้า”
เขากวาดตามองแป้งสีขาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายรองเท้าของนาง
“กำลังฝึกเวทพรางตัวเป็นกองหิมะหรือ”
“เอลีนกำลังทำขนมปังเจ้าค่ะ”
“ดูเหมือนขนมปังจะเป็นฝ่ายทำเจ้าเสียมากกว่า”
ลูเซียนหัวเราะออกมาดังลั่น คราวนี้เอวาลีนเป็นฝ่ายหันไปจ้องเขา
ซีคอนถอนหายใจเบา ๆ แม้มุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย
“ไปล้างตัวแล้วมาพบข้าที่ห้องแผนที่ทั้งสองคน ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอก”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ทำให้ความผ่อนคลายเมื่อครู่หายไปจนหมด
เอวาลีนมองตามแผ่นหลังของอาจารย์ที่เดินจากไป ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ซีคอนมักเรียกพวกเธอไปพบเมื่อต้องการสอนบทเรียนใหม่ หรือมอบหมายงานฝึกที่ยากขึ้น แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป
ดวงตาสีเทาของเขาดูเหนื่อยล้า และตรงชายเสื้อคลุมยังมีรอยไหม้ซึ่งไม่ใช่ฝีมือของลูเซียน