bc

ฝากรักเมียชั่วคราว

book_age18+
222
FOLLOW
1.2K
READ
HE
heir/heiress
campus
friends with benefits
like
intro-logo
Blurb

คิ้วเรียวสวยแบบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยใบมีดโกนขมวดมุ่นหลังจากวางสายมารดา เสียงสะอื้นคร่ำครวญและคำพูดตัดพ้อของผู้ให้กำเนิดยังดังก้องอยู่ในหู มิ่งกมลถอนใจเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังไม่คลายความรู้สึกหนักอึ้งในใจลง

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1
คิ้วเรียวสวยแบบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยใบมีดโกนขมวดมุ่นหลังจากวางสายมารดา เสียงสะอื้นคร่ำครวญและคำพูดตัดพ้อของผู้ให้กำเนิดยังดังก้องอยู่ในหู มิ่งกมลถอนใจเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังไม่คลายความรู้สึกหนักอึ้งในใจลง “พ่อลงไปจนหมด ทั้งบ้าน รถ เงินเก็บ แล้วดูสิมาพังไม่เป็นท่าแบบนี้...ฮึก...แม่บอกแล้วเตือนแล้วก็ไม่เคยฟัง แบบนี้เราจะอยู่กันยังไงล่ะ ไม่ลำบากกันแย่เหรอในยุคที่อะไร ๆ ก็ฟุบไม่ฟื้นแบบนี้...ฮึก...” ยิ่งนึกถึงคำพูดเหล่านั้นเธอก็ยิ่งไม่อาจปล่อยวางเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของเธอ หากว่าธุรกิจที่บิดาทุ่มจนหมดตัวพังไม่เป็นท่า นั่นก็หมายถึงการใช้ชีวิตและการเล่าเรียนของเธอด้วย มิ่งกมล หญิงสาววัยยี่สิบสองปีเศษเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในอังกฤษ ทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นข้าราชการครูฐานะจัดว่าอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าดี แต่บิดาเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน ท่านมักหาข้อมูลในหลากหลายสาขาเพื่อเสาะหาอาชีพเสริม ซึ่งตลอดมาก็มีทั้งสำเร็จและล้มเหลวปะปนกัน แต่ปัญหาคืออาชีพเสริมที่ประสบความสำเร็จไม่สามารถทำเงินได้มากพอด้วยเป้าหมายของท่านคือคำว่ารวย ท่านจึงไม่เคยหยุดที่จะเริ่มต้นใหม่ และอาชีพเสริมล่าสุดคืออาชีพที่กำลังมาแรงนั่นคือการเป็นนักเทรดทองคำ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเสียงสะอื้นของมารดาที่ได้ยินอยู่เมื่อครู่ ครั้งนี้พ่อทุ่มหมดหน้าตัก เธอไม่คิดตำหนิบิดาเพราะรู้ว่าเจตนาของท่านคืออะไร ดังนั้นสิ่งที่ลูกอย่างเธอควรทำคือการให้กำลังใจไม่ใช่ซ้ำเติม “ฮัลโหลมิ่ง” น้ำเสียงเครียดจัดของบิดาทำให้มิ่งกมลใจสั่น เธอกลัวเหลือเกินว่าท่านจะเครียดจนส่งผลต่อสุขภาพ “พ่อ...” “แม่โทรหาแล้วใช่มั้ย” “โทรแล้วค่ะ มันร้ายแรงมากเลยเหรอพ่อ” “ก็...ขาดทุนเยอะกว่าที่เคยผ่านมาน่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับหมดเนื้อหมดตัวหรอก พ่อได้ยินแล้วละที่แม่เขาฟูมฟาย เขาคงจะกังวลน่ะพ่อเข้าใจ” “ถึงขั้นไหนคะ” “ก็...พ่อเอารถ บ้านไปเข้าจำนอง เงินเก็บก็ลงไปจนหมด รวมแล้วก็หลายล้านอยู่” หญิงสาวถือสายค้างไม่พูดจาเพราะจากที่ฟังก็ถือว่าหนักพอควรด้วยที่ผ่านมาบ้านเธอไม่เคยเป็นหนี้ก้อนใหญ่มาก่อน “พ่อกับแม่ไม่เคยมีหนี้ก้อนใหญ่แล้วก็เยอะแบบนี้มาก่อนแม่คงตกใจอยู่ ยังไงพ่อรอแม่ใจเย็นค่อยพูดกันใหม่นะคะ” เธอพยายามประนีประนอมเพราะในสถานการณ์เช่นนี้กำลังใจคือสิ่งสำคัญ ยิ่งมารดาเธอเป็นประเภทจิตใจอ่อนไหวง่ายก็ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะเพียงเรื่องเล็กน้อยก็สามารถทำให้ท่านหวาดวิตกได้ “แต่เรื่องเรียนมิ่งไม่ต้องห่วงนะลูก พ่อจะพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม” “ค่าเทอมเพิ่งจ่ายไปไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วค่ะ ช่วงนี้พ่อหยุดส่งเงินให้หนูไปก่อนเพราะเงินเก็บหนูพอมี อีกอย่างรายได้จากงานพาร์ตไทม์ของหนูก็พอใช้ถ้าประหยัดสักหน่อย” “พ่อขอโทษนะมิ่งที่...” “พ่ออย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ หนูรู้ว่าทุกอย่างที่พ่อทำก็เพราะหวังดีต่อครอบครัว” ความจริงเธออยากจะพูดว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ครั้งหน้าบิดาจะได้ไม่กล้าทุ่มจนหมดตัวเพราะเชื่อมั่นในการตัดสินใจเช่นครั้งนี้อีก แต่ก็กลัวว่าคำพูดนั้นจะกระทบใจคนฟัง อีกทั้งยังเชื่อว่าบิดาคงจะเรียนรู้ได้เองจากความผิดพลาด “พ่อไม่ต้องห่วงหนูค่ะ ปลอบแม่ให้ดี ๆ ก็พอ” “จ้ะลูก” เสียงถอนใจอีกหลายเฮือกดังขึ้นหลังจากกดวางสาย ยังดีที่เธอไม่เคยนิ่งเฉยรอเงินทางบ้านจึงทำงานพาร์ตไทม์มาตลอด เมื่อถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากจึงไม่ได้หนักหนาจนเกินไปนัก เธอข้ามน้ำข้ามทะเลมาเล่าเรียนไกลถึงที่นี่ไม่ใช่เพราะความต้องการของตัวเองเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะการที่บิดาผลักดันอยู่เบื้องหลัง บวกกับที่เธอเป็นคนที่เรียนเก่งจึงได้มาอยู่ตรงนี้ เมื่อก่อนเธอทำงานพาร์ตไทม์เพราะต้องการช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน แต่ต่อจากนี้ไปเธอต้องทำเพื่อความอยู่รอดและปากท้องของตัวเอง ถึงแม้บิดาจะยืนยันว่ายังจะทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม แต่เธอที่รู้สถานการณ์ก็ไม่อยากรบกวน เพราะฉะนั้นหากเธอจะต้องพึ่งตัวเองแบบเต็มร้อยนั่นหมายความว่ารายได้จากงานพาร์ตไทม์ในทุกวันหยุดไม่เพียงพออีกแล้ว “ฮัลโหล...ซินดี้” “อืม...” “เธอนอนอยู่เหรอขอโทษที่รบกวนนะ” “ไม่เป็นไรฉันกำลังจะลุกไปทำงานพอดี” ดวงตาคู่สวยเหลือบตามองนาฬิกาบนโต๊ะที่ตอนนี้บอกเวลาเกือบหนึ่งทุ่มก่อนจะกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ “ฝากงานให้ฉันหน่อยสิ” “หืม...” “พูดจริง งานเสิร์ฟ เมด หรืออะไรก็ได้” “มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย” “ทางบ้านมีปัญหาน่ะ คงต้องหารายได้ดูแลตัวเองแล้ว” “โอเค ได้เลย” พอรู้เหตุผลอีกฝ่ายก็รับคำโดยไร้ซึ่งคำถามใด ๆ อีก มิ่งกมลและซินดี้เป็นรูมเมตกันมาตั้งแต่แรกจนทุกวันนี้ เพียงแต่เวลาอินเลิฟซินดี้ก็จะตัวติดกับแฟน ไม่ค่อยได้กลับมานอนที่ห้องด้วย หรือไม่ก็กลับมาให้มิ่งกมลปลอบโยนตอนอกหักเท่านั้น ด้วยการฝากฝังของเพื่อนมิ่งกมลจึงได้เข้าเป็นพนักงานเสิร์ฟในไนต์คลับสุดหรู ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีตั้งแต่วันแรกของการทำงาน “เด็กคนนั้นมาใหม่เหรอ” รอสโซ่ถึงกับเลิกคิ้วเมื่อเพื่อนถามถึงพนักงานเสิร์ฟของเขา “อะไร ทำท่าทางแบบนั้นทำไมวะ” วิลล์ ย้อนถามทั้ง ๆ ที่รู้ดีถึงความหมายในท่าทางนั้น “ก็แปลกใจไง เมื่อไหร่กันที่แกมาสนใจพนักงานของฉัน” ไนต์คลับสุดหรูแห่งนี้เปิดรับเฉพาะแขก VIP ที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ และวิลล์ก็เป็นแขกประจำเพราะเป็นเพื่อนกับรอสโซ่ซึ่งเป็นเจ้าของ แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่เพื่อนหนุ่มจะสนใจลูกน้องของเขาไม่ว่าจะตำแหน่งไหน เพราะผู้ชายที่เย่อหยิ่งอย่างวิลล์ไม่มองผู้หญิงระดับรากหญ้า ถ้าเขาต้องการคู่นอนสักคน ก็จะต้องเป็นระดับดารานางแบบหรือเซเลบตัวท็อป “ถามไปงั้นแหละ” “เออ ดีแล้วที่ถามไปอย่างนั้น” “ทำไมวะ เด็กแกเหรอ” ปลายเสียงที่เจือความเสียดายเอาไว้ทำให้รอสโซ่รู้ทันทีว่าเพื่อนคิดอะไร “เปล่า แต่เด็กนั่นไม่ใช่แบบที่จะซื้อได้ง่าย ๆ” รอสโซ่บอกตามความจริงเพราะเขาได้คุยกับมิ่งกมลด้วยตัวเองแล้วตอนที่ตัดสินใจรับเธอ ซึ่งพอได้ยินคำพูดของเพื่อนวิลล์ก็ถึงกับบิดริมฝีปากอย่างหมิ่นแคลน “หึ! ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะอะไรบนโลกใบนี้ก็ต้องยอมสยบให้เงิน รวมทั้งผู้หญิงคนนั้นด้วย” “ฉันบอกว่าซื้อไม่ได้ง่าย ๆ ไม่ง่ายหมายความว่าอาจจะได้แค่ยากหน่อย” “แกใช้คำพูดผิดแล้วละ ไม่ใช่ยากหน่อย...แต่แพงหน่อยจะถูกต้องกว่า” “นี่แกสนใจเด็กคนนี้จริง ๆ ล่ะสิ” “ก็...” ชายหนุ่มชะงักคำพูดก่อนที่จะยกมวนบุหรี่ขึ้นจรดริมฝีปาก เขาอัดควันเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะพ่นควันสีเทาคละคลุ้ง “ถ้าสนแล้วจะเป็นไงอะ” “ก็แค่แปลกใจ ปกติเห็นเลือกมาก” “ไม่รู้สิ คนนี้ถูกใจอะ” วิลล์เลือกที่จะตอบตรง ๆ แล้วจ้องมองเป้าหมายด้วยแววตาที่ไม่ต่างจากเสือมองเหยื่อ โดยที่แม่สมันน้อยไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย “ก็ลองดู” หลังจากเลิกงานมิ่งกมลก็รีบกลับห้องพักทันที ถึงแม้งานเสิร์ฟในไนต์คลับจะไม่ได้เหน็ดเหนื่อยมากมาย แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำงานเต็มเวลามาก่อนก็ถือว่าหนักเอาการ “จะรอดมั้ยมิ่งเอ๊ย” หญิงสาวพึมพำในขณะที่สองเท้าก้าวเดินไปบนบาทวิถี ก่อนที่จะหยุดเมื่อเห็นรถหรูคันหนึ่งจอดใกล้ตัวเธอ ซึ่งสิ่งที่เธอสนใจไม่ใช่ยี่ห้อรถหรือราคาของมัน แต่เป็นการเบรกที่น่าหวาดเสียวของคนขับ หืม...เทพบุตรจุติ! มิ่งกมลอุทานในใจเมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลักของคนขับ และที่สำคัญคือเขากำลังเดินเข้ามาหาเธอ ตึก! ตึก! ตึก! หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอย่างไม่อาจควบคุม ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างลืมตัว และท่าทางของเธอก็ทำให้วิลล์ยกยิ้มมุมปาก ไม่เห็นมีอะไรยาก... นั่นคือความคิดของเขาเมื่อเห็นว่าเธอดูเหมือนจะตะลึงในความหล่อ “ฉันวิลล์” “ฮะ! ...เอ่อ...ค่ะ” “ไปนั่งรถเล่นกันหน่อยมั้ย” เขาหล่อ เขารวยนั่นคือสิ่งที่สมองของมิ่งกมลรับรู้ในตอนนี้ แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือทำไมเขาถึงมาชวนเธอไปนั่งรถเล่นทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน “คือ...คุณจำคนผิดหรือเปล่าคะ” “ฉันเป็นเพื่อนของรอสโซ่ เจ้าของไนต์คลับที่เธอเพิ่งเดินออกมา ฉันเห็นเธอที่นั่นก็เลยตามมา” “คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ” ในดวงตากลมโตตอนนี้มีแต่ความกังขา ไม่มีความชื่นชมหรือตื่นตะลึงอย่างตอนแรกหลงเหลืออีกแล้ว ทำให้ความมั่นใจของวิลล์ลดฮวบลงไม่น้อย แต่คนอย่างเขามีหรือจะยอมแพ้ “ฉันชวนเธอไปนั่งรถเล่นไง” “ไม่เป็นไรค่ะฉันรีบกลับค่ะพรุ่งนี้ฉันมีเรียน” ใบหน้าหล่อเหลาร้อนวูบเพราะความอับอาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงปฏิเสธ “เธอปฏิเสธฉัน” “ค่ะ ขอบคุณนะคะที่คุณมีน้ำใจแต่ฉันต้องรีบกลับแล้วค่ะ” “น้ำใจ?” “ค่ะ คุณจำได้ว่าฉันเป็นลูกน้องของคุณรอสโซ่เลยมีน้ำใจให้ฉันนั่งรถไปด้วย ฉันเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ” หากไม่ได้เห็นแววตาซื่อใสของเธอวิลล์คงคิดไปแล้วว่ากำลังถูกผู้หญิงตรงหน้ายียวนให้มีโทสะ “ไม่ เธอเข้าใจไม่ถูก ความจริงคือฉันถูกใจเธอเลยอยากชวนให้ไปต่อด้วยกัน!” “ไปต่อ?” วิลล์กัดฟันกรอดเพราะเริ่มจะหมดความอดทนกับผู้หญิงที่เซ่อซ่าอย่างเธอ จึงเลือกที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนที่สุด “ไปเอากันมั้ยฉันจะจ่ายให้เท่าเงินเดือนเธอสามเดือน!” คนฟังถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินประโยคนั้น แล้วความโกรธก็วูบขึ้นจนใบหน้าร้อนผ่าว แต่เพียงครู่เดียวเธอก็สามารถระงับมันได้ “ขอโทษนะคะ ฉันมาที่นี่เพื่อเรียนและทำงานเสิร์ฟอย่างเดียว ไม่ได้ทำอย่างอื่นอย่างที่คุณเข้าใจ” มิ่งกมลพยายามเข้าใจว่าเป็นเพราะเธอทำงานกลางคืนจึงถูกเข้าใจผิดเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกโกรธเขา “ขอตัวค่ะ” หญิงสาวบอกลาในขณะที่เขากำลังอึ้ง แต่เมื่อจะก้าวเดินก็ต้องชะงักเพราะคำพูดผู้ชายแปลกหน้า “งั้นเท่าไหร่ก็ได้ตามที่เธอต้องการ!” แววตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นทันทีที่เขาพูดจนจบประโยค ครั้งแรกเธอพอเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด แต่ครั้งนี้เธอถือว่าเขาจงใจดูถูก “ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ!” “เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อโก่งราคา ฉันบอกแล้วว่าจะให้เท่าที่เธอต้องการ” “ฟังชัด ๆ นะ ฉันไม่ได้ขายตัวไอ้ผู้ชายโรคจิต!” นอกจากจะไม่สนใจแล้วเธอก็ยังยัดเยียดให้เขาเป็นผู้ชายโรคจิตทำเอาวิลล์แทบคลั่ง เขาทั้งโกรธทั้งอายกับการถูกปฏิเสธในครั้งนี้ แต่พอรู้สึกตัวก็เห็นเพียงแผ่นหลังบอบบางที่ไกลออกไป “ยัยบ้าเอ๊ย!” ดวงตาคู่คมมีแต่ความเดือดดาลในขณะที่ใบหน้าแดงก่ำ สิ่งที่เธอทำมันคือการหยามเขาแบบที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน ยิ่งเธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีดีอะไรนอกจากหน้าตา ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามากขึ้นไปอีก แต่แทนที่เขาจะเลิกสนใจกลับอยากเอาชนะ และจะทำทุกวิถีทางให้เธอมาร้องครางอยู่ใต้ร่างเขาให้ได้!

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook