ตอนที่ 1

2126 Words
คิ้วเรียวสวยแบบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยใบมีดโกนขมวดมุ่นหลังจากวางสายมารดา เสียงสะอื้นคร่ำครวญและคำพูดตัดพ้อของผู้ให้กำเนิดยังดังก้องอยู่ในหู มิ่งกมลถอนใจเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังไม่คลายความรู้สึกหนักอึ้งในใจลง “พ่อลงไปจนหมด ทั้งบ้าน รถ เงินเก็บ แล้วดูสิมาพังไม่เป็นท่าแบบนี้...ฮึก...แม่บอกแล้วเตือนแล้วก็ไม่เคยฟัง แบบนี้เราจะอยู่กันยังไงล่ะ ไม่ลำบากกันแย่เหรอในยุคที่อะไร ๆ ก็ฟุบไม่ฟื้นแบบนี้...ฮึก...” ยิ่งนึกถึงคำพูดเหล่านั้นเธอก็ยิ่งไม่อาจปล่อยวางเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของเธอ หากว่าธุรกิจที่บิดาทุ่มจนหมดตัวพังไม่เป็นท่า นั่นก็หมายถึงการใช้ชีวิตและการเล่าเรียนของเธอด้วย มิ่งกมล หญิงสาววัยยี่สิบสองปีเศษเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในอังกฤษ ทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นข้าราชการครูฐานะจัดว่าอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าดี แต่บิดาเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน ท่านมักหาข้อมูลในหลากหลายสาขาเพื่อเสาะหาอาชีพเสริม ซึ่งตลอดมาก็มีทั้งสำเร็จและล้มเหลวปะปนกัน แต่ปัญหาคืออาชีพเสริมที่ประสบความสำเร็จไม่สามารถทำเงินได้มากพอด้วยเป้าหมายของท่านคือคำว่ารวย ท่านจึงไม่เคยหยุดที่จะเริ่มต้นใหม่ และอาชีพเสริมล่าสุดคืออาชีพที่กำลังมาแรงนั่นคือการเป็นนักเทรดทองคำ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเสียงสะอื้นของมารดาที่ได้ยินอยู่เมื่อครู่ ครั้งนี้พ่อทุ่มหมดหน้าตัก เธอไม่คิดตำหนิบิดาเพราะรู้ว่าเจตนาของท่านคืออะไร ดังนั้นสิ่งที่ลูกอย่างเธอควรทำคือการให้กำลังใจไม่ใช่ซ้ำเติม “ฮัลโหลมิ่ง” น้ำเสียงเครียดจัดของบิดาทำให้มิ่งกมลใจสั่น เธอกลัวเหลือเกินว่าท่านจะเครียดจนส่งผลต่อสุขภาพ “พ่อ...” “แม่โทรหาแล้วใช่มั้ย” “โทรแล้วค่ะ มันร้ายแรงมากเลยเหรอพ่อ” “ก็...ขาดทุนเยอะกว่าที่เคยผ่านมาน่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับหมดเนื้อหมดตัวหรอก พ่อได้ยินแล้วละที่แม่เขาฟูมฟาย เขาคงจะกังวลน่ะพ่อเข้าใจ” “ถึงขั้นไหนคะ” “ก็...พ่อเอารถ บ้านไปเข้าจำนอง เงินเก็บก็ลงไปจนหมด รวมแล้วก็หลายล้านอยู่” หญิงสาวถือสายค้างไม่พูดจาเพราะจากที่ฟังก็ถือว่าหนักพอควรด้วยที่ผ่านมาบ้านเธอไม่เคยเป็นหนี้ก้อนใหญ่มาก่อน “พ่อกับแม่ไม่เคยมีหนี้ก้อนใหญ่แล้วก็เยอะแบบนี้มาก่อนแม่คงตกใจอยู่ ยังไงพ่อรอแม่ใจเย็นค่อยพูดกันใหม่นะคะ” เธอพยายามประนีประนอมเพราะในสถานการณ์เช่นนี้กำลังใจคือสิ่งสำคัญ ยิ่งมารดาเธอเป็นประเภทจิตใจอ่อนไหวง่ายก็ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะเพียงเรื่องเล็กน้อยก็สามารถทำให้ท่านหวาดวิตกได้ “แต่เรื่องเรียนมิ่งไม่ต้องห่วงนะลูก พ่อจะพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม” “ค่าเทอมเพิ่งจ่ายไปไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วค่ะ ช่วงนี้พ่อหยุดส่งเงินให้หนูไปก่อนเพราะเงินเก็บหนูพอมี อีกอย่างรายได้จากงานพาร์ตไทม์ของหนูก็พอใช้ถ้าประหยัดสักหน่อย” “พ่อขอโทษนะมิ่งที่...” “พ่ออย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ หนูรู้ว่าทุกอย่างที่พ่อทำก็เพราะหวังดีต่อครอบครัว” ความจริงเธออยากจะพูดว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ครั้งหน้าบิดาจะได้ไม่กล้าทุ่มจนหมดตัวเพราะเชื่อมั่นในการตัดสินใจเช่นครั้งนี้อีก แต่ก็กลัวว่าคำพูดนั้นจะกระทบใจคนฟัง อีกทั้งยังเชื่อว่าบิดาคงจะเรียนรู้ได้เองจากความผิดพลาด “พ่อไม่ต้องห่วงหนูค่ะ ปลอบแม่ให้ดี ๆ ก็พอ” “จ้ะลูก” เสียงถอนใจอีกหลายเฮือกดังขึ้นหลังจากกดวางสาย ยังดีที่เธอไม่เคยนิ่งเฉยรอเงินทางบ้านจึงทำงานพาร์ตไทม์มาตลอด เมื่อถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากจึงไม่ได้หนักหนาจนเกินไปนัก เธอข้ามน้ำข้ามทะเลมาเล่าเรียนไกลถึงที่นี่ไม่ใช่เพราะความต้องการของตัวเองเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะการที่บิดาผลักดันอยู่เบื้องหลัง บวกกับที่เธอเป็นคนที่เรียนเก่งจึงได้มาอยู่ตรงนี้ เมื่อก่อนเธอทำงานพาร์ตไทม์เพราะต้องการช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน แต่ต่อจากนี้ไปเธอต้องทำเพื่อความอยู่รอดและปากท้องของตัวเอง ถึงแม้บิดาจะยืนยันว่ายังจะทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม แต่เธอที่รู้สถานการณ์ก็ไม่อยากรบกวน เพราะฉะนั้นหากเธอจะต้องพึ่งตัวเองแบบเต็มร้อยนั่นหมายความว่ารายได้จากงานพาร์ตไทม์ในทุกวันหยุดไม่เพียงพออีกแล้ว “ฮัลโหล...ซินดี้” “อืม...” “เธอนอนอยู่เหรอขอโทษที่รบกวนนะ” “ไม่เป็นไรฉันกำลังจะลุกไปทำงานพอดี” ดวงตาคู่สวยเหลือบตามองนาฬิกาบนโต๊ะที่ตอนนี้บอกเวลาเกือบหนึ่งทุ่มก่อนจะกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ “ฝากงานให้ฉันหน่อยสิ” “หืม...” “พูดจริง งานเสิร์ฟ เมด หรืออะไรก็ได้” “มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย” “ทางบ้านมีปัญหาน่ะ คงต้องหารายได้ดูแลตัวเองแล้ว” “โอเค ได้เลย” พอรู้เหตุผลอีกฝ่ายก็รับคำโดยไร้ซึ่งคำถามใด ๆ อีก มิ่งกมลและซินดี้เป็นรูมเมตกันมาตั้งแต่แรกจนทุกวันนี้ เพียงแต่เวลาอินเลิฟซินดี้ก็จะตัวติดกับแฟน ไม่ค่อยได้กลับมานอนที่ห้องด้วย หรือไม่ก็กลับมาให้มิ่งกมลปลอบโยนตอนอกหักเท่านั้น ด้วยการฝากฝังของเพื่อนมิ่งกมลจึงได้เข้าเป็นพนักงานเสิร์ฟในไนต์คลับสุดหรู ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีตั้งแต่วันแรกของการทำงาน “เด็กคนนั้นมาใหม่เหรอ” รอสโซ่ถึงกับเลิกคิ้วเมื่อเพื่อนถามถึงพนักงานเสิร์ฟของเขา “อะไร ทำท่าทางแบบนั้นทำไมวะ” วิลล์ ย้อนถามทั้ง ๆ ที่รู้ดีถึงความหมายในท่าทางนั้น “ก็แปลกใจไง เมื่อไหร่กันที่แกมาสนใจพนักงานของฉัน” ไนต์คลับสุดหรูแห่งนี้เปิดรับเฉพาะแขก VIP ที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ และวิลล์ก็เป็นแขกประจำเพราะเป็นเพื่อนกับรอสโซ่ซึ่งเป็นเจ้าของ แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่เพื่อนหนุ่มจะสนใจลูกน้องของเขาไม่ว่าจะตำแหน่งไหน เพราะผู้ชายที่เย่อหยิ่งอย่างวิลล์ไม่มองผู้หญิงระดับรากหญ้า ถ้าเขาต้องการคู่นอนสักคน ก็จะต้องเป็นระดับดารานางแบบหรือเซเลบตัวท็อป “ถามไปงั้นแหละ” “เออ ดีแล้วที่ถามไปอย่างนั้น” “ทำไมวะ เด็กแกเหรอ” ปลายเสียงที่เจือความเสียดายเอาไว้ทำให้รอสโซ่รู้ทันทีว่าเพื่อนคิดอะไร “เปล่า แต่เด็กนั่นไม่ใช่แบบที่จะซื้อได้ง่าย ๆ” รอสโซ่บอกตามความจริงเพราะเขาได้คุยกับมิ่งกมลด้วยตัวเองแล้วตอนที่ตัดสินใจรับเธอ ซึ่งพอได้ยินคำพูดของเพื่อนวิลล์ก็ถึงกับบิดริมฝีปากอย่างหมิ่นแคลน “หึ! ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะอะไรบนโลกใบนี้ก็ต้องยอมสยบให้เงิน รวมทั้งผู้หญิงคนนั้นด้วย” “ฉันบอกว่าซื้อไม่ได้ง่าย ๆ ไม่ง่ายหมายความว่าอาจจะได้แค่ยากหน่อย” “แกใช้คำพูดผิดแล้วละ ไม่ใช่ยากหน่อย...แต่แพงหน่อยจะถูกต้องกว่า” “นี่แกสนใจเด็กคนนี้จริง ๆ ล่ะสิ” “ก็...” ชายหนุ่มชะงักคำพูดก่อนที่จะยกมวนบุหรี่ขึ้นจรดริมฝีปาก เขาอัดควันเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะพ่นควันสีเทาคละคลุ้ง “ถ้าสนแล้วจะเป็นไงอะ” “ก็แค่แปลกใจ ปกติเห็นเลือกมาก” “ไม่รู้สิ คนนี้ถูกใจอะ” วิลล์เลือกที่จะตอบตรง ๆ แล้วจ้องมองเป้าหมายด้วยแววตาที่ไม่ต่างจากเสือมองเหยื่อ โดยที่แม่สมันน้อยไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย “ก็ลองดู” หลังจากเลิกงานมิ่งกมลก็รีบกลับห้องพักทันที ถึงแม้งานเสิร์ฟในไนต์คลับจะไม่ได้เหน็ดเหนื่อยมากมาย แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำงานเต็มเวลามาก่อนก็ถือว่าหนักเอาการ “จะรอดมั้ยมิ่งเอ๊ย” หญิงสาวพึมพำในขณะที่สองเท้าก้าวเดินไปบนบาทวิถี ก่อนที่จะหยุดเมื่อเห็นรถหรูคันหนึ่งจอดใกล้ตัวเธอ ซึ่งสิ่งที่เธอสนใจไม่ใช่ยี่ห้อรถหรือราคาของมัน แต่เป็นการเบรกที่น่าหวาดเสียวของคนขับ หืม...เทพบุตรจุติ! มิ่งกมลอุทานในใจเมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลักของคนขับ และที่สำคัญคือเขากำลังเดินเข้ามาหาเธอ ตึก! ตึก! ตึก! หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอย่างไม่อาจควบคุม ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างลืมตัว และท่าทางของเธอก็ทำให้วิลล์ยกยิ้มมุมปาก ไม่เห็นมีอะไรยาก... นั่นคือความคิดของเขาเมื่อเห็นว่าเธอดูเหมือนจะตะลึงในความหล่อ “ฉันวิลล์” “ฮะ! ...เอ่อ...ค่ะ” “ไปนั่งรถเล่นกันหน่อยมั้ย” เขาหล่อ เขารวยนั่นคือสิ่งที่สมองของมิ่งกมลรับรู้ในตอนนี้ แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือทำไมเขาถึงมาชวนเธอไปนั่งรถเล่นทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน “คือ...คุณจำคนผิดหรือเปล่าคะ” “ฉันเป็นเพื่อนของรอสโซ่ เจ้าของไนต์คลับที่เธอเพิ่งเดินออกมา ฉันเห็นเธอที่นั่นก็เลยตามมา” “คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ” ในดวงตากลมโตตอนนี้มีแต่ความกังขา ไม่มีความชื่นชมหรือตื่นตะลึงอย่างตอนแรกหลงเหลืออีกแล้ว ทำให้ความมั่นใจของวิลล์ลดฮวบลงไม่น้อย แต่คนอย่างเขามีหรือจะยอมแพ้ “ฉันชวนเธอไปนั่งรถเล่นไง” “ไม่เป็นไรค่ะฉันรีบกลับค่ะพรุ่งนี้ฉันมีเรียน” ใบหน้าหล่อเหลาร้อนวูบเพราะความอับอาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงปฏิเสธ “เธอปฏิเสธฉัน” “ค่ะ ขอบคุณนะคะที่คุณมีน้ำใจแต่ฉันต้องรีบกลับแล้วค่ะ” “น้ำใจ?” “ค่ะ คุณจำได้ว่าฉันเป็นลูกน้องของคุณรอสโซ่เลยมีน้ำใจให้ฉันนั่งรถไปด้วย ฉันเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ” หากไม่ได้เห็นแววตาซื่อใสของเธอวิลล์คงคิดไปแล้วว่ากำลังถูกผู้หญิงตรงหน้ายียวนให้มีโทสะ “ไม่ เธอเข้าใจไม่ถูก ความจริงคือฉันถูกใจเธอเลยอยากชวนให้ไปต่อด้วยกัน!” “ไปต่อ?” วิลล์กัดฟันกรอดเพราะเริ่มจะหมดความอดทนกับผู้หญิงที่เซ่อซ่าอย่างเธอ จึงเลือกที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนที่สุด “ไปเอากันมั้ยฉันจะจ่ายให้เท่าเงินเดือนเธอสามเดือน!” คนฟังถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินประโยคนั้น แล้วความโกรธก็วูบขึ้นจนใบหน้าร้อนผ่าว แต่เพียงครู่เดียวเธอก็สามารถระงับมันได้ “ขอโทษนะคะ ฉันมาที่นี่เพื่อเรียนและทำงานเสิร์ฟอย่างเดียว ไม่ได้ทำอย่างอื่นอย่างที่คุณเข้าใจ” มิ่งกมลพยายามเข้าใจว่าเป็นเพราะเธอทำงานกลางคืนจึงถูกเข้าใจผิดเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกโกรธเขา “ขอตัวค่ะ” หญิงสาวบอกลาในขณะที่เขากำลังอึ้ง แต่เมื่อจะก้าวเดินก็ต้องชะงักเพราะคำพูดผู้ชายแปลกหน้า “งั้นเท่าไหร่ก็ได้ตามที่เธอต้องการ!” แววตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นทันทีที่เขาพูดจนจบประโยค ครั้งแรกเธอพอเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจผิด แต่ครั้งนี้เธอถือว่าเขาจงใจดูถูก “ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ!” “เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อโก่งราคา ฉันบอกแล้วว่าจะให้เท่าที่เธอต้องการ” “ฟังชัด ๆ นะ ฉันไม่ได้ขายตัวไอ้ผู้ชายโรคจิต!” นอกจากจะไม่สนใจแล้วเธอก็ยังยัดเยียดให้เขาเป็นผู้ชายโรคจิตทำเอาวิลล์แทบคลั่ง เขาทั้งโกรธทั้งอายกับการถูกปฏิเสธในครั้งนี้ แต่พอรู้สึกตัวก็เห็นเพียงแผ่นหลังบอบบางที่ไกลออกไป “ยัยบ้าเอ๊ย!” ดวงตาคู่คมมีแต่ความเดือดดาลในขณะที่ใบหน้าแดงก่ำ สิ่งที่เธอทำมันคือการหยามเขาแบบที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน ยิ่งเธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีดีอะไรนอกจากหน้าตา ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามากขึ้นไปอีก แต่แทนที่เขาจะเลิกสนใจกลับอยากเอาชนะ และจะทำทุกวิถีทางให้เธอมาร้องครางอยู่ใต้ร่างเขาให้ได้!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD