ก๊อกๆๆๆ
ฉันรีบวางแก้วน้ำในมือแล้ววิ่งไปที่ประตูทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะเรียกจากด้านนอก เฮียวาโยแน่ๆ ฉันคิดว่าคงเป็นเขา เพราะเวลาแบบนี้ไม่มีใครมาหาฉันหรอก แต่พอดึงประตูเปิด ยิ้มฉันก็หุบลงแทบไม่ทัน เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่เฮียวาโย แต่เป็น
“ฌา!!”
“ก็เค้าอะดิ คิดว่าใคร” คนถูกทักสวนกลับมาทันควัน ก่อนจะหันซ้ายหันขวา เหมือนกับกำลังสำรวจว่ามีใครนอกเหนือจากเธออีกรึเปล่า ท่าทางฉันคงมีพิรุธมากเกินไปใช่ไหม หน้าตาฉันคงตกใจมากด้วย ก่อนเธอจะหันมาหรี่ตามองฉันอย่างจับผิด
“หรือว่าเตงรอใครอยู่”
“ปะ...เปล่าซะหน่อย” ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแล้วเอ่ยบอกคนตรงหน้าที่ยังคงเอาแต่จ้องฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นพลางเอามือขึ้นลูบต้นคอตัวเองเพื่อกลบเกลื่อน แต่ดูจะปิดไม่มิดเลยสักนิด
“หื้มมม?”
ฉันตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อหลบสายตาการจับผิดของพี่สาวตัวเอง เธอคือ ฌาญาดา สิริวศินทร์ พี่สาวที่เกิดก่อนฉันไม่กี่นาที เธอมีทุกอย่างภายนอกเหมือนฉันทุกระเบียบนิ้ว แต่ที่แตกต่าง คือนิสัยใจคอ ลักษณะท่าทาง คำพูดคำจา รวมถึงความคิดความอ่านด้วย ฌา เป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง ฉลาด เก่ง และเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับฉันทุกอย่าง เคยมีหลายคนบอกว่าเราสองคน เหมือนกันแค่หน้าตาจริงๆ นอกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
“เฌอนารีน”
ฌาเดินตามมาคว้าแขนฉันไว้แล้วออกแรงดึงให้หันกลับไปเผชิญหน้าเธออีกครั้ง พร้อมกับกดเสียงต่ำเรียกชื่อฉัน ลำพังแค่ปกติ ฌาก็แทบจะรู้ทุกอย่างเหมือนเข้ามานั่งอยู่ในใจฉันแล้ว แถมยังเรียนจิตวิทยาอีก หนักเลยทีนี้ ฉันไม่มีทางปิดอะไรพี่สาวตัวเองได้สักอย่าง
“จะรอใครได้ล่ะ แฟนเฟรินก็ไม่มี มีแต่พี่สาวที่ไม่เคยสนใจ คนเดียวเนี่ยแหละ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ พลางแกะมือฌาออกจากแขนฉันและหันหลังเดินตรงเข้าไปในครัวทันทีพร้อมกับพ่นลมออกจากปากพรืดใหญ่
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ลืมแล้วเหรอ เค้าเรียนจิตวิทยานะ ยัยหนูเฌอ ปิดบังอะไรเค้าอยู่” ยัง...ยังไม่จบ เดินตามเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังฉัน สายตาก็ยังคงจ้องจับผิดอยู่แบบไม่ลดละ
“ป่าววว”
“เสียงสูงไป”
“เปล่า!”
“นี่ก็ต่ำเกิน”
“พอเลยๆ เลยจับผิดเค้าได้แล้ว ว่าแต่เตงเหอะ ไปไหนมา ถึงมาโผล่ที่ห้องเค้าได้ ปกติไม่เคยเห็นมาเหยียบสักที” ฉันพูดขึ้นพลางหันหน้าหนีเข้าหาเตา เพื่อจะทำอาหารให้พี่สาวตัวเองกิน เพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าเธอคิดจะมาหาฉันต้องไม่กินอะไรมาแน่ๆ แต่คราวนี้ฉันพูดแบบรู้สึกน้อยใจจริงๆ นะ และเธอก็คงดูออกถึงได้เข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลังแล้วเอ่ยขึ้นเสียงออดอ้อน
“โอ๋ๆๆๆ อย่างอนดิ เค้าไม่ค่อยว่าง”
“หราาาา”
“จ๊ะ! หื้อออ น้ำพริก หิวแล้วว่ะหนูเฌอ”
“อื้อๆ ไปอาบน้ำก่อนปะ เหม็นเหล้าจะแย่ กินอะไรแต่หัววัน เป็นสาวเป็นนะ…อุ๊บ” ฉันยังพูดไม่ทันจบ มือเล็กของคนที่กอดฉันอยู่ด้านหลังก็เลื่อนขึ้นมาปิดปากซะก่อน
“หยุดค่ะ! เค้าไม่อยากมีแม่เพิ่มอีกคน”
“ฌาอะ” ฉันทำได้แค่ย่นจมูกใส่ไล่หลังพี่สาวตัวเองที่พอพูดจบก็รีบผละออกแล้ววิ่งหายเข้าห้องฉันไปทันที ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมาแบบเอือมๆ เธอไม่เคยฟังเลยสักครั้งซิน่า
…
ฉันเตรียมอาหารเสร็จพอๆ กับที่ฌาเดินออกมาจากห้องนอนฉัน ด้วยชุดลำลองแบบสบายๆ ของฉันเนี่ยแหละ เราแทบจะใช้ของร่วมกันได้ทุกอย่าง แต่เว้นอย่างหนึ่งนะ เราจะไม่ใช้ผู้ชายร่วมกัน ฌาว่าไว้แบบนั้น และฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เราสองคนรักกันมากเลย เพราะถูกเลี้ยงมาให้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด ถึงฌาจะร้ายกับทุกคนแค่ไหน แต่เธอไม่เคยร้ายกับฉันเลยสักครั้ง ไม่เคยดุ ไม่เคยด่าเลยด้วย
ฟรืดดด
“หอมจัง ต้องอร่อยมากเหมือนเดิมแน่ๆ ไม่รอแล้วนะ หิวชะมัด”
พอเธอหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ได้ก็สูดดมกลิ่นอาหารตรงหน้าเข้าปอดไปส่วนหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเอาใจพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้และก้มลงจัดการอาหารตรงหน้าอย่างปากว่าทันที ดูจากท่าทางคงหิวมากจริงๆ ฉันเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่งลงตรงข้ามพี่สาวตัวเอง แล้วมองดูเธอกินอย่างมีความสุข ถ้าเราไม่ต้องอยู่ห่างกันก็คงจะดี ดูเธอซูบลงไปเยอะเลย คงจะทั้งเรียนหนักแล้วก็ไม่มีคนคอยทำอะไรให้กินแน่ๆ
“เตงกินแล้วเหรอ” ฌาถามขึ้นทั้งๆ ที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก
“อืม ฌามาคนเดียวเหรอ แล้วพี่พีทล่ะ”
“อืม ไอ้พีท ไม่ว่าง” เธอตอบ
“แล้วจะอยู่หลายวันป่ะ?”
“ไม่รู้อะ ดูก่อน ช่วงนี้ไม่มีคลาสสำคัญ ขี้เกียจ”
“ทะเลาะกันมาเหรอ” ฉันยิงตรงประเด็นทันที ฌาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาชมฉัน
“เหอะ! แสนรู้”
เอ๊ะ! หรือบางทีอาจไม่ใช่คำชม มันทะแม่งๆ แต่ช่างเถอะ ก็ฉันรู้จริงๆ นี่นา
“ไม่งั้นคงไม่มาหาเค้าหรอกใช่มะ?”
“ใครบอกมาหาเตง มาหาคุณหมอต่างหาก” ฌาพูดแบบลอยหน้าลอยตา
“ห๊ะ! อะไรนะ!!” ฉันโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ จนฌาแทบจะสำลักข้าวในปาก
“ตกใจไรเนี่ย”
“ฌา ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ ถ้าพี่พีทรู้ล่ะ จะทำไง” ฉันว่า
ที่ฉันรู้คือ ฌากับคุณหมอไวน์เลิกยุ่งกันไปนานแล้วนี่ อีกอย่างฌาก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย ทำไมถึงยังทำแบบนี้อยู่อีก
“ทำไมอะ ไอ้พีทมันก็ยังทำ” ฌาตอบกลับฉันหน้าตาเฉยพลางกินข้าวต่ออย่างเอร็ดอร่อย เหมือนมันเป็นเรื่องปกติยังไงยังงั้น ทั้งๆ ที่นี่มันคือทั้งนอกใจและนอกกายเลยนะ มันโคตรจะไม่ควรเอามากๆ ยังไงๆ ถ้ามีคนรู้ ฌาก็ต้องเป็นฝ่ายเสียหายอยู่ดี
“แต่มันไม่เหมือนกัน ฌาเป็นผู้หญิง”
“แล้วไง ผู้หญิงชั่วบ้าง เลวบ้างไม่ได้เหรอ”
“ฌา!! แต่..”
“หยุดเลย! เค้ากับคุณหมอ ก็แค่ One Night Stand เราเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรก คุณหมอเองเขาก็มีคนที่ชอบอยู่แล้ว เค้าก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่เผอิญแฟนเค้ามันชั่ว ก็เลยไม่รู้จะดีกับมันไปทำไม” ฌาขัดขึ้นก่อนฉันจะพูดจบ ทำไมนะ...ทำไมเธอถึงไม่เคยฟังฉันเลย
“แล้วทำไมไม่เลิกกับเขาไปเลยล่ะ”
“ไม่! แบบนี้แหละ แฟร์ดี” บ้าไปแล้ว พี่สาวฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ฉันทำได้แค่เรียกเธอเพื่อเตือนสติเท่านั้น เพราะเธอไม่เคยยอมให้ฉันพูดจนจบสักที
“ฌา...”
“เลิกพูดถึงมันได้แหละ กินข้าวไม่อร่อยเลย ว่าแต่เตงเหอะ เมื่อไรจะเก็บรูปในห้องทิ้งไปสักทีวะ เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด รักคนที่เขาไม่ได้รักตัวเองอยู่ได้ ฝันลมๆ แล้งๆ หาแฟนเป็นตัวตนที่จับต้องได้จะดีกว่าไหม”
“.....” ฉันเงียบทันที เมื่อเธอวกวนกลับมาเข้าเรื่องของฉัน ฌา รู้เรื่องของเฮียวาโยมาตลอด เราไม่เคยมีอะไรปิดบังกัน และก็ฌาเนี่ยแหละ ที่พาฉันเข้าไปทำงานพาร์ทไทม์ในโรงพยาบาลของคุณหมอไวน์ เพราะตอนนั้นเธอยังเป็นคนโปรดของคุณหมออยู่ ฌาช่วยให้ฉันได้เจอเฮียวาโยบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะสุดท้ายเขาก็ไม่เคยเหลียวแลฉันอยู่ดี
“น่ะ! ทีพอเรื่องตัวเองล่ะ เงียบ..หรือว่าอยากให้เขารู้ม่ะ เดี๋ยวจัดการให้”
“ไม่นะ! ฌาห้ามยุ่งกับเรื่องนี้อีกนะ” ฉันรีบห้ามทันที แล้วเธอก็สาธยายมาอีกยาวเหยียด จนฉันแทบประมวลผลไม่ทัน
“เหอะ! หนูเฌอ เตงควรใช้สมองคิดเรื่องแบบนี้ได้แล้วนะ อย่าใช้แต่หัวใจดิวะ รักแท้มันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ ผู้ชายที่ดีแสนดี มันมีแค่ในนิยายเท่านั้นแหละ ดูอย่างพ่อดิ ก็ยังแอบมีเล็กๆ น้อยๆ เลย แล้วคุณวาโยของเฌออะ เสือผู้หญิงตัวพ่อเลยนะนั่น ได้แล้วก็เขี่ยทิ้งเป็นว่าเล่น เขาไม่ได้ดีเลยสักนิด แล้วถึงจะได้คบกันจริงๆ อะนะ เฉิ่มๆ อย่างเตง ไม่มีวันเอาเขาอยู่หรอก ยังจะรักเขาอยู่ได้”
“รู้แล้วๆ ย้ำอยู่ได้” แค่นี้ก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาขยี้ปมกันอีก นี่ขนาดเรายังไม่ได้เป็นอะไรกันนะ เขาหายไปไม่กี่วันฉันก็แทบคลั่งแล้ว ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ทั้งๆ ที่เขาก็อาจไม่ได้คิดอะไร แค่นี้ก็รู้แล้ว ว่าฉันไม่ควรคิดไปไกล เจียมตัวซะบ้างนะ...เฌอนารีน มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก