[Warayu Talk]
อีกด้านหนึ่ง….
@บ้านเหมบดินทร์
“ว๊าย...ตายแล้ว นี่มันอะไรกันลูก” เสียงอุทานเจื้อยแจ้วของคุณผู้หญิงซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นโดยแท้ของบ้านดังขึ้นพร้อมกับเสียงรองเท้าสลิปเปอร์กระทบพื้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและเสียงนั่นใกล้ถึงตัวผมเข้าไปทุกที
“อย่ามายุ่งกับผม” ผมกดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ของตัวเอง ไม่ให้เผลอตะคอกหรือตวาดผู้เป็นมารดาของตัวเอง เพราะมันดูเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างมาก ทั้งที่ฉันนั่งหันหลังให้ท่านอยู่แบบนั้น สายตาวาวโรจน์จับจ้องไปที่เศษแก้วพวกนั้นอย่างไม่ลดละ แต่ดูเหมือนท่านจะไม่ฟังผมเลยสักนิด มือเล็กที่ยังดูเนียนนุ่มจากการดูแลเป็นอย่างดีวางพาดมาบนไหล่บนพร้อมกับออกแรงบีบน้อยๆ พอให้ผมรู้สึกตัว
“ลูกเป็นอะไร แม่ไม่เคยเห็นลูกเป็นแบบนี้เลยนะ ใครทำให้ลูกของแม่โกรธขนาดนี้”
“คุณยูริ ผมบอกว่าอย่ามายุ่งไง” เสียงผมดังขึ้นอีกโทนพลางจับมือท่านออกจากไหล่ผมด้วยความหงุดหงิด ผมเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วนะแม่! ผมอยากอยู่คนเดียว ไม่เข้าใจรึไง! ผมทำได้แค่พูดขึ้นในใจเท่านั้น เพราะถ้าพูดแบบมีเสียงออกมา โทนเสียงผมอาจทำให้ท่านช็อกก็เป็นได้
“วาโย”
“แม่!! ผมยังไม่พร้อมจะเล่าตอนนี้ แม่เข้าใจผมไหม” สุดท้ายความอดทนผมก็หมดลง พูดจบผมก็ลุกขึ้นจากเตียงกำลังจะเดินออกจากห้อง โดยลืมไปว่าที่พื้นมันมีเศษแก้วเต็มไปหมดและผมไม่ได้ใส่สลิปเปอร์ขึ้นมาด้วย
อ๊ะ...แม่งเอ๊ยยย!
“วาโย!! อย่าลูก…” แม่รีบเข้ามากอดรั้งตัวผมไว้ก่อนที่ผมจะใช้เท้าเตะเศษแก้วพวกนั้นด้วยความโมโหเพราะมันทำผมเจ็บ เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ ก่อนท่านจะดึงผมกลับไปนั่งที่เตียงเหมือนเดิมแล้วตะโกนเรียกคนที่อยู่ข้างนอกเข้ามา
“นวล! นวล..”
“ขาาาา...คุณยูริ”
“ไปเอากล่องยามาที แล้วก็ให้ใครมาเก็บเศษแก้วพวกนี้ด้วยนะ”
“ค่ะ”
เสียงฝีเท้าเล็กวิ่งออกไปจากห้องทันทีที่ได้รับคำสั่งจากแม่ผม ท่านเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะนั่งยองย่อลงตรงหน้าผม
“แม่ไม่ต้อง ผมทำเอง” ผมรีบห้ามพลางดึงตัวท่านขึ้นมานั่งบนเตียงข้างๆ ใครจะกล้าให้แม่มาทำแผลที่เท้าให้กันเล่า อีกอย่างมันก็ไม่ได้ลึกอะไรแค่ถากๆ เท่านั้นเอง ผมแย่งกระดาษทิชชูในมือท่านมาถือไว้เอง ก่อนจะยกเท้าข้างที่มีแผลขึ้นพาดบนตักตัวเองแล้วกดแผลไว้แบบนั้น เพราะถ้าผมไม่ทำท่านก็จะทำ
“เลือดร้อนออกมาบ้างแล้ว ใจเย็นลงบ้างรึยัง หื้มม” ท่านพูดพลางเอื้อมมือมาเกลี่ยผมที่ปรกหน้าขึ้น ใจเย็นงั้นเหรอ ไม่มีทาง...แค่มีสติขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น แต่ถ้ายัยเด็กบ้านั่นอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ล่ะก็ ผมอาจกลายเป็นฆาตกรก็เป็นได้ คิดแล้วก็ขึ้น แม่ง!! น่าบีบคอให้ตายคามือจริงๆ
“ผู้หญิงเหรอ ลูกแม่ใจร้อนแบบนี้เพราะผู้หญิงงั้นเหรอ” ท่านพูดขึ้นแบบยิ้มๆ แถมยังเอาแต่จ้องหน้าผมอีก เล่นซะไปไม่เป็นเลย คุณยูรินี่สมกับเป็นแม่ผมจริงๆ รู้ทุกอย่างยังกะตาเห็น บางทีก็เกินไปไหม
“เปล่าซะหน่อย” ผมตอบท่านเสียงเรียบก่อนจะหันไปทางปลายเตียงเพื่อหลบสายตาของมารดาผู้ให้กำเนิดที่จ้องจับผิดผมอยู่ และเป็นจังหวะที่นวลเอากล่องยาเข้ามาวางให้พอดี ผมก็เลยเอาการทำแผลเนี่ยแหละมากลบเกลื่อน แต่มีเหรอที่คุณยูริจะยอม ลุกขึ้นตามมานั่งข้างๆ เอาเข้าไป...สงสัยจะไม่จบ
“ไม่เนียน นี่ใคร”
“เมียพ่อ” ผมตอบ
“เหอะ! กวนตีนเหมือนใคร” นั่นไง...และแล้วก็โดนด่าจนได้
“คิดว่าเหมือนใคร”
“คุณวาโย ว่าแม่งั้นเหรอ”
“ไม่ได้พูดเลย” แต่จะให้เหมือนใครล่ะ ทั้งบ้านก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าลูกชายสองคนได้เชื้อความแสบมาจากใคร แม่ผมตอนสาวๆ ใช่ย่อยนะจะบอกให้
“คุณยูริรู้หรอกน้า เอาเป็นว่า อยากปรึกษาเมื่อไรก็พร้อมเสมอนะจ๊ะ”
“ไม่มีวันนั้นแน่ นี่ใคร ดูด้วย” ผมตอบด้วยท่าทางที่โคตรมั่นใจ
“อะจ้ะ แล้วจะรอดู” ท่านพูดเย้ยหยันผมแบบสุดๆ แม่ใครวะเนี่ย เหอะ! แล้วผมก็นั่งทำแผลต่อ เวรจริงๆ เพราะยัยเด็กบ้านั่นคนเดียวเลย เธอกล้ามากนะ...เฌอนารีน ที่มาหลอกคนอย่างฉัน แต่ความจริงแค่ผู้หญิงคนเดียวทำอะไรผมไม่ได้หรอก พรุ่งนี้ก็ลืมแหละ...คนอย่างผมจำเป็นต้องแคร์ด้วยเหรอ เหอะ...