@ ผับ
ผมแวะเข้ามาผับไอ้ดินก่อน เพราะไอ้หมอจะบินพรุ่งนี้เช้า ผมกังวลว่ามันจะมาแดกเหล้า ความจริงผมไม่ได้ห่วงมันหรอก ผมห่วงมิเชลมากกว่า ถ้ามันแดกเหล้าแม้แต่นิดเดียว จะตบให้คว่ำเลย ไอ้ห่านี่เวลาเมาแม่งเรื้อนจะตาย
“ไง...ไม่เห็นหัวเลยนะมึง” เสียงไอ้แม็กซ์ดังมาจากด้านหลัง ผมเลยหยุดหันไปมองมันก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง
“งานเยอะฉิบหาย”
“อ๋อๆ ลูกน้องหายไปสองตัว”
“เออไง กูว่าจะให้คนอื่นไปเฝ้าแทนไอ้วินแล้วเนี่ย”
มันทำท่าเหมือนหัวเราะเยาะผมแบบกวนตีนสุดๆ ก่อนจะเดินมากอดคอผมแล้วพากันเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสอง ตรงไปยังห้อง VIP ของพวกเราทันที แต่ยังไม่ทันเปิดเข้าไปก็ได้ยินเสียงลิฟต์เปิดออกซะก่อน
ติ้ง!
ผมกับไอ้แม็กซ์หันขวับไปยังหน้าลิฟต์พร้อมกัน โดยสัญชาตญาณ รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นใครสักคนในแก๊ง และก็ไม่น่า....ใช่ไอ้ฟิวส์
“นั่นมัน…!!”
คนที่ทำให้ผมตกใจจนแทบช็อกนั่นไม่ใช่ไอ้หมอ แต่เป็นผู้หญิงที่ลงลิฟต์มาพร้อมมันต่างหาก และเป็นที่รู้กันดีว่า ผู้หญิงที่ถูกควงขึ้นไปชั้นเจ็ด ไม่ใช่ตัวจริงของใครทั้งนั้น แค่ของแก้ขัดเท่านั้น แต่ทำไมถึงเป็นผู้หญิงคนนี้ล่ะ ทำไมถึงเป็นยัยเด็กต๊องนั่น ทำไมถึงเป็นผู้หญิงที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อผม ทำไมเธอถึงกลายมาเป็นเด็กไอ้หมอ เหี้ยเอ๊ย!!!
ไอ้หมอพาเธอเดินออกจากลิฟต์ พลางยักคิ้วส่งมาให้ผม ก่อนจะเลี้ยวลงบันไดไป ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กนั่นไปจนลับตา เธอไม่แม้แต่มองผมด้วยซ้ำ แถมเธอยังเอาแต่กอดเอวไอ้หมอแน่น สายตาก็ยังจับจ้องแต่ไอ้หมอ แล้วกูล่ะ...นี่มันเหี้ยอะไรวะเนี่ย
“กูว่าแหละ เอาจนได้”
“มึงรู้จัก?” ผมหันไปถามไอ้แม็กซ์ทันที
“เอ้า! ก็นักศึกษาฝึกงานคนนั้นไง ที่มันลากเข้าไปให้โทรหลอกไอ้ดิน ตอนวันเกิดไอ้ดินอะ”
“แม่งเอ๊ยย!” ผมสบถออกมาอย่างหัวเสียทันทีที่ไอ้แม็กซ์พูดจบ ใช่...ผมนึกออกแล้ว ว่าแล้วเชียว ทำไมถึงคุ้นหน้ายัยเด็กบ้านั่นจัง ผมลืมได้ไงวะเนี่ย นั่นมันเด็กเพื่อนนะมึง และแม่งก็คงจะกินกันมานานแล้วด้วย ลักษณะนี้ แล้วทำไมเธอถึงไม่บอกผมวะ จะบอกได้ไงล่ะ ไอ้เหี้ยวา...ก็เขาตั้งใจจะหลอกมึง ไอ้ฟาย ควายล้วนๆ ไม่มีวัวผสมเลยมึง
เกือบไปแล้ว ผมเกือบจะ...สวมรอยเพื่อนรักตัวเองซะแล้ว แม่ง!!! ยัยเด็กบ้าเอ๊ยยย!! ฉันไม่มีวันให้อภัยเธอแน่
“อะไร นี่มึงจำไม่ได้เหรอวะ เหอะ! กูว่าแหละ เห็นกระซิบกระซาบกันขนาดนั้น เอามาแดกจนได้”
“....” ผมตวัดตาดุใส่ไอ้แม็กซ์อย่างลืมตัว เมื่อมันพูดถึงเรื่องที่ผมไม่อยากฟัง ผมแม่งโคตรเกลียดยัยเด็กบ้านั่นเลยว่ะ
“อ้าวเหี้ย เป็นไรอี๊กเนี่ย”
“เป็นพ่อมึงมั้ง ไอ้สัส!!!” ผมหันไปตวาดใส่มันเสียงลั่น ก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับมาที่รถทันที ปล่อยให้มันยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่นั่นแหละ พอขึ้นรถได้ผมก็เหยียบคันเร่งจนจมตีนไปยังบ้านตัวเอง ตลอดทางก็เอาแต่คิดเรื่องยัยเด็กบ้านั่น ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ว่าผมกับไอ้หมอเป็นเพื่อนกัน เธอรู้ดีอยู่แล้วแก่ใจ ทำไมวะ...ทำไมถึงทำแบบนี้ แม่งเอ๊ยย!! แล้วคุกกี้ที่ถูกส่งมาตั้งหกปีคืออะไร ถึงเธอจะไม่ยอมรับ แต่ผมก็มั่นใจมากว่าเป็นของเธอ เธอชอบผม ผมว่าผมดูไม่ผิดนะ แต่ทำไมวะ แล้วผมจูบปากเธอไปแล้วด้วย นี่ผมกำลังจะทำลายคำสัญญาของกลุ่มที่เป็นคนตั้งขึ้นมาเองเหรอวะเนี่ย
เอี๊ยดดดดด
ผมเหยียบเบรกรถดังสนั่นหวั่นไหวลั่นบ้านพร้อมกับเปิดประตูลงจากรถ พุ่งขึ้นไปยังห้องตัวเองแบบไม่สนใจใครสักคน ตอนนี้อารมณ์ผมร้อนจนควบคุมไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าโมโหที่ยัยนั่นหลอกผม หรือโมโหที่เธอเป็นเด็กไอ้หมอกันแน่
แกร่กก...เพล้ง...เพล้งๆๆ
ผมจัดการกวาดขวดโหลคุกกี้ที่อยู่บนตู้โชว์ในห้องนอนผม ลงกระทบพื้นแตกกระจายเต็มไปหมดไม่เหลือชิ้นดี
“โว้ยยยยย…” ผมเอามือกุมขมับพลางทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างแรง นี่มันเรื่องบ้าอะไร ชอบผม...ชอบผมประสาอะไรวะแม่ง ไปนอนเอากับคนอื่นได้ด้วย และแถมยังเป็นเพื่อนรักผมอีก แล้วไหนจะคุกกี้นี่อีก ไหนจะแววตาที่มองผม ไหนจะท่าทางใสซื่อนั่นอีก เธอไปเรียนการแสดงที่ไหนมาวะ ต้มซะเปื่อยเลย… ควายจริงๆ เลยมึง
ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ ทั้งๆ ที่ผมจะเปิดใจให้เธออยู่แล้ว ทั้งๆ ที่ผมเริ่มชอบเธอแล้วแท้ๆ ทำไมๆๆๆ และทำไมต้องเป็นเด็กไอ้หมอ ทำไมต้องเป็นคนในกลุ่มผม ถ้าเป็นคนอื่น...ผมจะไม่สนใจเลย แต่นี่มันคือเพื่อนผม ยัยเด็กบ้า!! ผู้หญิงอะไรวะ น่ารังเกียจชะมัด ผมเอื้อมมือไปหยิบขวดโหลล่าสุดบนหัวเตียง มาแสยะยิ้มใส่มัน สมเพชความโง่ของตัวเอง
“อย่าได้เจอกันอีกเลยนะ…”
เพล้งงง!