1จุดเริ่มต้น
ตึก ตึก เสียงเพลงที่ดังขึ้นทำให้หัวใจของคนฟังเต้นดังไปตามกัน
ณัชมน หรือ มิ้นต์ กำลังยืนมองสถานที่ตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนก หญิงสาวที่ก้าวเดินเข้าไปต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ใบหน้าถูกเติมแต่ง ริมฝีปากสีแดง หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่ตอนนี้ก็ด้วย กระโปรงสั้นเพียงแค่คืบ ใบหน้าของเธอถูกเติมแต่งไม่ต่างกัน
“ยังไงยะ จะเปลี่ยนใจหรือเปล่า ถ้าไม่ทำก็กลับบ้านนอกไป” เสียงของพี่เอกในร่างชายร้องดังขึ้นเมื่อเห็นณัชมนตัวสั่นราวกับลูกนก ทั้งที่ให้เวลาเตรียมใจแล้วสามวัน
“พี่เอก” หญิงสาวน้ำตาคลอ ไม่ชอบสถานที่แบบนี้เลย หากไม่เพราะความจำเป็นเธอจะไม่เอาตัวเองมาอยู่ในสถานที่อโคจรแบบนี้อย่างเด็ดขาด
เกิดมาก็พึ่งเคยใส่เสื้อผ้าชิ้นเล็กบางครั้งแรก
“เข้าไปเถอะอย่าปล่อยให้คนอื่นรอนาน พี่รู้ว่าแกทำได้” พอเห็นใบหน้าเศร้าของณัชมน เอกจึงปรับน้ำเสียงให้นุ่มลงด้วยความสงสาร
เขาและเธอเติบโตมาในหมู่บ้านเดียวกัน ณัชมนเป็นน้องสองปี สาวสวยเรียนเก่งดีกรีนางนพมาศสามปีซ้อน ทว่าด้วยความไม่พร้อมของครอบครัวทำให้หญิงสาวเลือกเรียนใกล้บ้านแทนที่จะเข้ามาไขว่คว้าโอกาสในเมืองหลวง
เบื้องลึกครอบครัวของณัชมน เขารู้ดีว่าในอดีตแม่ของเธอก็เคยเข้ามาทำงานลักษณะแบบนี้จนเกิดเสียงนินทาในหมู่บ้านและปล่อยณัชมนในวัยห้าขวบไว้กับคุณยาย
“มิ้นต์จะทำเพื่อคุณยายค่ะ” หญิงสาวร่างบอบบางส่วนสูง 162 เซนติเมตรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจ สะบัดผมยาวสีดำที่ถูกม้วนเป็นลอน ก่อนจะเดินตามทุกคนออกไป
“ฉันขอโทษนะไอ้มิ้นต์ แต่รับรองได้ว่าเงินที่แกจะได้วันนี้ช่วยรักษายายแกได้แน่” เอกว่าตามหลัง ทุกคนที่เข้ามาทำงานนี้ต่างก็มีความจำเป็นกันทั้งนั้น แต่พอทำไปสักพักก็ค้นพบว่างานนี้ให้ความสบาย อู้ฟู่กับสาวๆ
โดยเฉพาะสาวสวยอย่างณัชมน อีกไม่นานคงมีเสี่ยใจดีสักคนรับอุปการะ
สถานที่รื่นรมย์แห่งนี้ไม่ได้บังคับให้สาวๆ ขาย หากแต่การขายก็เป็นรายได้อันมหาศาลและหนทางสู่ความสบาย แล้วแกจะขอบใจพี่ยัยมิ้นต์
เอกยังคงมองตามแผ่นหลังของสาวบ้านนอกด้วยความเป็นห่วง รายละเอียดงานที่บอกณัชมนไปเขาไม่ได้ปิดบัง เพียงแค่พูดออกไปไม่หมดก็เท่านั้น
ทางด้านณัชมน หญิงสาวถูกพาตัวเข้ามาในห้องวีไอพีด้วยความงงงวย แต่พอจะหันกลับไปค้านเพราะอาจมีเรื่องเข้าใจผิดกลับพบว่าประตูห้องถูกปิดลงพร้อมลงกลอนแน่นหนา
ปึก! บานประตูปิดลงเสียงดังพร้อมกับภายในห้องมืดสลัว ภายในห้องที่นอกจากดูน่ากลัวแล้วหญิงสาวยังไม่พบเจอใครในนี้ด้วย
ข้างหน้าของเธอมีโซนที่นั่งสำหรับแขกวีไอพี ส่วนด้านในนั้นอ๊ะ คล้ายกลับว่าเธอเห็นใครบางคนด้านในนั้น
เขาคือแขกที่เรียกเธอมาหรือเปล่านะ แม้จะกลัวแต่ทว่าเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้วหญิงสาวจึงเดินตรงเข้าไปหาเขา
แต่กลับเจอคนที่ไม่คาดคิด
คุณเจตน์ ณัชมนส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อเหลานี้เธอจำได้ดีว่าเขาคือหุ้นส่วนของผับหรูแห่งนี้
ทำไมเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ เนื้อตัวร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา
หมับ ยืนนิ่งคิดด้วยความสับสนข้อมือของเธอถูกเขาคว้าเอาไว้ ร่างบางของณัชมนเซล้มลงบนเตียง
อ๊ะ
“ใคร ฉันถามว่าใคร” เขาถามเสียงดังทั้งที่สติไม่เต็มร้อย มองคนตรงหน้าไม่ได้ค่อยชัด
“มิ้นต์ค่ะ” หญิงสาวตอบเขาเสียงนุ่ม ยันร่างขึ้นแล้วถอยห่างจากเขาเล็กน้อย หัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันทว่ากลิ่นหอมอ่อนทำให้ร่างกายตื่นตัวร้อนผ่าว
“มิ้นต์เด็กใหม่เหรอ” พอได้มองใบหน้าหวานของคนตรงหน้าความทรงจำก็กลับคืนมา มิ้นต์เด็กสาวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาหาเงินก้อนนำไปรักษาคุณยาย
เขาพึ่งสั่งให้ผู้หญิงหัวอ่อนคนนี้กลับบ้านนอกไป ทว่าหญิงสาวกลับดึงดันอยู่ต่อ งานพวกนี้ไม่เหมาะกับเธอนักหรอก
“ใช่ค่ะ มิ้นต์เอง” เมื่อรู้ว่าเขาจดจำได้แล้วจึงดันตัวออกห่าง
“ฉันร้อน” ทว่าเขากลับไม่ยอมให้เธอถอยออกไป แขนแกร่งคว้าร่างเล็กของเธอเอาไว้แล้วทาบทับลงมา
และนั่นคือเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
หลังจากคืนนั้นคุณเจตน์ นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อในวันนี้เขามีอายุ 33 ปี ในขณะที่ณัชมนอายุ 25 เราทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ด้วยกัน
เจอหน้ากันทุกวัน
กินข้าวด้วยกัน
นอนด้วยกัน
แม้แต่งานศพของคุณยายเมื่อปีที่แล้วเขาก็ออกหน้าจัดงานให้ทุกอย่าง
ณัชมนยอมรับว่ารักเขาหมดใจ แม้เขาจะไม่เคยมีสถานะให้เธอ
คนแอบรักน้ำตาคลอมองภาพของชายหนุ่มที่ร่วมหลับนอนเตียงเดียวกันมาตลอดสามปีผ่านกระจกใสในห้างสรรพสินค้า ข้างกายเขาตอนนี้คือนางเอกสาวเจ้าบทบาท
ได้แต่ยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าอยู่อย่างนั้น ต่อให้จะไม่ชอบใจแต่เธอไม่มีสิทธิ์จะแสดงตัวออกไป
ทำได้เพียงอยู่ในมุมเล็กที่เขาจัดไว้ให้
หากไม่มาเห็นกับตาคงไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่เขาเริ่มถอยห่างจากเธอเพราะใช้เวลาไปกับนางเอกสาวที่มีเริ่มมีข่าวออกมา
ใบหน้าเปี่ยมสุขของคนทั้งคู่ทำเอาหัวใจของณัชมนใจจะขาดรอนๆ มือเล็กยกปาดน้ำตาก่อนจะหมุนตัวหันหลังกลับเพราะไม่อาจมองภาพตรงหน้าต่อไปได้