“ดาน่า ๆ เพื่อนรักฉันมาแล้ว”
ร่างเพรียวบางของมีล่ากระโดดอยู่หน้าเวที และยังตะโกนเสียงดัง ทำให้เธอรีบถอนสายตากลับก่อนจะหันมามองเพื่อนรัก ที่ยืนถือดอกไม้อยู่ด้านหน้า…นี่เขาเริ่มโหวตกันแล้วเหรอ
“เอ่อ อือขอบใจมาก” เพราะหน้าเวทีมีคนอยู่มาก เธอจึงรีบพุ่งตัวไปรับดอกไม้ และฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ามีเพียงมีล่าคนเดียวที่หอบดอกไม้มาโหวตให้เธอ
“มีล่า”
“หือ?” เจ้าของชื่อทำน่าแปลกใจ ก่อนจะชะงักเมื่อดาน่าเอื้อมมือมากอบกุมมือของมีล่าไว้แน่น พลางเอ่ยถามรัวเร็ว
“การแสดงของฉันมันแย่ไหม”
“ไม่เลย ๆ มันดีมากรู้ไหมทุกคนตะลึงไปตาม ๆ กัน ไม่ใช่แค่เต้นดีแต่ยังสวยและมีอินเนอร์มาก ๆ ด้วยใครว่าไม่ดีฉันจะไปตีปากมัน” มีล่าเอ่ยยาวเหยียดก่อนจะหอบหายใจอย่างแรง เพราะว่าพูดรัวเร็วมากจนเกินไป
“แล้วทำไมคนมาโหวตฉันมันเงียบนัก” ดาน่าโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูมีล่าอย่างแปลกใจ และยังแฝงด้วยอารมณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าเธอจะแพ้เพราะ ทั้งที่มั่นใจแล้วแท้ ๆ
“ไม่นะแกแสดงดีมาก” แววตาจริงจังของมีล่าทำให้เธอมั่นใจขึ้น ก่อนจะนำท่าทางคำพูดของรินมาเชื่อมโยงกัน ดาน่าจึงยกแขนขึ้นโอบกอดมีล่าไว้แน่น และกระซิบข้างหูของเพื่อน
“เธอไปหาเด็กเสิร์ฟที่ชื่ออาโป หาไม่ยากอาโปใส่ชุดของฉัน”
“แล้วแกไประ”
“อย่าพึ่งถามเลยตอนนี้แกต้องหาผู้หญิงคนนั้น แล้วให้อีกฝ่ายสืบหาเรื่องไม่ชอบมาพากลให้ที ฉันลงไปตอนนี้ไม่ได้และคงจะหวังพึ่งแค่แกแล้วแหละ”
“อือ เข้าใจแล้ว”
เธอยกยิ้มก่อนจะผละออกจากมีล่า และถอยหลังออกมายืนตรงแถวสำหรับผู้เข้าประกวด แม้จะพยายามข่มใจแต่มันก็อดจะรู้สึกน้อยใจไม่ได้ ผู้คนหลั่งไหลไปที่คนอื่นหมดไม่มีดอกไม้มาให้เธอเลยแม้แต่ดอกเดียว
ร่างบางยืนนิ่งดวงตากลมโตมองตรง ไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างสงสารเห็นใจแม้แต่น้อย
“แหม ดูท่าทางเราจะได้คนแพ้แล้วสินะ” รินขยับเข้ามาใกล้ดาน่าก่อนจะเอ่ยประกระแหนะกระแหน ดาน่าเหลือบตามองรินอย่างรำคาญ มุมปากของเธอยกขึ้นเหมือนอย่างเคย
แม้จะแสดงออกว่าปกติ แต่ภายในใจนั้นไม่ใช่เลย ความหวั่นวิตกทำให้เธอจิกเล็บลงบนมือแน่น แม้จะเจ็บตัวแต่มันคงจะไม่เจ็บเท่าใจในตอนนี้ เหมือน
“ทำไมเงียบ ไม่ปากดีแล้วเหรอ?” ดาน่ากลอกตาอีกครั้ง เมื่อรินยังคงพูดพล่ามไม่เลิก เธอจึงหันหน้ามาเผชิญกับริน
“รำคาญ!”
“อีเด็กนี่!” รินหน้าตึงทันทีที่ถูกพูดกระแทกใส่หน้า
“โอ้วสาวน้อยตรงนี้น่าสงสารจังเลย ทำไมได้ดอกไม้แค่ดอกเดียวกันนะ” ระหว่างศึกทางสายตาของเรา ดีเจหนุ่มก็เดินมาทางนี้พอดี ทำให้ดาน่าได้แต่ลอบเบะปาก นี่ก็ขยี้จัง!
“เอาอย่างนี้ลองเต้นให้ดูอีกรอบแล้วพี่เอาดอกไม้ในมือโหวตน้องเอง” ดาน่าหันขวับทันทีที่ดีเจหนุ่มเอ่ยทีเล่นทีจริงอย่างสนุกสนาน จนได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจจากนักท่องราตรีด้านล่าง
เธอเม้มปากแน่นมือสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ การประกวดเต้นมันคือศิลปะอย่างหนึ่งอันนี้เธอยินดี แต่คำพูดและการกระทำของดีเจ เหมือนจะเอียงไปทางดูถูกเสียมากกว่า และเธอเกลียดพวกผู้ชายขี้ขลาดถนัดใช้ส่วนล่างมากกว่าส่วนบนมากที่สุด
ร่างบางเจ้าของใบหน้าสวยหวานยกยิ้มหวานจนตาหยี ทำเอาบรรดาชายหนุ่มด้านล่างมองตาเยิ้ม รวมถึงดีเจหนุ่ม เธอเดินเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบไมโครโฟนที่วางข้างดีเจคอนโทรลเลอร์ขึ้นมา ดวงตากลมโตจ้องเขม็งมองดีเจหนุ่มนิ่ง
“ว้าว อย่าพึ่งสารภาพรักกับพี่นะครับ” ชายหนุ่มเอนเตอร์เทนต่ออย่างสนุกสนาน สร้างความคึกคักขบขันให้เหล่าชายหนุ่ม
“หึ ไม่มีทางหรอกค่ะ ลองส่องกระจกชะโงกดูเงาด้วยว่ามีเขาไหม อ๋อ ที่จะพูดคือถ้าไม่มีคำพูดดี ๆ ก็หุบปากไปเถอะ คนจะได้มองไม่ออกว่าโง่”
“!!!” ดีเจสุดฮอตอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างและใบหน้าซีดเผือดไม่ต่างจากผู้ชมบริเวณหน้าเวทีเลยสักนิด
“ไม่รู้มาเป็นดีเจได้ยังไง” ดาน่าเหยียดยิ้มพลางเลื่อนสายตาลงมองส่วนล่าง ทำให้บรรดาสาว ๆ ด้านล่างต่างก็มองตาม
“สงสัยจะถนัดแต่เอนเตอร์เทนด้านล่าง แต่ปากอาจจะยังน้า เพราะที่พ่น ๆ ออกมามันไม่ตลก”กึก! เธอยิ้มทั้งที่ดวงตาจ้องหน้าดีเจหนุ่มเขม็ง ก่อนจะกระแทกไมโครโฟนลงบนโต๊ะวางอุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ของดีเจ แล้วเดินกลับไปยืนอยู่ที่เดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจเสียด้วยซ้ำ ดีเจหนุ่มสุดฮอตหน้าซีดทั้งยังอับอายต่อสายตาของผู้คน
สมน้ำหน้า!
ดาน่าอมยิ้มตรงมุมปากก่อนจะทอดสายตาเหม่อมองออกไปไกล ดวงตากลมโตมีเสน่ห์เปล่งประกายวาววับชวนให้น่าค้นหา การได้เอาคืนคนแม้ในสถานการณ์ยากลำบากก็ช่วยบรรเทาทุกข์ได้จริง ๆ เธอหัวเราะในใจ
“ฮ่า ฮ่า พึ่งรู้ว่าดีเจของที่นี่ไม่ได้ใช้ความสามารถไต่เต้า” ในขณะที่ในร้านเงียบกริบราวกับสุสาน ไม่นานก็มีเสียงหัวเราะของใครบางคนดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดาน่าจึงเลื่อนสายตาไปมองเขาอย่างช่วยไม่ได้ และนั่นทำให้เธอถึงกับชะงัก เมื่อคนที่สอดปากราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องตลก คือผู้ชายอันตรายที่เธอสังเกตเห็นตั้งแต่ก่อนจะเริ่มการโหวตให้คะแนน
“คิลล์” น้ำเสียงตื่นเต้นระคนดีใจของเรเน่ที่ยืนถัดจากเธอไปไม่ไกล ทำให้ดาน่าขมวดคิ้วก่อนจะเลื่อนสายตามองตาหล่อน และพบว่ากำลังมองผู้ชายคนนี้ เขาชื่อคิลล์เหรอ ?
“ว่าไงที่ฉันพูดมามันถูกไหม?” เจ้าของใบหน้าเหลือร้ายเลิกคิ้วขึ้นในขณะที่กำลังเดินตรงมายังหน้าเวที สร้างความแปลกใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะคิลล์ไม่ใช่คนที่จะสามารถยุ่งด้วยได้ เขาเหมือนหายนะที่พร้อมจะสร้างเรื่องได้ทุกเมื่อ ทุกคนจึงพร้อมใจกันแหวกทางจนกระทั่งเขาเดินเข้ามาใกล้ขอบเวที
นัยน์ตาคมกริบสะท้านความแข็งกระด้าง ยิ่งอยู่ในครรลองสายตา เธอยิ่งเห็นว่าใบหน้าของเขาร้ายกาจมากจริง ๆ นัยน์ตาเรียวติดหงุดหงิด
ริมฝีปากของเขายกขึ้นอย่างคนไม่ยอมใคร และเอาแต่ใจทุกอย่างนั้นหลอมหลวมให้เขาดูเหมือนตัวร้ายที่ไม่ควรเข้าใกล้ แต่เมื่อถูกจ้องมองกลับไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาไปได้ ยิ่งเห็นนัยน์ตาคมกริบจ้องมองมา ความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน
“เอ่อ” ดีเจหนุ่มอึกอักทั้งโมโหทั้งหวาดกลัวอยู่ในที
“อะไรกันน่ะคิลล์ ออสตินแค่เล่นมุกขำ ๆ เท่านั้น” เรเน่เห็นชายหนุ่มก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที ทั้งน้ำเสียงยังเอ่ยอย่างสนิทสนม แต่กับดาน่าแล้วเธอไม่ขำด้วยนะจึงเตรียมง้างปาก
“ใครถามเธอ” เพียงแต่ว่านี่คือ คิลล์ เขาไม่ไว้หน้าใครอยู่แล้วจึงตวัดสายตามองเรเน่อย่างไม่เย็นชา ทำเอาสาวเจ้าหน้าแตกทันที
“ว่าไง? ไม่กล้าตอบเหรอ ทีเล่นมุกห่วย ๆ มึงยังกล้าเลย” น้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งเย้ยหยันของคิลล์ทำให้เธอหลุดหัวเราะ คนอะไรถามได้หน้าตายขนาดนี้
“แล้วเธอหัวเราะทำไม หรือคิดว่าที่ฉันถามมันตลก” คิลล์ทำหน้ายุ่งยากขึ้นมาทันที เขากำลังเบื่อและหงุดหงิดอย่างถึงขีดสุดจนได้รู้เรื่องการทำดีลลับ