เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะรับมือยังไง และเธอก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังจริง ๆ เขาจึงไม่อาจอยู่เฉยกระโดดลงมาในเกมกระดานนี่ซะเลย
เธอขมวดคิ้วเป็นปมทันทีที่ได้ยินคนตรงหน้าเอ่ยเสียงแข็ง จึงเอียงคอมองเขาอย่างยียวน ก่อนจะเหยียดยิ้ม
“หน้าหมอนั่นตลกกว่าคำพูดของนายอีก ฉันจะหัวเราะแปลกตรงไหนเหรอ” เอ่ยจบจึงยิ้มจนตาหยี แต่คำพูดของเธอกลับทำให้คิลล์ยกมุมปากขึ้นอย่างสนุก ส่วนดีเจหนุ่มที่ถูกกันซีนก็หน้าแห้งไปแล้วเรียบร้อย พลางสถบในใจว่าสองคนนี้เหมือนมารร้ายสองผัวเมียเสียจริง ทั้งสองกำลังรุมทึ้งออสตินอย่างแนบเนียน
“พี่ขอโทษนะครับน้อง เมื่อกี้แค่แซวเล่นเท่านั้น” เพราะไม่กล้าเอ่ยกับคิลล์ ออสตินจึงหน้าด้านทำทีขอโทษขอโพดดาน่าแทน
“เล่นอย่างนั้นเหรอ เฮอะ” คิลล์ตวัดสายตามองดีเจหนุ่มด้วยแววตาคมกริบ ก่อนจะตวาดเสียงแข็ง
“ลองเอาไปเล่นกับพ่อมึงนะ!”
“เอาไปถามแม่นายตอนนี้ก็โดนโบกหัวเถิกกว่าเดิมแน่” ทั้งสองเอ่ยเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยทำให้ออสตินแทบร้องไห้ ส่วนบรรดาผู้คนโดยรอบต่างก็มองทั้งสองอย่างแปลกใจ และคิดไปต่าง ๆ นา ๆ คิลล์ คืออันธพาลของมหา’ลัยไม่เคยยอมลงให้ใคร เรื่องช่วยเหลือยิ่งไม่มีทาง ดังนั้นทุกคนจึงฟันธงไปว่าทั้งคู่คือ
ผัวเมียมหาประลัยแน่นอน
“พี่ผิดไปแล้วขอโทษจริง ๆ ต่อไปจะไม่เล่นแบบนี้อีกแล้วโอ๊ย”
ดีเจหนุ่มถลาเข้ามาหาดาน่าอย่างรีบร้อน ทั้งพยายามจะรวบกอดร่างบางและร้องขอความเห็นใจ นั่นทำให้เธอเบิกตากว้างส่วนคนที่ยืนหน้าทำหน้าไม่สบอารมณ์ก็ยื่นมือออกมากระชากหัวของออสตินไปข้างหลัง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดาน่าจับไหล่ของดีเจหนุ่มไว้ได้และยกหัวเข่าขึ้นมาเตรียมแทง
“….”
ออสตินหัวใจเต้นแรงอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างทั้งหวาดกลัวและอับอาย เมื่อกี้ถ้าคิลล์ไม่กระชากดึงหัวออสตินไปข้างหลังแล้วละก็ มีหวังเข่าสวย ๆ นี่ได้กระแทกลูกชายแน่ ๆ
อึก
ดีเจหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ต่างกับชายหนุ่มด้านล่างเวที ทุกคนต่างใจหายใจคว่ำแทนเมื่อเห็นจังหวะนั้น นี่นับว่าการโดนคิลล์เล่นงานเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว เพราะถ้าโดนแทงเข่าต่อหน้าทุกคนคงจบไม่สวยแน่
“นะน้องครับ” ออสตินเงยหน้าขึ้นสบตาดาน่าอย่างน่าสงสาร ซึ่งหญิงสาวก็ยกยิ้มบางอย่างน่ารัก เหมือนจะไม่มีอะไรเพราะเธอขยับเข่าออกไป ทำให้ทุกคนโล่งอก
แต่เหมือนถูกเหวี่ยงขึ้นแล้วก็ถูกดึงลงมาอีกครั้ง เมื่อเธอยกศอกเสยปลายคางออสตินเต็มแรง แม้แต่คิลล์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นยังอดทำหน้าเหยเกไม่ได้
“ให้อภัย แต่ไม่ใช่จะไม่เอาคืนนะสุดหล่อ”
“อ๊ากกกกกก” หมดกันตำนานดีเจสุดฮอตของ scarface เพราะถูกสาวสวยที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปเสยปลายคางจนกำเดาไหล
“ตายแล้ว! หน้าออสตินจะเป็นแผลไม่เนี่ย” รินที่ยืนมองสถานการณ์อยู่นานโพลงขึ้นเสียงดัง พลางตวัดสายคาดโทษดาน่า แต่นอกจากเธอจะไม่สลดแล้วยังยกยิ้มอย่างไม่ยี่หระ
และเอ่ยคำพูดที่ทุกคนไร้ข้อโต้แย้ง
“Scars remind us where we’ve been. They don’t have to dictate where we’re going. แผลเป็นบอกว่าเราเคยผ่านอะไรมาบ้าง แต่ไม่ได้กำหนดว่าเราจะไปที่ไหนต่อ…ฉันเชื่อว่าเจ้าของร้านต้องภูมิใจแน่นอนที่พนักงานของเขาสร้างบาดแผลจารึกผลงานแบบนี้”
“เธอมันบ้าจริง ๆ” เรเน่กัดฟันอย่างโมโห ก่อนจะลงมาพยุงออสตินให้ออกไปทำแผล เพราะทั้งสองต่างคุ้นเคยกันอย่างดี
“แต่การแข่งขันยังไม่จบนะ จะทำยังไงล่ะ” อยู่ดี ๆ รินก็โพลงขึ้นมาดื้อ ๆ ทำให้ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“แม้ดีเจจะบาดเจ็บ ก็ยังหาคนมาแทนได้แต่ถ้างานล่มมันคงจะจบไม่สวยแน่ และฉันไม่อยากจะขาดทุน” น้ำเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบ เมื่อทุกคนหันไปมองตามเสียงต่างก็ชะงัก ก่อนจะยกมือไหว้เจ้าตัว
“พี่สการ์” รินโพลงขึ้นมาอย่างดีใจเมื่อเห็นญาติตัวเอง และมีสถานะเป็นเจ้าของร้าน scarfaceแห่งนี้ด้วย ตอนแรกรินเห็นคิลล์เหมือนจะเข้าข้างดาน่า จึงกลัวแผนการตัวเองพัง
“ว่าไงคิลล์ มายืนทำอะไรตรงนี้เหรอ?” เจ้าของร้านสุดเท่เลิกคิ้วถามชายหนุ่มเจ้าของแววตาแสนเกรี้ยวกราด
“กูจะยืนตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้มึงเสนอหน้า”
“แต่นี่ร้านของกู มึงคิดว่ากูมีสิทธิ์ถามไหม?” คิลล์ได้ยินอย่างนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะทันที
“ปกติมึงเสนอหน้าเดินถามลูกค้าทุกคน?”
“!!!” โดนย้อนอย่างนั้นสการ์เองก็ไปไม่เป็น แม้แต่รินยังเบิกตากว้าง ทุกคนรู้ดีว่าคิลล์ไม่ไหวหน้าใคร แต่นี่เจ้าของร้านนะไม่กลัวสการ์เอาคนมารุมกระทืบหรือไง
“ฮ่า ฮ่า”
“เธอหัวเราะอะไร!” รินมองดาน่าตาเขียวปั๊ด
“หัวเราะเพราะแมลงวันบินเข้าปากเธอน่ะสิ”
“หา! จริงเหรอ” อารามตกใจรินจึงรีบยกมือขึ้นมาป้องปาก ดวงตาเบิกตากว้าง ทำให้ท่าทางดูตลกจนดาน่าหัวเราะเสียงดัง
“เธอโง่จัง ที่นี่จะมีแมลงวันได้ยังไง”
“แก” รินกัดฟันกรอด ก่อนจะหันมามองญาติตัวเองอย่างสการ์
“น้องคงจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดสินะ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มการโหวตใหม่ดีกว่าไหม ส่วนเรเน่ไม่กลับมาคือถอนตัว” สการ์เอ่ยอย่างใจเย็น พลางหันมายิ้มให้ดาน่าท่าทางใจดี
“ว่าไงนะ!” ผู้หญิงที่เข้าประกวดอีกคนโพลงขึ้นมาอย่างตกใจ เรเน่คือคนที่ได้คะแนนสูงมาตลอด ดังนั้นถ้าอีกฝ่ายถอนตัวคนอื่นก็มีสิทธิ์ที่จะได้ตำแหน่งนี้พร้อมเงินรางวัล
“ก็ตามนั้น” รินยกยิ้มอย่างเหนือกว่าให้ดาน่า เพราะมีญาติมาหนุนหลัง ส่วนหญิงสาวคนอื่นก็ไม่มีทางรู้เลยว่ารินมีแผนการอะไร
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นคนทำหน้าที่แทนออสตินเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าข้างใคร ฉันกล้ารับประกันด้วยศักดิ์ศรีเจ้าของร้าน”
ดาน่าได้ยินน้ำเสียงทุ้มของอีกฝ่ายก็ขนลุกซู่ และรู้สึกได้ถึงอันตรายซ่อนเร้น แววตาของสการ์ดูไม่น่าไว้ใจมาก ๆ เขาหน้าตาเท่สุด ๆ น่าจะอายุมากกว่าเธอสี่ห้าปี ตัดผมสกีนเฮดสวมชุดหนัง
ดาน่ายังไม่ทันได้คิดคำนวณอะไรในใจ
หางตากลับเห็นอาโปและมีล่ายืนอยู่ด้วยกัน และทั้งสองทำหน้าตาเคร่งเครียดจนเธอสัมผัสได้ว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ เธอจึงเลื่อนสายตาไปสบกับรินนิ่ง
“เธอเล่นนอกกติกาสินะ”
“ไม่มีใครพูดถึงกติกาแปลว่าไม่ผิด” รินเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่ทั้งสองยืนสบตากันอยู่อย่างนั้น คิลล์เองก็จ้องหน้าสการ์เขม็งเช่นกัน
“ว่าแต่ มึงจะไม่ลงไปเหรอคิลล์” เจ้าของชื่อได้ยินสการ์เอ่ยอย่างนั้นก็แค่นเสียง ‘เฮอะ’ ออกมาเบา ๆ
“แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น เฮ้ยมึง ยกเก้าอี้มาสิ” คิลล์ยิ้มเยาะก่อนจะชี้หน้าชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างล่าง ให้ยกเก้าอี้ขึ้นมาให้บนเวที และแน่นอนอีกฝ่ายได้ยินก็ไม่รอช้ารีบกุลีกุจอยกเก้าอี้ขึ้นมาให้คิลล์ทันที
“นี่มึง!” สการ์สบถเมื่อเห็นคิลล์นั่งไขว่ห้างบนเวที
“ต่อดิ ใครจะประกวดก็ทำไปกูจะนั่งตรงนี้”
“ฮึ่ย!” เจ้าของร้านสุดจะทนจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ และเอ่ยถึงการแข่งขันอีกครั้ง แม้จะไม่คึกคักแต่ก็ฮึกเหิมพอสมควร ผู้เข้าประกวดทุกคนเดินมายืนด้านหน้าเวที เป็นดาน่าที่เดินมาช้าสุด และระหว่างนั้นเธอก็หันมาสบตากับคิลล์ที่กำลังเล่นไฟแช็ก
“นายรู้อะไรมาใช่ไหม?” ดาน่าเอ่ยถามเบา ๆ ทั้งที่กำลังเดินผ่านคิลล์ ชั่วลมหายใจที่รอคอยเขากลับเงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจเล็ดรอดออกมา ตอนนั้นที่สบตากันเธอเชื่อมั่นว่าเขาต้องรู้อะไรแน่ แววตาแบบนั้นไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวง
เขาเหมือนคนที่ชอบเล่นกับไฟ ยิ่งอันตรายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพร้อมจะกระโจนเข้าหา เป็นคนประเภทเดียวกันกับเธอ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โผล่ออกมาในตอนที่เธอเล่นงานออสติน ดาน่ามองเขาอย่างรอคอยจนรู้สึกวูบโหวง สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ เธอจึงเม้มปากแน่นก่อนจะเร่งฝีเท้าผ่านหน้าเขาและมายืนเรียงหน้ากระดานเพื่อรอรับดอกไม้
แกรก!
มือหนาตวัดปลอกปิดไฟแช็ก ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ระหว่างที่สการ์กำลังพูดพล่ามบนเวที รินเองก็ส่งสัญญาณให้เพื่อนที่อยู่ด้านล่าง ทุกคนต่างหลุบตามองดอกไม้ในมือ ส่วนดาน่าเองก็บีบมือกัดแน่นจนชื้นเหงื่อ เธอรู้สึกว่าในอกร้อนราวกับมีไฟสุมทรวง ไม่ว่ายังไงก็จะต้องหาทางรอดไปให้ได้ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด
หมับ!
“อ๊ะ!”