กลิ่นแอลกอฮอล์ผสานกลิ่นเย็นของบุหรี่ กระแทกเข้าที่จมูกอย่างจัง ใบหน้าสวยของเธอก็แนบเข้ากับอกแกร่งจนแสบร้อนไปทั้งใบหน้า มือหนาใหญ่จับไหล่เธอพลิกเข้าหาตัวจนทำให้ร่างของเราแนบชิดเข้าหากันในท่า ‘กอด’
จังหวะหัวใจรัวเร็วทำให้เธอแยกไม่ออกเลยว่า มันเป็นของเขาหรือเธอกันแน่นะ ทุกอย่างมันรวดเร็วจนมึนเบลอไปหมดและเมื่อเธอตั้งสติได้ ปลายนิ้วแกร่งของเขาก็แตะลงบนคางมน ก่อนจะกดปลายนิ้วเชยคางของเธอให้เชิดขึ้น จนนัยน์ตาของเราทั้งคู่สบประสานกัน
เธอขมวดคิ้วเป็นปม และเพ่งสายตาจ้องลึกลงไปให้ถึงก้นบึ้งของจิตใจ ว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่ แต่กลับพบเพียงความเกรี้ยวกราดราวพายุไม่สงบอยู่ในดวงตาคู่นี้ และถ้าจ้องมองดี ๆ จะเห็นว่ามันซ่อนเร้นและเต็มไปด้วยอารมณ์มากล้นจนเธอสัมผัสได้
เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ผู้หญิงตรงหน้าดึงดูดเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาถ้าอยากได้อะไร สิ่งนั้นมันก็จะต้องเป็นของเขา คิลล์ชอบเอาชนะและผู้หญิงตรงหน้าก็คือความท้าทายในตอนนี้ เธอคุ้มพอที่เขาจะลงมือทำเรื่องบ้าบิ่น ผู้คนมักคิดว่าเขาไม่สนใจวิธีการและหลักการ แต่เปล่าเลย เขามักคำนวณก่อนเสมอว่า…อะไรคุ้มและอะไรไม่คุ้ม
จึงเสนอสิ่งที่ไม่มีใครเคยได้จากเขามาก่อน ผู้หญิงที่พยศเก่งแบบนี้ร้อยทั้งร้อยต้องตกปากรับคำแน่นอน
“มาเป็นผู้หญิงของฉัน”
น้ำเสียงกดลึกเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นัยน์ตาคมกริบของเขาสะท้อนภาพของเธออยู่ในนั้น มันทั้งเร่าร้อน เกรี้ยวกราด และเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ นั่นทำให้เธอหลุดจากภวังค์ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น
“ไม่!”
เธอจ้องตากับเขาอย่างไม่ลดละ ก่อนจะยกยิ้มและเอ่ยเสียงแข็งไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเขาแม้แต่น้อย
“งั้นเหรอ แล้วถ้าฉันบอกว่าคืนนี้เธอจะไม่รอดถ้าฉันไม่ช่วยล่ะ”
“ฉันไม่ชอบเป็นของใคร” มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าทุกครั้งที่จ้องตากันอะดรีนาลีนมันเดือดพล่านเสียเหลือเกิน
เขาคาดเดาไม่ได้ ส่วนเธอก็รับมือยาก นี่คือคู่ปรับที่หาตัวจับยากและเขามันเถื่อนจริง ๆ เพราะประโยคสุดท้ายที่พ่นออกมานั้นทำให้มุมปากของเธอยกขึ้น ดวงตาพรั่งพราวราวดวงดาวบนฟากฟ้าและเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
“แต่ฉันอยากเป็นเจ้าของเธอ” เขาเอ่ยเสียงเข้มและเอาแต่ใจ
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเป็นเจ้าของนาย” เธอเหยียดยิ้มก่อนจะเอ่ยต่อ นั่นทำให้บทสนทนาระหว่างเราจบลง
“แค่คืนนี้เท่านั้น”
“แค่คืนเดียวก็เกินพอ” คิลล์หนังตากระตุกขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้จะมั่นใจมากไปไหม คนอย่างเขาถ้าได้กินจนอิ่มแล้วก็เหมือนเสือจำศีลไม่คิดจะซ้ำให้เสียเวลา ยิ่งกับคนพยศอย่างนี้แล้วเขาพนันได้เลยว่าเธอต้องดีแต่ปากแน่นอน
ดาน่าเห็นแววตาคมกริบของเขาแล้วก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ จึงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลือร้ายของเขานิ่ง ๆ จนคิลล์ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
“มองอะไร หรืออดใจไม่ไหว?” เขาเหยียดยิ้ม
“แค่กำลังคิดว่านายจะมีน้ำยาจัดการเรื่องตรงหน้ายังไงเท่านั้น”
“!!!”
“อย่าพึ่งคิดไปถึงเรื่องคืนนี้เลย นายน่ะมีน้ำยาพอไหม?” น้ำเสียงของเธอเอ่ยเนิบนาบแต่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย เขาเกลียดพวกที่ชอบอวดดีและท้าทายแบบนี้มาก มุมปากของเขากระตุกไม่หยุด อยากจะดึงเธอเข้ามาแล้วเคี้ยวไม่ให้เหลือซาก!
“อะแหม เชิญเพื่อนคิลล์ลงไปก่อนนะครับคนกำลังจะเริ่มการประกวดแล้ว” สการ์เอ่ยลอดไรฟัน เต็มไปด้วยความประชดประชันอย่างแรง แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งสองแต่ท่าทางแนบชิดกันแบบนั้น ชวนให้คนอื่น ๆ หน้าแดงเหลือเกิน
“กูไม่มีเพื่อนหน้าแก่แบบมึง” คิลล์สวนสการ์อย่างไม่ไว้หน้า ก่อนจะรวบดาน่าเข้ามาในอ้อมแขนแน่น นัยน์ตาคมหลุบลงมองหน้าเธอนิ่ง ๆ และยกมุมปากขึ้น
“เฮ้ย ถิ่นกูมึงจะลงหรือไม่ลง!” เจ้าของร้านเองเริ่มหมดความอดทนเสียแล้ว แต่คิลล์กลับไม่สลดยังคงเอ่ยโต้ตอบทั้งที่สายตากำลังจับจ้องมองแต่หน้าของหญิงสาวในอ้อมแขน
“มึงจะแข่งไม่ใช่เหรอ เอาดิไอ้สัดใรเขาห้ามมึง!”
“แต่” รินกำลังจะขัด แต่ถูกสการ์ขวางไว้
“หึ ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มการโหวตได้เลย” เจ้าของร้านประกาศเสียงกึกก้องก่อนจะกระแทกไมค์ลงกับโต๊ะ ใบหน้าแสนเท่ของสการ์เต็มไปด้วยความไม่ซบอารมณ์
“นายคิดจะทำอะไร” ดาน่าขยุ้มเสื้อกล้ามสีขาวของเขาแน่น และเงยหน้าสบตาเขาอย่างคาดคั้น
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่หมากอย่างเธอต้องรู้ไม่ใช่เหรอ ผู้เล่นจะเล่นอะไรก็ได้ เธอถูกคุมส่วนฉันก็เป็นฝ่าย ‘ควบ’ คุมเธออีกที” รอยยิ้มร้าย ๆ ของคิลล์ยิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น
นี่คือนิยามคำว่าแบดบอยสินะ