“เรื่องเป็นไงมาไง”
เสียงทุ้มต่ำติดเย็นชาของใครบางคนเอ่ยขึ้นมา ทำให้ดาน่าที่แอบฟังจากเบื้องหลังประตูต้องเอาหน้าแนบ เพราะว่าเสียงภายในห้องเบาเหลือเกิน แม้ว่าประตูจะแง้มไว้ก็ตาม
“จะเป็นไงได้นอกจากว่าคิลล์มันตั้งใจจะแข่งกับไอ้ราม แต่ฝั่งนั้นมือหักเลยมายกเลิก พวกมึงก็รู้ว่าคราวก่อนที่ไล่ล่ามันพวกกูเกือบแหกโค้ง ไอ้คิลล์มันเลยจะมาเอาคืนวันนี้” เสียงของคนหน้าดุเอ่ยอธิบายและแฝงไปด้วยอาการหัวร้อนนิด ๆ
คิลล์ อย่างนั้นเหรอ? ชีวิตนี้เธอเคยได้ยินชื่อนี้แค่คนเดียวเท่านั้น มือบางชื้นเหงื่อเพราะวิตกกังวล ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา เธอภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่คนเดียวกับที่เคยเจอ เพราะไม่อยากจะเจอกันอีกแล้ว แต่ก่อนจะได้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ นำศึกก่อนเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“แล้วมันจับตัวเดวาไปทำไม น้องไม่เกี่ยวอะไรด้วย” นำศึกเอ่ยขึ้นมา นั่นทำให้ดาน่าแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้
“แต่เด็กนั่นเป็นผู้หญิงของไอ้รามไม่ใช่เหรอ กูเคยเห็น”
“ใช่หรือไม่ใช่ มันก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”
“ไคลล์มึงรู้จักน้องมึงดี” ระหว่างที่ทั้งสองตอบโต้กันอยู่นั้นก็มีเสียงของอีกคนแทรกขึ้นมานิ่ง ๆ และดูมีเหตุมีผลเอามาก ๆ
“ศึกมึงส่งสารให้ไอ้คิลล์แล้วนี่ แค่นิ้วหักไม่ตายหรอก” ดาน่าจำเสียงได้นี่คือคนหน้าดุแน่นอน และยังเอ่ยปากเข้าข้างคิลล์ตลอด ทั้งที่รามิลผู้ชายของพี่สาวนิ้วหักแต่ยังรั้นจะแข่งเนี่ยนะ นี่มันเอาเปรียบกันชัด ๆ เธอรับไม่ได้
ตอนที่รู้ว่าพี่สาวอย่างเดวาหายตัวไป เธอทั้งตกใจและกระวนกระวายจนแทบร้องไห้ ความรู้สึกมากมายประเดประดังจู่โจมเข้าพร้อมกัน ถ้าไม่ใช่เห็นพี่นำทัพเธอคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงและยังต้องรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้พี่สาวเจอเรื่องร้าย ๆ ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ
“เซริม” ดาน่าที่กำลังทำสีหน้าโกรธเคือง คิลล์ ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงของพี่นำศึก เอ่ยชื่ออีกคนในห้องด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกำลังกดดัน
“อย่างที่ไอ้ไคลล์ว่า มึงส่งสารเองไม่ว่ายังไงการแข่งนัดนี้ก็ต้องเกิดขึ้น ไอ้รามรับปากแล้วไม่ว่าอะไรจะหักก็เรื่องของมัน ส่วนของเดินพันกูรับประกันว่าคิลล์ไม่ทำอะไรน้องมึงแน่นอน”
หา! นี่หมายความว่ายังไงของเดิมพันคือพี่สาวของเธออย่างนั้นเหรอ เดวาไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะเอามาเป็นเครื่องต่อรองได้นะ
“สรุปมึงจะให้ท้ายมันอีกคน?” นำศึกกดเสียงต่ำ
“ตอนมึงไปเอาตัวน้องมึงมา ก็ต้องต่อรองกับไอ้คิลล์มาแล้ว มันยอมอ่อนข้อเพราะเห็นว่ามึงเป็นญาติดังนั้นมึงควรจะยอมมันบ้างนะศึก” เซริมเอ่ยเสียงเย็น เหมือนจะมีเหตุผลแต่ก็ดูเข้าข้างผู้ชายที่ชื่อ คิลล์อยู่ดี
“ไอ้คิลล์มันก็ไม่ไว้หน้าใครตลอด” น้ำเสียงนิ่ง ๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นคือเสียงของจีซัสคนที่อยู่ในห้องกับเซริมตั้งแต่แรก
“คนที่ควรยอมมันคือไอ้คิลล์ต่างหาก ดันทุรังเพื่อ”
“เพื่อเอาชนะไง”
“น้องมึงนี่นะ” นำศึกเอ่ยอย่างประชดประชัน
“ก็ช่วงนี้มันอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่รู้เป็นอะไร”
“มันเคยอารมณ์ดีด้วยเหรอ”
“ช่วงนี้หมายถึงเดือนสองเดือนนี้ไง อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ”
“เลยไปลงกับน้องกู?” นำศึกโพลงขึ้นมาเมื่อเห็นจีซัสและไคลล์ปะทะฝีปากกัน หลัก ๆ ทุกคนไม่ชอบที่ไคลล์เข้าข้างคิลล์
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าอีกสามสิบนาทีที่จะถึง พวกมันจะต้องแข่งรถกันแล้วใช่ไหม เพราะว่าเป็นคู่สุดท้ายของวันนี้”
“ใช่”
ใบหน้าของดาน่าเคร่งเครียดขึ้นมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นอย่างอดกลั้น เรื่องนี้ต้นเหตุคือผู้ชายคนนั้น เขามีสิทธิ์อะไรมาเอาพี่สาวเธอเป็นของเดิมพัน
ยิ่งคิดดาน่ายิ่งรู้สึกโมโหจนแทบคลั่ง ดวงตากลมโตแข็งกร้าวอย่างไม่ยินยอม เขาเอาแต่ใจมากจนไม่เห็นหัวใคร สร้างเรื่องวุ่นวายมากมายเพียงเพราะตัวเอง เดี๋ยวนายเจอ!
มือบางจิกเล็บจนเลือดซิบก่อนจะค่อย ๆ คลานออกจากบริเวณนี้ เพราะเธอจะต้องระงับเรื่องราวไม่ให้มันบานปลาย
“เธอ ไปทำอะไรตรงนั้น”
ระหว่างที่กำลังลุกขึ้นยืน ก็มีฝีเท้าคู่หนึ่งหยุดยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ดวงตาของเขาฉายแววแปลกใจที่เห็นท่าทางประหลาดของดาน่า และเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีคนมาเห็นท่าทางน่าอับอายด้วย
“เอ่อ…พอดีทำต่างหูตกน่ะ เลยพยายามหา”
“ต้องลงไปคลานกับพื้นเลยเหรอ?” ผู้ชายผมสีน้ำตาลหน้าตาดูสะอาดสะอ้านเหมือนอาบน้ำวันละสิบชั่วโมงเลิกคิ้ว
“ใช่สิ ไม่งั้นจะหาเจอได้ยังไง” เธอยังคงเฉไฉไปเรื่อย
“แน่ใจนะว่าจะเจอ”
“ไม่เจอหรอก เลยจะลงไปหาข้างล่างขอบใจมากนะที่เป็นห่วง”
ผู้ชายผมสีน้ำตาลยังคงสงสัยไม่เลิก แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘เป็นห่วง’ ออกจากปากหญิงสาวแสนประหลาด เขายิ่งทำหน้าเหยเกกว่าเดิม หน้าเขาเหมือนคนห่วงใยคนอื่นหรือไง
“ฉันไม่ได้ห่วงสักหน่อย ก็เธอทำท่าประหลาด”
“เอาน่าใส่ใจก็บอก” ดาน่าฉีกยิ้มตีเนียน เพราะเธอพึ่งออกมาจากห้องที่พวกพี่นำศึกคุยกัน กลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นเพื่อนพวกเขาน่ะสิเลยต้องรีบกลบเกลื่อนความสงสัย
“เธอมีพิรุธนะ แล้วมาจากทางนั้นด้วย” เขาหรี่ตาลง
“พิรุธอะไร นี่นายกำลังใส่ใจฉันแท้ ๆ ยังจะมาเปลี่ยนเรื่อง”
“เธอสิวะเปลี่ยนเรื่อง”
“ก็จริงนี่ คนปกติที่ไหนเขาจะถามแบบนี้เล่า มีแต่คนอยากใส่ใจทั้งนั้นแหละที่พยายามถามอะไรแบบนี้”
“เธอหลงตัวเองชะมัด” เขาสบถพึมพำและทำหน้าไม่สบอารมณ์
“ส่วนนายก็หลงฉันอีกที ขอบคุณสำหรับคำถามที่ใส่ใจนะ”
“ยัยบ้ามันจะมากไปแล้ว ไม่ได้หลงเธอเว้ย!”
ดาน่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นผู้ชายที่พยายามจับผิดเธอทำหน้าเหมือนปลาตาย เธอจึงใช่จังหวะนี้เบี่ยงตัวไปทางซ้ายของเขาเพื่อเดินลงบันได แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็รีบเปิดทางให้โดยไว เพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดว่าเขาใส่ใจอีก