บทที่ 2 แก้แค้นอย่างเท่าเทียม

1168 Words
“เรื่องเป็นไงมาไง” เสียงทุ้มต่ำติดเย็นชาของใครบางคนเอ่ยขึ้นมา ทำให้ดาน่าที่แอบฟังจากเบื้องหลังประตูต้องเอาหน้าแนบ เพราะว่าเสียงภายในห้องเบาเหลือเกิน แม้ว่าประตูจะแง้มไว้ก็ตาม “จะเป็นไงได้นอกจากว่าคิลล์มันตั้งใจจะแข่งกับไอ้ราม แต่ฝั่งนั้นมือหักเลยมายกเลิก พวกมึงก็รู้ว่าคราวก่อนที่ไล่ล่ามันพวกกูเกือบแหกโค้ง ไอ้คิลล์มันเลยจะมาเอาคืนวันนี้” เสียงของคนหน้าดุเอ่ยอธิบายและแฝงไปด้วยอาการหัวร้อนนิด ๆ คิลล์ อย่างนั้นเหรอ? ชีวิตนี้เธอเคยได้ยินชื่อนี้แค่คนเดียวเท่านั้น มือบางชื้นเหงื่อเพราะวิตกกังวล ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา เธอภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่คนเดียวกับที่เคยเจอ เพราะไม่อยากจะเจอกันอีกแล้ว แต่ก่อนจะได้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ นำศึกก่อนเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “แล้วมันจับตัวเดวาไปทำไม น้องไม่เกี่ยวอะไรด้วย” นำศึกเอ่ยขึ้นมา นั่นทำให้ดาน่าแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้ “แต่เด็กนั่นเป็นผู้หญิงของไอ้รามไม่ใช่เหรอ กูเคยเห็น” “ใช่หรือไม่ใช่ มันก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” “ไคลล์มึงรู้จักน้องมึงดี” ระหว่างที่ทั้งสองตอบโต้กันอยู่นั้นก็มีเสียงของอีกคนแทรกขึ้นมานิ่ง ๆ และดูมีเหตุมีผลเอามาก ๆ “ศึกมึงส่งสารให้ไอ้คิลล์แล้วนี่ แค่นิ้วหักไม่ตายหรอก” ดาน่าจำเสียงได้นี่คือคนหน้าดุแน่นอน และยังเอ่ยปากเข้าข้างคิลล์ตลอด ทั้งที่รามิลผู้ชายของพี่สาวนิ้วหักแต่ยังรั้นจะแข่งเนี่ยนะ นี่มันเอาเปรียบกันชัด ๆ เธอรับไม่ได้ ตอนที่รู้ว่าพี่สาวอย่างเดวาหายตัวไป เธอทั้งตกใจและกระวนกระวายจนแทบร้องไห้ ความรู้สึกมากมายประเดประดังจู่โจมเข้าพร้อมกัน ถ้าไม่ใช่เห็นพี่นำทัพเธอคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงและยังต้องรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้พี่สาวเจอเรื่องร้าย ๆ ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ “เซริม” ดาน่าที่กำลังทำสีหน้าโกรธเคือง คิลล์ ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงของพี่นำศึก เอ่ยชื่ออีกคนในห้องด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกำลังกดดัน “อย่างที่ไอ้ไคลล์ว่า มึงส่งสารเองไม่ว่ายังไงการแข่งนัดนี้ก็ต้องเกิดขึ้น ไอ้รามรับปากแล้วไม่ว่าอะไรจะหักก็เรื่องของมัน ส่วนของเดินพันกูรับประกันว่าคิลล์ไม่ทำอะไรน้องมึงแน่นอน” หา! นี่หมายความว่ายังไงของเดิมพันคือพี่สาวของเธออย่างนั้นเหรอ เดวาไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะเอามาเป็นเครื่องต่อรองได้นะ “สรุปมึงจะให้ท้ายมันอีกคน?” นำศึกกดเสียงต่ำ “ตอนมึงไปเอาตัวน้องมึงมา ก็ต้องต่อรองกับไอ้คิลล์มาแล้ว มันยอมอ่อนข้อเพราะเห็นว่ามึงเป็นญาติดังนั้นมึงควรจะยอมมันบ้างนะศึก” เซริมเอ่ยเสียงเย็น เหมือนจะมีเหตุผลแต่ก็ดูเข้าข้างผู้ชายที่ชื่อ คิลล์อยู่ดี “ไอ้คิลล์มันก็ไม่ไว้หน้าใครตลอด” น้ำเสียงนิ่ง ๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นคือเสียงของจีซัสคนที่อยู่ในห้องกับเซริมตั้งแต่แรก “คนที่ควรยอมมันคือไอ้คิลล์ต่างหาก ดันทุรังเพื่อ” “เพื่อเอาชนะไง” “น้องมึงนี่นะ” นำศึกเอ่ยอย่างประชดประชัน “ก็ช่วงนี้มันอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่รู้เป็นอะไร” “มันเคยอารมณ์ดีด้วยเหรอ” “ช่วงนี้หมายถึงเดือนสองเดือนนี้ไง อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ” “เลยไปลงกับน้องกู?” นำศึกโพลงขึ้นมาเมื่อเห็นจีซัสและไคลล์ปะทะฝีปากกัน หลัก ๆ ทุกคนไม่ชอบที่ไคลล์เข้าข้างคิลล์ “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าอีกสามสิบนาทีที่จะถึง พวกมันจะต้องแข่งรถกันแล้วใช่ไหม เพราะว่าเป็นคู่สุดท้ายของวันนี้” “ใช่” ใบหน้าของดาน่าเคร่งเครียดขึ้นมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นอย่างอดกลั้น เรื่องนี้ต้นเหตุคือผู้ชายคนนั้น เขามีสิทธิ์อะไรมาเอาพี่สาวเธอเป็นของเดิมพัน ยิ่งคิดดาน่ายิ่งรู้สึกโมโหจนแทบคลั่ง ดวงตากลมโตแข็งกร้าวอย่างไม่ยินยอม เขาเอาแต่ใจมากจนไม่เห็นหัวใคร สร้างเรื่องวุ่นวายมากมายเพียงเพราะตัวเอง เดี๋ยวนายเจอ! มือบางจิกเล็บจนเลือดซิบก่อนจะค่อย ๆ คลานออกจากบริเวณนี้ เพราะเธอจะต้องระงับเรื่องราวไม่ให้มันบานปลาย “เธอ ไปทำอะไรตรงนั้น” ระหว่างที่กำลังลุกขึ้นยืน ก็มีฝีเท้าคู่หนึ่งหยุดยืนอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ดวงตาของเขาฉายแววแปลกใจที่เห็นท่าทางประหลาดของดาน่า และเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีคนมาเห็นท่าทางน่าอับอายด้วย “เอ่อ…พอดีทำต่างหูตกน่ะ เลยพยายามหา” “ต้องลงไปคลานกับพื้นเลยเหรอ?” ผู้ชายผมสีน้ำตาลหน้าตาดูสะอาดสะอ้านเหมือนอาบน้ำวันละสิบชั่วโมงเลิกคิ้ว “ใช่สิ ไม่งั้นจะหาเจอได้ยังไง” เธอยังคงเฉไฉไปเรื่อย “แน่ใจนะว่าจะเจอ” “ไม่เจอหรอก เลยจะลงไปหาข้างล่างขอบใจมากนะที่เป็นห่วง” ผู้ชายผมสีน้ำตาลยังคงสงสัยไม่เลิก แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘เป็นห่วง’ ออกจากปากหญิงสาวแสนประหลาด เขายิ่งทำหน้าเหยเกกว่าเดิม หน้าเขาเหมือนคนห่วงใยคนอื่นหรือไง “ฉันไม่ได้ห่วงสักหน่อย ก็เธอทำท่าประหลาด” “เอาน่าใส่ใจก็บอก” ดาน่าฉีกยิ้มตีเนียน เพราะเธอพึ่งออกมาจากห้องที่พวกพี่นำศึกคุยกัน กลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นเพื่อนพวกเขาน่ะสิเลยต้องรีบกลบเกลื่อนความสงสัย “เธอมีพิรุธนะ แล้วมาจากทางนั้นด้วย” เขาหรี่ตาลง “พิรุธอะไร นี่นายกำลังใส่ใจฉันแท้ ๆ ยังจะมาเปลี่ยนเรื่อง” “เธอสิวะเปลี่ยนเรื่อง” “ก็จริงนี่ คนปกติที่ไหนเขาจะถามแบบนี้เล่า มีแต่คนอยากใส่ใจทั้งนั้นแหละที่พยายามถามอะไรแบบนี้” “เธอหลงตัวเองชะมัด” เขาสบถพึมพำและทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ส่วนนายก็หลงฉันอีกที ขอบคุณสำหรับคำถามที่ใส่ใจนะ” “ยัยบ้ามันจะมากไปแล้ว ไม่ได้หลงเธอเว้ย!” ดาน่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นผู้ชายที่พยายามจับผิดเธอทำหน้าเหมือนปลาตาย เธอจึงใช่จังหวะนี้เบี่ยงตัวไปทางซ้ายของเขาเพื่อเดินลงบันได แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็รีบเปิดทางให้โดยไว เพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดว่าเขาใส่ใจอีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD