ร่างบางรีบวิ่งลงมาชั้นล่างอย่างรวดเร็ว และยังต้องหลบหลีกสายตาของผู้คนอีก จุดมุ่งหมายของเธอคือบริเวณอาคารของฝั่งนักแข่งต่างหากละ ดาน่าเคยมาที่นี่สองสามครั้งแล้วดังนั้นการไปที่นั่นไม่ยากเลยแม้แต่น้อย
ผู้คนทั่วทั้งบริเวณนั้นต่างก็คึกคักและสนุกสนาน เดินไปทางไหนก็ได้ยินเสียงอึกทึก ดาน่าพยายามเดินเลี่ยงผู้คนนอกสนาม และเดินเลียบไปตามอาคารจึงกระทั่งถึงบริเวณจุดพักรถ
“สวัสดีค่ะ”
โชคดีจริง ๆ ที่ภายในอาคารค่อนข้างสงบกว่าภายนอก มีช่างซ่อมรถแค่สองคนเท่านั้นที่ยังอยู่บริเวณนี้
“ว่าไงครับคนสวย”
“พอดีหนูกำลังตามหานักขับที่เก่ง ๆ ในสนามอยู่ค่ะ พี่ ๆ พอจะบอกได้ไหมคะ ว่าจะหาพวกเขาได้จากที่ไหนคือหนูปลื้มหลายคนมาก ๆ อยากถ่ายรูปด้วยค่ะ” เธอทำหน้าแอ๊บแบ๊วสุดพลังเพื่อให้พวกเขาลดความระแวงลง
“อืม น้องมาช้าไปแล้วตอนนี้นักแข่งน่าจะทยอยออกไปกันหมด”
“น่าเสียดายจังเลยนะคะ หนูมาครั้งแรกนึกว่ารอจบการแข่งก่อนถึงค่อยมาได้ ไม่คิดว่าพวกนักแข่งจะกลับไปกันแล้ว” เธอขยับตัวไปมาก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำแลดูน่าสงสาร
“น้องอย่าเศร้าไป นี่ไม่รู้เหรอวันนี้ยังเหลือนัดสำคัญอีกหนึ่ง”
“ใช่ ๆ นี่เป็นคู่สำคัญเลยนะเครื่องยนต์ระดับ v10 สนุกแน่”
“จริงเหรอคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตะลึง
“ถูก และถ้าน้องอยากเจอนะรออีกสักพักนักแข่งจะมาวอร์มเครื่องก่อนลงสนาม รับรองว่าได้เจอแน่คนนี้ฮอตสุด ๆ”
“ใช่ บางทีสวย ๆ อย่างน้องอาจจะได้ทดลองวอร์มกับไอ้คิลล์” พวกช่างซ่อมรถสองคนเอ่ยเข้าขารับส่งมุกกันสนุกสนาน ทั้งยังเอ่ยเรื่องสองแง่สองง่ามออกมาเพราะเข้าใจว่าเธอมาอ่อยนักแข่ง
“แค่ได้เจอก็ดีใจแล้วค่ะ” ดาน่าลอบเบะปากก่อนจะส่งยิ้มอีกครั้ง ใครมันจะอยากไปวอร์มเครื่องกับหมอนั่นกันเล่า
“แหมน้อง ไม่ต้องอายผู้หญิงมาหานักแข่งก็รู้ ๆ กันอยู่ เอาอย่างนี้น้องรอที่นี่ พวกพี่จะเปิดทางให้เองเห็นว่าน้องดูนิสัยดีไม่เหวี่ยงวีนเหมือนหลาย ๆ คนที่ผ่านมานะ”
เธอส่งยิ้มหวานพลางเอ่ยปากขอบคุณอย่างมีมารยาท แม้จะแต่งตัวแรงไปนิด แต่เธอก็แสดงเป็นสาวน้อยแสนเรียบร้อยเหมือนหนีที่บ้านมาเที่ยวได้อย่างแนบเนียน ถ้าทุกคนออกไปหมดแล้วคงจะเหลือแค่คนเดียวสินะ ดาน่ายกยิ้มในใจก่อนจะเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร
รถซูเปอร์คาร์สุดหรูสีดำช่างน่าเกรงขามและดุดันเสียเหลือเกิน เธอเดินเข้าไปใกล้รถคันนั้นที่จอดนิ่งสนิท เพราะต้องรอตรวจเช็กก่อนลงแข่ง ดาน่าเพ่งมองด้วยแววตาซับซ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มน่าสัมผัสยกขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน
แกรก!
“อา…อาวุธพร้อมเลยนี่นา”
เธอพึมพำออกมาเบา ๆ เมื่อเหลือบเห็นไม้เบสบอลวางอยู่ข้างกำแพง ไม่รู้ว่าเป็นของใคร แต่เธอก็ไปคว้ามันมาไว้ในมือและลองแกว่งเล่นไปมาอย่างเจ้าเล่ห์
“เอาละ มาเริ่มสั่งสอนคนอวดดีอย่างนายกัน อยากใช้พี่สาวของฉันเป็นของเดิมพันอย่างนั้นเหรอ…ก็ลองดูว่าจะทำได้ไหม”
ผัวะ!
ตุบ!
เพล้ง!
ดาน่าใช้มือข้างที่ถือไม้เบสบอลขว้างมันออกไปสุดแรงกระทบเข้ากับรถซูเปอร์คาร์สุดหรู เสมือนว่ามันคือตัวแทนของผู้ชายคนนั้น ก่อนจะจ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อและใช้ไม้ทุบมันอยู่หลายครั้งจนมีสภาพยับเยิน
“ว้าว ดูสวยเหมาะกับคนแบบนายจริง ๆ แต่มันยังไม่พอหรอก”
ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มอย่างเยาะเย้ย ดาน่าทิ้งไม้เบสบอลลงกับพื้น ก่อนจะเดินวนอยู่แถวนั้นเพื่อหาของที่จะทำให้รถสุดหรูของคิลล์มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“โอ๊ะ ใส่สีอะไรดีนะ” ภายในนั้นยังมีห้องแยกไว้สำหรับนักแข่งเพื่อพักผ่อน เธอจึงเดินตรงไปยังตู้เย็นและขนของกินทุกอย่างออกมา แน่นอนว่าสีสันที่จะแต่งแต้มรถคันนี้ก็มาจากของพวกนี้นี่เอง
“อยากรู้จริง ๆ ว่าถ้านายเห็นแบบนี้แล้วจะทำสีหน้ายังไง ลองโดนสร้างปัญหาให้บ้างนะแล้วจะรู้สึก” เธอเหยียดยิ้มและเดินละเลงของกินใส่รถของเขาที่บุบสลายไม่มีชิ้นดีอย่างสาสมใจ ก่อนจะเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดและชูนิ้วกลางใส่เพราะคิดว่ายังไงเจ้าของรถต้องได้เห็น
เธอไม่สนว่าจะโดนอะไรและไม่กลัวด้วย ในเมื่อเขาเลือกหนทางเลวร้ายเพื่อจัดการคนอื่น แล้วเธอจะมอบหนทางดี ๆ ให้เขาไปทำไมกันละ
แก้แค้นก่อนมันสนุกจะตาย ว่าไหม?
ในสนามแข่งรถแห่งนี้นอกจากวัดกันด้วยความเร็วแล้ว ยังต้องมีเครื่องยนต์ที่เสมอกันด้วยถึงจะสามารถแข่งได้ และเครื่องยนต์ v10 ถือว่ามีขนาดใหญ่และแรงมากที่สุด
สำหรับที่นี่มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดนี้นั้นคือเซริม เจ้าของสนามแข่ง TC ที่ได้รับสืบทอดจากผู้เป็นพ่อ คีตะ หนุ่มน้อยแห่งวิทยาลัยเทคนิคคาทิค รามิลหรือราม เจ้าของใบหน้าหล่อร้ายแห่งมหา’ลัยคิงเวลล์ และสุดท้ายผู้ชายที่ไม่มีใครอยากมีปัญหาด้วยที่สุด ไม่ใช่เก่งกาจเกินคนแต่เพราะคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ไม่เคยไว้หน้าใคร มุทะลุและบ้าบิ่น คิลล์ แห่งมหา’ลัยแอล น้องชายฝาแฝดของไคลล์
การแข่งขันนัดสุดท้ายระหว่างคิลล์ และรามิลกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่สภาพรถซูเปอร์คาร์สีแดงเพลิงกลับเละเทะเสียยิ่งกว่าผ่านงานเทศกาลทั้งทุบ ทั้งขูด และยังมีกลิ่นอาหารบางส่วนตลบอบอวลไปทั่วทั้งคัน
ทุกคนที่เห็นต่างก็หน้าซีดเผือด ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเหลือบสายตามองเจ้าของรถที่กำลังเดินมาทางนี้ หลังจากไปสูบบุหรี่ข้างนอกมา
กึก
เสียงฝีเท้าของคิลล์หยุดชะงักลงเมื่อเห็นสภาพลูกรักกับตาของตัวเอง เขาออกไปข้างนอกก่อนจะกลับเข้ามาวอร์มเครื่องยนต์ก่อนลงแข่ง แต่ไม่คิดว่ารถลูกรัก จะมีสภาพยับยิ่งกว่าเศษเหล็กในร้านขายของเก่า
“ใครทำ”