บทที่ 4 ความเสียหาย

1175 Words
คิลล์เอ่ยลอดไรฟันอย่างเดือดดาล นัยน์ตาคมกริบตวัดมองช่างซ่อมรถทั้งสองคนอย่างดุดัน และเค้นหาเอาคำตอบ “พะพวกผม…” “ถ้าไม่พูดพวกมึงก็รับผิดชอบก็แล้วกัน” ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงอย่างน่ากลัว นัยน์ตาคมฉายแววโกรธเกรี้ยวเท่าทวีคูณเมื่อเห็นท่าทางเลิ่กลั่ก และส่งสายตาให้แก่กันของช่างซ่อมรถ “ไม่ใช่นะครับ ๆ” “พวกเราไม่ได้ทำ” “แล้วหมาตัวไหนมันทำ!” คิลล์ตวาดเสียงกราวพลางจ้องหน้าคนทั้งสองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทุกคนรู้ว่าเขารักความเร็วและเหนือสิ่งอื่นใดรถคือชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะคันนี้ที่กว่าจะได้มาไม่ใช่ง่าย เพราะต้องแลกกับการที่เขาไปฝึกงานช่วงซัมเมอร์เมื่อกี้ที่ฮ่องกง แน่นอนว่าถึงไม่อยากแต่ก็ต้องไปเพื่อรถคันนี้ แต่สภาพของมันในตอนนี้ทำเขาอยากจะทุบทำลายทุกอย่างให้ราบ…ใครมันกล้า “เฮ้ย! มีอะไรกันวะเสียงดังมาจนถึงข้างนอก” ไคลล์เดินเข้ามาในอาคารสำหรับนักแข่ง ตามมาด้วยเพื่อนคนอื่น ๆ “รถมึง” ระหว่างนั้นเพลิงกัลป์ที่พึ่งมาถึงสนามแข่ง ก็ชี้ไปยังรถซูเปอร์คาร์สีแดงเพลิงของคิลล์ ก่อนจะหันไปมองเจ้าของรถอย่างแปลกใจ จนเจ้าตัวที่ยังไม่ได้คำตอบเรื่องรถถึงกับโกรธเกรี้ยดขึ้นมาอีกครั้ง และตวาดเสียงดังไม่ไว้หน้าใคร “พวกมึงจะอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ กันอีกนานไหม กูถามว่าฝีมือใคร!” ช่างซ่อมรถทั้งสองต่างก็มองหน้ากันสลับไปมา เพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร “ไม่รู้ครับ” แต่คำตอบของช่างคนแรกกลับทำให้คิลล์ตวัดสายตามองเขม็ง ก่อนที่ช่างอีกคนจะรู้ตัวจึงรีบโพลงขึ้นมา ทั้งยังพยายามทำสีหน้าครุ่นคิด แม้จะไม่รู้ว่าใครทำแต่ยังไงก็ต้องปัดเรื่องออกจากตัวก่อน “พวกเราไม่รู้จริง ๆ ครับที่นี่มีกล้อง ใช่แล้วดูกล้องตรงนั้นก็ได้” คิลล์ที่ยืนหัวร้อนแทบไหม้เสยผมขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าของนัยน์ตาคมแสนดุดันกวาดมองช่างซ่อมรถสองคน และเลื่อนสายตาขึ้นไปมองกล้องวงจรปิดที่ดับสนิท ราวกับว่ามันไม่ได้กำลังทำงานอยู่ เขาใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิด “อืม เป็นความคิดที่ดี” นำศึกยักไหล่ “คิลล์กูว่าไปดูกล้องก่อนก็ดี” ไคลล์เดินมาหาน้องชาย แต่นอกจากเจ้าตัวจะไม่สนใจจะฟังอะไรแล้ว ยังสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง เส้นเลือดตรงขมับปูนโปน ก่อนจะเดินไปกวาดอุปกรณ์ซ่อมรถบนโต๊ะลงพื้นระเนระนาดเพื่อระบายอารมณ์ “ดูก็เหี้ยแล้ว! มึงเห็นไหมว่ากล้องมันไม่ทำงาน คนทำมันต้องจัดการถอดออกแล้วแน่นอน” ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าท้าทายเขาแบบนี้มาก่อน คิลล์จ้องมองกล้องวงจรปิดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่ว่าใครที่มันกล้าลูบคมในครั้งนี้ เขาสาบานเลยว่าจะจัดการมันให้อยู่ไม่สู้ตาย อย่าให้เจอตัวก็แล้วกัน ภายในอาคารโซนเช็กสภาพรถเงียบสงัด เพราะหัวใจของแต่ละคนกำลังดำดิ่งไปกับเรื่องราวตรงหน้า เพลิงกัลป์หันไปสบตากับไคลล์เมื่อรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล และคิดว่าคิลล์ต้องตามล่าหาตัวคนทำอย่างไม่ลดละแน่นอน นำศึกขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะยกแขนขึ้นมากอดอกอย่างครุ่นคิด เพราะรู้สึกว่ามีลางสังหรณ์บางอย่าง และเขาภาวนาเลยว่าขออย่าให้สิ่งที่คิดนั้นเป็นจริง ไม่อย่างนั้นแย่แน่ ทุกคนรู้ว่าคิลล์นั้นเอาแต่ใจมากแค่ไหน พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน และเป็นญาติพี่น้องกัน คิลล์มีความชอบไม่กี่อย่างนอกจากการเอาแต่ใจ ก็คือความเร็ว มันขับโกคาร์ทมาตั้งแต่เด็กพอโตหน่อยก็กระโดดขึ้นรถสปอร์ตของอาต้าร์ ไม่ได้หัดขับนะ มันทำลายต่างหากเพราะอาต้าร์ไม่หัดรถให้ นั่นแหละดูจากสีหน้าและแววตาของคิลล์ นำศึกบอกได้เลยว่าคนที่ทำแบบนี้ เหมือนเติมการ์ดไปเยือนนรกแล้วครึ่งหนึ่ง คิลล์ไม่สนใจใครและยิ่งไม่มีการไว้หน้า มันใจร้อนและพร้อมอาละวาดได้ตลอด นี่แหละคือเหตุผลที่คนไม่อยากจะยุ่งกับมัน เพราะลำพังมันก็ชอบหาเรื่องไม่หยุดอยู่แล้ว…เด็กเปรตดี ๆ นี่เอง “แล้วนั่นจะไปไหน” ไคลล์เอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นน้องชายสะบัดหน้าเดินออกจากอาคาร “กลับสิวะจะอยู่ทำซากอะไร ไอ้เหี้ยที่ทำคงหนีไปไกลแล้ว” คิลล์สบถอย่างหงุดหงิด สืบสาวราวเรื่องในวันนี้ไปก็เสียเวลาเขาจะกลับบ้านและให้คนของป๊ามาสืบหน้าตัวตนของคนที่มันทำ “กลับยังไง?” ไคลล์เลิกคิ้วถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย “กับมึงสิถามได้ หรือมึงจะให้กูเดินเป็นพี่ประสาอะไรเอาแต่ถาม” เจ้าของใบหน้าเกรี้ยวกราดอย่างคิลล์เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ วันนี้คือวันที่เฮงซวยที่สุด รถเขาพังยิ่งกว่าเศษเหล็กแต่ไคลล์มันเอาแต่ถามอะไรก็ไม่รู้ เขาจึงเดินกลับไปลากมันออกมาด้วยกัน พี่บ้า! “แล้วที่นี่มีใครเข้ามาบ้างนอกจากมึงสองคน” เมื่อสองพี่น้องฝาแฝดออกไปแล้ว นำศึกก็หันไปถามช่างซ่อมรถที่ต้องอยู่เฝ้ารถอย่างสงสัย โดยมีเพลิงกัลป์ยืนกอดอกรอฟังไปด้วย “มีแค่พวกเราสองคนครับ” คนแรกตอบออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ไม่สิ ไม่ใช่” ก่อนที่อีกคนจะแทรกขึ้นมา นั่นทำให้นำศึกขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง มีใครมาที่นี่นอกจากพวกมึงอีกเหรอ?” “ใช่ครับ มีผู้หญิงคนหนึ่งมาที่นี่ เธอต้องการเจอนักแข่ง…” ช่างซ่อมรถจึงเอ่ยเล่าเหตุการณ์ในความทรงจำ หลังจากเปิดทางให้หญิงสาวคนนั้นแล้ว พวกเขาก็ออกมาข้างนอกสักพัก จนกระทั่งได้ยินเสียงโวยวายและเกรี้ยวกราดของคิลล์ ถึงตอนนั้นพวกเขาถึงได้รีบวิ่งเข้ามาที่นี่ สภาพรถก็เป็นอย่างที่เห็นแล้วเรียบร้อย ตอนคิลล์ถามพวกเขาก็กลัวจนไม่กล้าพูดอะไร แม้แต่จะนึกและลำดับเหตุการณ์ยังคิดไม่ออกเลย “อืม ที่เหลือกูจัดการเอง” นึกศึกให้คนพวกนั้นออกไป ก่อนจะกวาดสายตามองรถซูเปอร์คาร์ของคิลล์อีกครั้งพลากงยกมุมปากขึ้น “มึงคิดว่าใคร?” เพราะก่อนหน้านั้นเพลิงกัลป์ยังไม่ถึงสนามแข่งรถ จึงไม่รู้เรื่องที่คิลล์ไปก่อวีรกรรมเอาไว้และเรื่องราวก็บานปลายไปมากจนสุดท้าย การแข่งขันก็ต้องจบลงเพราะรถพัง “เจ้ากรรมนายเวรละมั้ง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD