แสงสปอตไลต์ของโซนตรงกลางหน้าเวที ตัดสลับไปมาชวนให้อะดรีนาลีนเดือดพล่าน ก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำและตื่นตัวกันอยู่ตลอดเวลา นักท่อนราตรีในคืนนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นนักศึกษาจากมหา’ลัยแอล และการประกวดคาวเกิร์ลของร้านก็เป็นอีกอีเวนต์ที่ทุกคนรอคอย
เงินราคาคือแรงจูงใจให้ผู้คนลงประกวด และคงไม่มีใครอยากมานั่งคำนวณว่าร้านได้กำไรมหาศาลมากแค่ไหน ถึงได้กล้าแจกเงินรางวัลมากมายขนาดนั้น
สาว ๆ ส่วนมากที่ลงแข่งคิดว่าเงินรางวัลคือผลพวงเท่านั้น เหตุผลจริง ๆ คือชื่อสร้างมากกว่า มีสาวสวยมากมายที่ชนะในการประกวดมีผู้คนติดตามในช่องทางโซเชียลเพิ่มขึ้น และบางส่วนยังถูกแมวมองทาบทามเข้าวงการบันเทิง นี่จึงถือเป็นกำไรที่แท้จริง
กฎอีกอย่างทางร้านไม่อนุญาตให้ขาเที่ยว ลูกค้าบันทึกวิดีโอขณะประกวดเด็ดขาด แม้หลายคนจะไม่ชอบใจแต่ก็เป็นการเรียกลูกค้าอีกแบบหนึ่งเพราะวันที่มีอีเวนต์จะมีผู้คนหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมาก นอกจากจะได้ค่าจองโต๊ะแล้วยังได้ขายของแบบเต็มพิกัดอีกด้วย ดาน่าและมีล่าจึงโชคดีมากที่ได้โต๊ะในวันนี้
ดาน่าเดินมายังด้านหลังเวทีอย่างมุ่งมั่นเมื่อเห็นรินเดินมาลงทะเบียน ดวงตากลมโตหางตาเฉี่ยวขึ้นกวาดสายตามองคู่แข่งสองสามคนหลังเวทีอย่างประเมิน และพบว่าทุกคนแต่งตัวเปรี้ยวเยี่ยวมาก นี่ยังไม่รวมกับเจ้าถิ่นอย่างเรเน่อีกนะ รินที่เดินผ่านหน้าไปก็หลุบตามองหน้าอกของเธอด้วย
หยามกันไปแล้ว!
ดาน่ายืนนิ่งมองบรรดาสาว ๆ ที่จะลงแข่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเสมือนคุ้นเคยกันมาก่อน จนกระทั่งพนักงานสาวเดินเข้ามาบอกกฎกติกา การประกวดคาวเกิร์ลไม่มีอะไรมาก ก็เหมือนการแข่งเต้นของพวกไอดอล ถ้าดีจะได้ยินเสียงเชียร์แต่ถ้าไม่คงจะอับอายขายหน้ามาก และจบการแข่งจะมีการนับคะแนนจากดอกกุหลาบที่ผู้คนยื่นให้ ตอนแรกเธอก็แอบแปลกใจนึกว่าจะให้ดื่มช็อตแบบนั้นคงจะร่วงก่อนรอด
และเธอพึ่งได้ยินจากหญิงสาวที่ลงประกวดคุยกันว่า คนชื่อรินเคยไปออดิชันกับโครงการจัดแข่งประกวดของ K-pop พวกผู้หญิงทุกคนแม้จะมาเป็นคู่แข่งแต่เหมือนรู้จักกันหมด ยกเว้นเธอ
“จะยอมแพ้ตอนนี้ก็ได้นะ”
รินเดินกอดอกเข้ามาหาดาน่า และยิ้มเยาะเย้ยทั้งที่ยังไม่รู้ผลการแข่งขัน แน่นอนว่ารินตั้งใจจะทำให้รุ่นน้องคนนี้อับอายขายหน้า เพราะมั่นใจว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะในค่ำคืนนี้
“เฮ้อ หนวกหูจังเอาไว้ชนะค่อยมาคุยโวดีกว่า” ดาน่าเหยียดยิ้ม
“วันนี้ฉันต้องชนะแน่นอน” รินเอ่ยเสียงไม่ดังไม่เบา แต่เป็นจังหวะที่เจ้าถิ่นตัวแม่อย่างเรเน่ลงมาหลังเวทีพอดี หล่อนเลยจ้องหน้ารินอย่างไม่ลดละ ก่อนจะปลีกตัวออกไปเพราะไม่อยากเสวนาด้วย ทุกคนในที่นี้มาเพื่อการแข่งขัน ดังนั้นเรเน่เองก็ไม่ประมาทใคร
“เอาเถอะเชิญฝันต่อไปก็แล้วกัน”
ดาน่ายกยิ้ม ก่อนจะเดินปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่ว่ายังไงเธอจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ระหว่างนั้นพนักงานสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาภายในห้องน้ำพอดี ที่รู้เพราะอีกฝ่ายสวมกำไลสำหรับพนักงานตรงข้อมือ ดาน่าฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะคิดแผนการบางอย่าง
“ขอโทษนะคะ หมวกนี่ขอยืมก่อนได้ไหม?” เธอชี้ไปยังหมวกคาวบอยสีน้ำตาลของพนักงานสาว
“เอ่อ เอาไปทำอะไรเหรอคะ?”
“พอดีเราจะขึ้นประกวดบนเวที และยังขาดอุปกรณ์ประกอบการแสดงน่ะ ถ้าไม่รังเกียจเราขอซื้อต่อได้ไหม” ผู้หญิงตรงหน้าดูซื่อ ๆ และไม่มีพิษมีภัยตอนดาน่าสะกิดยังดูตกใจมาก ๆ เมื่อตั้งสติได้จึงฉีกยิ้ม ก่อนจะถอดหมวกออกมาให้เธอ
“ได้สิ ไม่ต้องซื้อหรอก”
“ได้ไงเอาของคนอื่นมาต้องจ่ายเงิน”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ” พนักงานสาวเสิร์ฟตรงหน้าเธอปฏิเสธ ก่อนจะยื่นหมวกให้ ดาน่าเองก็ไม่อยากขัดจึงรับไว้ก่อนจะสังเกตว่าคนตรงหน้าเดินห่อตัว และยังคลุมเสื้อเชิ้ตอีกชั้นอีก
“แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยไหม เธอดูไม่ค่อยโอเคนะ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่ไม่ค่อยมั่นใจกับชุดเท่านั้น ฉันชื่ออาโป”
“ฉันดาน่า ไหนเธอลองเปิดเสื้อสักหน่อยได้ไหม?”
ผู้หญิงตรงหน้าทำผมลอนมาม่าหน้าตาสะสวย ตามมาตรฐานของscarface bar รูปร่างค่อนข้างคล้ายกับเธอ
“ได้สิ”
เธอเปิดเสื้อคลุมอย่างเชื่องช้า สีหน้าดูไม่ค่อยสบายเมื่อเสื้อคลุมหลุดออก จึงเผยให้เห็นชุดด้านในที่เป็นบิกินีลายเสือดาวตัวจิ๋ว สวมทับด้วยเสื้อสายเดียวบาง ๆ สีดำที่ปิดอะไรแทบไม่มิดแต่กลับเสริมให้บิกินีตัวในโดนเด่นมากยิ่งขึ้น
ดวงตากลมโตของดาน่าสว่างวาบ เสมือนมีคนจุดไฟในความมืด เธอผวาคว้าตัวอาโปไว้อย่างตื่นเต้นระคนยินดี
“จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะขอแลกเสื้อกับเธอน่ะ”
“หา!”
พนักงานสาวอย่างอาโปเบิกตากว้าง และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมดาน่าถึงอยากจะแลก แต่สุดท้ายอาโปก็ยินยอมตกลง เพราะไม่อยากใส่เสื้อที่โป๊แบบนี้เหมือนกัน
“เอาละครับทุกคน ถึงเวลาที่เราจะเริ่มการแข่งขันแล้ว เชิญน้อง มิ้นคนแรกเลยครับ ผมและท่านผู้ชมจะตั้งตารอการแสดงนะครับน้องมิ้น สู้ ๆ” ดีเจหนุ่มสุดฮอตขยิบตาให้ผู้ประกวดคนแรกอย่างเจ้าชู้ ทำเอาสาว ๆ หน้าเวทีกรีดร้องกันระงม เพราะโดนออร่าความหล่อของ เดวิด พุ่งกระจายใส่
หลังจากคนแรกขึ้นทำการแสดงแล้วต่อมาก็เป็นคนที่สอง ซึ่งวันนี้มีผู้ท้าชิงตำแหน่งถึงสี่คน รวมเรเน่ด้วยก็ห้าคนพอดิบพอดี และแน่นอนว่า สาว ๆ แต่ละคนพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม
“เฮ้ยไอ้เฮียแฝดทางนี้ โอ๊ย!” ชายหนุ่มหน้าตานุ่มนิ่มหล่อสดใส โบกไม้โบกมือเรียกรุ่นพี่ให้มานั่งโต๊ะที่จองไว้ จนกระทั่งชายหนุ่มสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะเดินมาถึง มือหนาของหนึ่งในฝาแฝดก็โบกลงบนศีรษะของรุ่นน้องทันที
“กูบอกให้เรียกชื่อ เรียกแฝดไรหน้ากูไม่เหมือนมัน” ไคลล์ที่เดินตามหลังน้องชายฝาแฝดเข้ามาถึงกับกลอกตา ไม่เหมือนก็เหี้ยล่ะ
“ผมขอโทษครับเฮียคิลล์ต่อไปจะเรียกเฮียแฝดไคลล์คิลล์”
“มึงลองเรียกดู” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาแต่ติดหงุดหงิด นัยน์ตาคมกริบวาววับจับจ้องมองรุ่นน้องอย่างเฉยชา
“เฮียแฝดไคลล์คะโอ๊ย!” เอ่ยไม่ทันจบมือหนาของคิลล์ก็โบกเข้าให้
“ฮือ ผมขอโทษทำไมต้องโหด” เจ้าของใบหน้าหล่อใสเบะปาก ทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ แต่น้ำหนักมือของรุ่นพี่มันของจริง