เธอคิดในใจเมื่อถูกรุ่นพี่ของมีล่าจ้องมอง และไม่ใช่มองธรรมดาด้วยนะ แต่กวาดสายตาขึ้นลงเหมือนเธอเป็นสินค้า และก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากอย่างไม่ชอบใจอีกฝ่ายก็โพลงขึ้นมา
“คนนี้เพื่อนแกเหรอ ทำไมสวยจัง”
“ใช่ สวยไหมนี่ดาวโรงเรียนเลยนะ”
มีล่าภูมิใจนำเสนอมาก และดึงดาน่าเข้ามาใกล้ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างพลางเอ่ยแนะนำเพื่อนสนิทให้รู้จักกับรุ่นพี่ตัวเอง
“สวยจริง นี่มานั่งคุยกันดีกว่าชาวบ้านมองแรงแล้ว”
รุ่นพี่สาวเรียกทั้งคู่ให้นั่งลงที่โต๊ะ และนั่นทำให้ดาน่าแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีคนเยอะมากขนาดนี้ นอกจากชะเอมรุ่นพี่ของมีล่าแล้วยังมีผู้หญิงอีกสามสี่คน ซึ่งแต่ละคนยังมองมาที่เธออย่างไม่ชอบใจอีก
“เอม มีคนอื่นมาด้วยทำไมไม่บอก”
ผู้หญิงที่ย้อมผมสีน้ำตาลสว่างเหลือบตามองเธอ ก่อนจะหันไปพูดกับพี่ชะเอมเหมือนจะกล่าวโทษ นั่นทำให้รุ่นพี่สาวของเพื่อนหันขวับทันที จากตอนแรกกำลังจะแนะนำตัวให้รู้จักกัน
“อ้าว ฉันยังไม่บอกเหรอว่าจะมีรุ่นน้องมาด้วย”
“เธอบอก แต่พวกเราไม่รู้ว่าจะมีอีกคน”
น้ำเสียงติดเหวี่ยงของผู้หญิงผมประบ่าตัดลอนถึงกับทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดมากยิ่งขึ้น เธอไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าคนที่พวกนั้นพูดถึงคือตัวเอง
“เอาน่าริน แค่เพิ่มมาคนเดียวเองน้อง ๆ น่ารักจะตาย” ชะเอมพยายามทำลายบรรยากาศที่อึดอัดลง แต่เหมือนจะไม่ได้รับความร่วมมือ เมื่อผู้หญิงผมประบ่าที่ชื่อรินทำสีหน้าไม่พอใจ
“น่ารักตรงไหน เด็กน่ารำคาญจะตาย”
เธอเนี่ยนะเด็ก ดาน่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจพลางมองหน้าคนชื่อรินด้วยสายตาเรียบเฉย ส่วนมีล่าก็กลัวจะมีปัญหาจึงเอื้อมมือมาบีบมือของดาน่าไว้แน่น
“เอาน่าพวกเธออย่าทำตัวมีปัญหา ยังไงนี่ก็น้อง ๆ ของฉัน” ชะเอมเองก็ลำบากใจ เพราะรู้จักกับเพื่อนได้แค่ปีเดียวแต่กับมีล่ารู้จักมาตั้งสามปี อีกอย่างตอนแรกที่ชวนก็ไม่นึกว่าจะมีปัญหา
“น้องเธอไม่ใช่น้องฉันไงเอม พวกเราจำเป็นต้องนั่งเบียดกันขนาดนี้เลยเหรอ อีกอย่างเธอก็รู้ว่าพวกเราไม่เคยนั่งร่วมโต๊ะกับคนอื่น” ดาน่าได้ยินผู้หญิงผมสีน้ำตาลคนแรกเอ่ยออกมาอย่างนั้นก็เอียงศีรษะ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายไว้แน่นพลางจ้องหน้ารุ่นพี่ที่พูด
“ไม่ต้องพูดมากหรอก…มีล่าแกจะอยู่หรือไป”
“หา!” ดาน่าไม่พูดพร่ำทำเพลงเหมือนพวกรุ่นพี่ตรงหน้า เธอเอ่ยเสียงห้วนไม่มีความเคารพต่อรุ่นพี่พลางหันมาถามเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง ว่าต้องการจะออกจากตรงนี้ด้วยกันไหม
“ไป ๆ” แน่นอนว่ามีล่าต้องเลือกเพื่อนอยู่แล้ว
“เฮ้ยน้อง ใจเย็น ๆ กันก่อนนะ” ชะเอมร้องขึ้นอย่างตกใจ
“ไม่มีอะไรต้องใจเย็น เพื่อนของพี่พูดขนาดนี้แล้วจะฝืนไปทำไม อีกอย่างนี่ก็ไม่ชอบร่วมโต๊ะกับคนหน้าแปลกเหมือนกัน ไปเถอะ” การที่จะให้เธอเคารพได้มันยากมาก ดังนั้นจึงเอ่ยเสียงห้วนไม่ไหวหน้าใครแม้แต่รุ่นพี่ของมีล่า ดาน่ากวาดสายตามองคนทั้งโต๊ะและย้ำคำว่า ‘หน้าแปลก’ อย่างเยาะเย้ยก่อนจะลากมีล่าออกมา
“ยัยเด็กบ้า” เสียงของใครบางคนดังไล่หลังมา แต่เธอไม่สนใจเพราะรู้สึกว่านิสัยใจแคบของคนพวกนั้นไม่น่ารังเกียจ และถ้าอยากเอาคืนมันง่ายนิดเดียว
“มีโต๊ะว่างบ้างไหมคะ?” ดาน่าตรงไปถามพนักงานอย่างรวดเร็ว แต่อีกฝ่ายที่กำลังยืนจัดขวดเหล้าตรงเคาน์เตอร์กลับอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ
“เอ่อคือ”
“วันนี้วันศุกร์ปล่อยก่อนสักโต๊ะก็ได้นะคะยินดีจ่ายสองเท่า แต่ถ้าทำให้ลำบากใจ”
“ไม่เลยครับ ๆ เดี๋ยวผมหาโต๊ะว่างให้รอสักครู่” เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วดาน่าจึงหันมายักคิ้วให้มีล่า แม้จะอารมณ์ไม่ดีแต่เธอก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศ ไหน ๆ ก็ออกมาแล้วก็อยู่เลยจะเป็นอะไร บางครั้งการเราก็ไม่จำเป็นต้องเอาความหงุดหงิดของใครมาทำให้ชีวิตเรามัวหมองไปด้วย
“แกมันเลิศมากเพื่อนรัก เมื่อกี้ตอนตามออกมาหัวใจจะวาย ดูหน้าแต่ละคนเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ”
“สมควรแล้ว นิสัยไม่ดีโคตรใจแคบ กับพี่รหัสแกนะถ้ายังคบพวกนั้นต่อก็อย่าไปสนิทมาก คนที่อยู่ด้วยกันได้ต้องศีลเสมอกัน”
“อือ ไม่เอาแล้วเหมือนโดนหลอกมาให้คนอื่นด่าอะ”
“พวกขี้อิจฉา” ดาน่าแค่นเสียง ก่อนจะรับแก้วเครื่องดื่มมาจากพนักสาว พลางกวาดสายตามองบรรยากาศที่เริ่มคึกคักอีกครั้ง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเอง ก็เป็นเป้าสายตาของเหล่านักล่าในคืนนี้เช่นกัน
“ค่ำคืนวันศุกร์ใครนอนเหงาคงไม่ใช่ชาวเรามอ….แอล” ช่วงเวลาอันสนุกสนานกลับมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาห้าทุ่ม ดีเจหนุ่มฮอตของร้านก้าวออกมาเอนเตอร์เทนนักท่องราตรีอย่างคึกคัก เสียงตอบรับจากผู้คนนั้นดังกระหึ่ม นั่นทำให้สองสาวที่เริ่มกรึ่มได้ที่เลิกคิ้ว
“เขามีอะไรกันวะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
ดาน่ายังคงมองไปที่เวลาอย่างสนใจ จนกระทั่งหางตาเหลือบไปเห็นโต๊ะของรุ่นพี่มีล่าอย่างชะเอม คนพวกนั้นเองก็กำลังจ้องมองมาที่เธอเช่นกันโดยเฉพาะคนชื่อริน
“พวกนั้นมองแก”
“อือ มีปัญญาทำได้แค่นั้นแหละ”
เธอเบาะปากก่อนจะยกแก้วขึ้นมาจรดริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงพีช น้ำสีอำพันฤทธิ์ร้อนแรงกำลังเคลื่อนผ่านลำคอทั้งที่ใบหน้ายังคงแสดงออกอย่างเรียบเฉย ที่จริงไม่ใช่ว่าเธอไม่เมานะแต่เป็นพวกเมาแล้วนิ่งมากกว่า
“น่า พี่ชะเอมกำลังเดินมาทางนี้อะ”
“เอ๋?”
ได้ยินเพื่อนทำหน้าเลิ่กลั่กและพยักพเยิดไปด้านหลังเธอจึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันจะหันไปมองรุ่นพี่ของมีล่าก็เดินมาถึงโต๊ะของเราพอดิบพอดี
“พี่ชะเอมมีอะไรเหรอ” แน่นอนว่าคนถามต้องเป็นมีล่าอยู่แล้ว เพราะเธอไม่อยากจะเสวนาด้วย
“พี่อยากขอโทษพวกเราน่ะ สำหรับเรื่องวันนี้” ดาน่าได้ยินอย่างนั้นก็กลอกตาทันที มันไม่ช้าไปเหรอที่มาขอโทษเอาป่านนี้
“ไม่เป็นไรพี่ชะเอมมีล่าเข้าใจพี่”
“เฮ้อ น้องพี่ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะ” ดาน่าเอาแต่สนใจบริเวณหน้าเวที ชะเอมจึงต้องเอ่ยย้ำอีกครั้งเพื่อให้เจ้าตัวรับรู้
“ค่ะ” เพราะเห็นแก่หน้าของเพื่อนดาน่าจึงตอบเงยหน้าตอบพร้อมรอยยิ้มแบบมิตรภาพ แต่แววตากลับไม่ได้แสดงออกมาอย่างนั้น
“พี่ชะเอมจะเอาด้วยไหม?” บรรยากาศแสนพิลึกพิลั่น ชวนให้กระอักกระอ่วนมีล่ายิ้มแห้งก่อนจะชวนรุ่นพี่ดื่มด้วยกัน
“ไม่ละ ขอบใจนะถ้าพวกเธอไม่ติดใจอะไรก็โอเค” เหมือนจะพูดดีแต่ไม่ยอมย้ายก้นออกจากโต๊ะนี้ ดาน่าเหลือบตาก่อนจะเอ่ยถาม
“พี่มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“ฮ่าฮ่า น้องดูออกด้วยเหรอ” ชะเอมหัวเราะแก้เก้อสีหน้าลำบากใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะมองสบตาเพื่อนสนิทของรุ่นน้อง
“คือเพื่อนพี่มันฝากข้อความมาน่ะ”
“!!!” มีล่าตื่นตระหนกเล็กน้อย แตกต่างกับดาน่าที่ลอบเบะปาก
“รินไม่พอใจมากกับท่าทางอย่างนั้นของน้องเลยขอท้าให้น้องขึ้นไปประกวด คาวเกิร์ล ในค่ำคืนนี้ใครแพ้ก็ต้องทำตามคำสั่งของคนชนะ” เมื่อเอ่ยจบทั้งดาน่าและมีล่าก็หันมามองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง มันคืออะไร?
“น้องอาจจะไม่รู้ว่าที่นี่จะมีการประกวด คาวเกิร์ล สาวสวยดาวเด่นของร้านทุกเดือน แน่นอนว่าใครที่ชนะจะมีรางวัลพิเศษรวมถึงใบเบิกทางในการเข้าวงการเลยละ” ดาน่าตั้งท่าจะปฏิเสธอยู่แล้วเพราะแรงจูงใจไม่มากพอ เธอจะอยากเข้าวงการทำไมกัน
“ขอปฏิเสธ”
“น้องอย่าพึ่ง เพราะเพื่อนพี่ฝากข้อความมาว่า ถ้ากลัวก็กลับบ้านไปกินนมนอนได้เลย” เธอถึงกับตวัดสายตาเขม็งทันทีที่ได้ยิน เพราะคนอย่างเธอไม่ชอบโดนท้าทายมากที่สุด นี่คือสิ่งที่แม่บอกเสมอว่าเธอนั่นเหมือนพ่อ คือชอบเอาชนะและไม่เคยยอมใคร
“หึ ถ้าอย่างนั้นก็ฝากบอกพวกนั้นด้วยว่า ถ้าแพ้ก็ถอดบราเดินออกจากร้านไป”
“ว่าไงนะ!” ดาน่าเหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจ
“ถ้าแพ้ก็ถอดบราและเดินออกจากร้านไป ทั้งแก๊งนั่นแหละ”
“มะ…มันจะไม่มากเกินไปเหรอน้อง” ชะเอมเอ่ยหน้าตาตื่น
“อยากหาแรงจูงใจในการแข่ง หรือว่าเพื่อนพี่ไม่กล้า?” ดาน่าจ้องมองหน้าชะเอมอย่างท้าทาย พลางยกยิ้มอย่างไม่ยี่หระในเมื่อกล้ามาเสนอ ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เธอขอด้วยสิถึงสมน้ำสมเนื้อ
“ก็แค่ถอดบรา เสื้อข้างนอกยังใส่ได้” มีล่าได้ยินถึงกับแอบหัวเราะ
“เฮ้อ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปบอกเพื่อนให้นะ”
“ถ้ารับก็แค่เดินออกไปไม่จำเป็นต้องเดินไปเดินมาให้ลำบาก อีกอย่างนี่ก็ไม่อยากคุยเหมือนกัน” ชะเอมหน้าเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าลง ก่อนจะเดินจากไปไม่วายเหลือบตามองดาน่า
“อ๋อ ส่วนพี่ไม่ต้องห่วงนะเพราะถ้าเพื่อนพี่แพ้ละก็ ทั้งแก๊งก็โนบราออกไปด้วยกันนั่นแหละ” จะบอกว่าเธอใจร้ายก็ได้นะ แต่การขอโทษมันใช้ไม่ได้กับคนพวกนี้จริง ๆ เมื่อชะเอมจากไปแล้วมีล่าก็เอ่ยปากถามอย่างสงสัยทันที
“ไม่แรงเหรอน่า โนบราเลยนะแก”
“แรงตรงไหน” เธอเลิกคิ้วถามเพื่อน
“ก็ตรงโนบราไง”
“แกคิดดูนะดารานางแบบฝั่งฮอลลีวูดเขาคอลเอาท์การโนบราเยอะมากมันเรื่องปกติ แม้จะพูดถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่แกลองดูชุดของยัยพวกนั้นสิ ปิดห***มได้นิดเดียวเท่านั้น” ช่วยไม่ได้อยากมาหาเรื่องเธอเองนี่นา ดาน่าคิดในใจพลางยกแก้วจรดกับริมฝีปาก
“เวลาที่ทุกคนรอคอยมาแล้วครับสำหรับการประกวดคาวเกิร์ลสาวสวยประจำเดือนนี้ เงินรางวัลหนึ่งแสนบาทจะตกเป็นของใคร…หรือจะเป็นคาวเกิร์ลสาวคนปัจจุบันอย่างน้องเรเน่ ดาวการจัดการกันนะ” เมื่อเอ่ยถึงชื่อสาวสวยคาวเกิร์ลคนดัง เสียงเชียร์ภายในร้านก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
“แบบนี้คือเราต้องแข่งกับคาวเกิร์ลคนปัจจุบันด้วยเหรอ” ดาน่าขมวดคิ้ว รู้สึกว่างานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดเลย
“หรือจะไปยกเลิกดี อร้าย ไม่ได้พวกนั้นยังไม่กำหนดด้วยว่าถ้าแกเกิดแพ้ขึ้นมาจะทำอะไร”
“เพราะฉันมั่นใจว่าตัวเองจะชนะ” ใช่แล้วเพราะเกมนี่มีแค่แพ้กับชนะเท่านั้น ก่อนจะเบนสายตาหันไปมองยังเวทีที่มีร่างสุดเซ็กซี่ในความสูงร้อยเจ็ดสิบสองเดินขึ้นไปยืนโดดเด่นบนนั้น
“เชี้ยละ ขาโคตรยาว” เธอสบถออกมาเมื่อเห็นตัวแม่เจ้าถิ่น
“หุ่นเซ็กซี่มากน้ำลายหก” มีล่ายังตะลึง
เรเน่คือคาวเกิร์ลคนปัจจุบัน และยังไม่มีใครสามารถยื้อแย่งตำแหน่งไปจากเรเน่ได้ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นเอวต่ำสีดำโชว์ขอบแพนตี้แฟชั่นสีขาว ท่อนบนสวมเสื้อแขนตุ๊กตาลายสก๊อตสีแดงที่คว้านลึก อวดเนินอกอวบอิ่มที่แสนภูมิใจ ไม่ว่าใครก็ต้องน้ำลายหก
“น่า แกแน่ใจนะว่าจะชนะน่ะ ถอนตัวตอนนี้…” ดาน่าไม่ตอบก่อนจะเบนสายตาจริงจังไปยังโต๊ะของคู่อริอย่างริน เอาเถอะประกาศสงครามกันขนาดนี้ คนอย่างดาน่าก็จะสู้ขาดใจ
ภายนอกร้านมีรถซูเปอร์คาร์กำลังขับรถเข้ามาภายในลานกว้าง เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มจนแสบแก้วหูทำให้ผู้คนสงสัย แสงไฟจากหน้ารถหรูสาดส่องแยงตา จนคนที่ยืนอยู่หน้าร้านสบถกันเป็นแถว และยังสาปส่งเจ้าของรถว่าไร้มารยาท
แต่เมื่อเห็นว่าใครเปิดประตูลงมาจากรถ พวกเขาก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอไปตาม ๆ กันใครจะอยากมีปัญหากับพวกวิศวะกันเล่า โดยเฉพาะผู้ชายบ้าบิ่นไม่ยอมใครอย่าง คิลล์