ท่าทางเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของทั้งคู่ทำให้คิลล์เบะปาก ไม่มองก็เหี้ยละดูอาเซียระริกระรี้พูดพล่ามไม่หยุด เขาเลยจำเป็นจะต้องมองให้มันจบ ๆ
“เดี๋ยวอีกหน่อยเขาจะโหวตคาวเกิร์ลแล้วนะเว้ย นู่นไอ้ทีนมันหอบกุหลาบมาฝากแล้ว” อาเซียพยักพเยิดไปอีกทางที่มีรุ่นน้องในสาขาอย่างทีน เดินตรงมาทางนี้พร้อมช่อดอกไม้ในอ้อมแขน
“แล้วพวกมึงจะโหวตให้ใครวะ”
เมื่อดอกไม้มาถึงอาเซียก็ยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี เพราะว่าทีนรู้งานเหมามาเป็นตะกร้า ก่อนจะถือมือไปมาอย่างมีความสุขพลางจัดแจงถามเพื่อนสนิทอย่างคิลล์ และฝาแฝดที่เป็นเพื่อนสาขาอื่นอย่างไคลล์
“กูไม่ลง” เจ้าของใบหน้าเรียวนัยน์ตาติดแววรำคาญ และสไลด์ผมเป็นทรงรากไทรตอบปฏิเสธ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดจากที่อาเซียเดาไว้
“ผมจะลงน้องคนสุดท้าย” ทีนเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
“งั้นมึงเอาไปดอกเดียว” อาเซียยื่นดอกไม้ให้รุ่นน้อง
“อ้าว ทำไมผมได้น้อยจังเลยอุตส่าห์ไปซื้อมา นี่รู้ไหมว่าไปถึงดอกไม้โดนเหมาไปจนหมดแล้ว ไม่รู้ใครมันเล่นใหญ่ขนาดนี้”
“ก็มึงจะเลือกคนเดียวกันกับกู จะให้มึงได้หน้าได้ยังไงไอ้น้อง”
คิลล์ที่กำลังรินเหล้าถึงกับหันขวับทันที พลางจ้องดอกไม้สีแดงสดเขม็ง ดอกไม้ดอกนี้ช่างดึงดูดสายตาผู้คนจริง ๆ หึ
“ไอ้พี่อาเซียเลวมาก”
“รู้ก็ดี” อาเซียยกยิ้มก่อนจะจัดแจงช่อดอกไม้ในมือ “คิลล์แล้วมึง”
“ไม่โหวต” ไม่ต้องรอให้เพื่อนเอ่ยจบเขาก็ตัดบทเองเรียบร้อย มากี่ครั้งเขาก็ไม่เคยจะโหวตเลยสักครั้ง เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายสุดชีวิต
“ไปไหน” ไคลล์ที่ตาไวดุจเหยี่ยวเอ่ยขึ้นมาทันควัน
ถามเหมือนเป็นแฝดกู อือใช่ก็มันเป็นแฝดแต่ใครก็ได้ช่วยเอามันออกไปที จะตามติดชีวิตเขาไปถึงเมื่อไหร่กัน ตัวติดกันไม่พอยังขวางกูทุกอย่างอีก เบื่อโว้ย!
“ดูดหรี่” คิลล์ทำหน้าบูดบึ้งก่อนจะชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นพร้อมกัน
“รีบมา” ไคลล์พยักหน้าก่อนจะรินเหล้าของตัวเองต่อ
“จู้จี้!”
คิลล์สบถทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะ ที่จริงจากตรงนี้ไปหน้าร้านจะใกล้กว่าไปด้านหลัง แต่เพราะจะไปเข้าห้องน้ำด้วยคิลล์เลยเลือกจะไปสูบบุหรี่หลังร้านแทน
ที่นี่เปิดมาได้ประมาณสิบปี จะถือว่านานก็ไม่ได้ขนาดนั้นเทียบกับ Elite Pub แล้วยังถือว่าน้อยกว่ามาก ในย่านมหา’ลัยแอลร้านเหล้าหรือผับที่ครองใจบรรดานักศึกษา ก็คงต้องบอกว่าเป็นอีลิทนั่นแหละ และร้านนั้นยังมีหุ้นส่วนเจ็ดคนเป็นเจ้าของคือป๊ากับพวกเพื่อนของป๊าเขา ผ่านมากี่ปีก็ยังไม่ปันหุ้นให้ลูก ๆ อีก แต่ใช้แรงงานเยี่ยงทาส หึ
“เชี่ย! เสียดายวะน้องคนสุดท้ายที่ขึ้นเวทีโคตรดี” เสียงสนทนาดังเข้ามาจากบริเวณสวนหย่อมหลังร้าน ทำให้คิลล์ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ไปที่ไหนก็เจอแต่คนพูดถึงยัยนี่ น่าเบื่อ
“เออ ไม่น่าเลย” เสียงชายอีกคนพูดเอ่ยอย่างแสนเสียดาย ทำให้เขาที่กำลังเคาะบุหรี่จากกล่องชะงักไปอีกครั้ง
“เฮ้อ”
“สงสารวะ อยากให้น้องได้แค่หน้าตาก็ผ่านแล้ว”
“อือ”
เสียงบทสนทนาอย่างอึดอัด และเสียงถอนหายใจสลับไปมา ทำให้คนที่กำลังเคาะบุหรี่อยู่เขย่ามันแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“แม่งไม่ออกสักที” คิลล์สถบออกมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ มือที่พยายามเคาะบุหรี่เขย่าแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับอัตราการเต้นของหัวใจที่มีบางสิ่งบางอย่างกระทบต่ออารมณ์
“หรือจะไปยกเลิกดี”
“ไม่ได้นะเว้ยรับเงินมาแล้ว”
“เออ แต่สงสารน้องคนสวยวะ ทำไมรินต้องทำงั้นพวกผู้หญิงนี่มองแต่หน้าไม่ได้ใจโคตรอสรพิษ”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเริ่มตึงขึ้นจนคิ้วขมวดเป็นปม แค่ลำพังเคาะบุหรี่ไม่ออกจากกล่องก็หงุดหงิดแล้ว ยังมาเจอพวกบ้าที่เอาแต่อาลัยอาวรณ์คร่ำควรญถึงยัยนั่นอีก
ไม่รู้ทำไมความรู้สึกไม่สบอารมณ์และร้อนรุ่มในอกจนยากจะระงับ ทำให้คนที่รำคาญง่ายอย่างเขาเริ่มจะหมดความอดทน เมื่อพวกมันสองคนเอ่ยขึ้นมาอีก
“จริง สวยแต่ซวยวะ”
ผลัวะ! คิลล์เดินออกมาจากอีกมุม ก่อนจะถีบถังขยะใส่ผู้ชายสองคนนั้นดังโครม จนคนที่มาแอบคุยกันถึงกับตกตะลึงหน้าซีด
“ไปคุยกันที่อื่นสิวะรำคาญ!”
“โว้ วันนี้มันส์ระเบิดไปเลยใช่ไหมครับทุกคน”
เสียงดีเจหนุ่มสุดฮอตกระโดดโลดเต้นอยู่บนเวทีอย่างสนุกสนาน มือข้างหนึ่งจับหูฟังปากก็เอนเตอร์เทนผู้คน ส่วนมืออีกข้างก็มิกซ์เพลงได้อย่างดีเยี่ยม ดนตรีดังกระหึ่มกระตุ้นอะดรีนาลีนในร่างกายให้ทุกคนรู้สึกฮึกเหิมและตะโกนโต้ตอบคำว่า ‘ใช่’ โต้ตอบดีเจ
“เอาละครับมันถึงเวลาแล้ว ขอเชิญสาว ๆ ทุกคนขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ขอเสียงต้อนรับสาวสวยกันหน่อย โว้ ๆ” สิ้นเสียงของดีเจหนุ่ม บรรดาผู้เข้าประกวด cow girl สาวทั้งหมดก็ทยอยเดินขึ้นมาพร้อมเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม
“ทุกคนครับบนเวทีมันฮอตเกินไปแล้ว ผมต้องตายแน่ ๆ ฮ่าฮ่า” ท่าทางเหมือนคนกำลังจะตาย ทำให้ดาน่าที่เดินขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายทำหน้าเหยเก เพราะรู้สึกว่าดีเจคนนี้ช่างเว่อร์เหลือเกิน
“ดูเธอจะไม่ตื่นเต้นเลยนะ มั่นใจอะไรขนาดนั้น”
บางทียัยนี่ก็วอแวเหลือเกิน เธอกลอกตาก่อนจะหันไปมองริน ที่ขยับเข้ามายืนข้างเธอ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ก็จะว่ายังไงดี ชินกับสายตาที่มองมาอยู่แล้วน่ะ”
ในเมื่ออยากกัดไม่ปล่อยดีนัก เธอก็จะทำให้ยัยนี่อกแตกตายไปจึงไม่ปฏิเสธและยังยกยิ้มให้อีกฝ่ายอีกด้วย
คำพูดแสนน่าหมั่นไส้ของดาน่าสร้างความเกลียดชังให้รินเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยเจอใครที่ยืดอกรับแบบนี้มาก่อน
“ฉันจะคอยดูว่าเมื่อถึงเวลา เธอยังจะยิ้มออกอีกไหม”
รอยยิ้มไม่น่าไว้ใจของรินทำให้ดาน่าแอบสงสัย แต่ก็เก็บไว้ในใจก่อนจะเมินหน้าหนี เป็นเชิงบอกใบ้ว่าไม่อยากคุยด้วย รินชักสีหน้ากักเก็บความไม่พอใจไว้ อีกไม่นานดาน่าก็จะไม่มีโอกาสได้เชิดหน้าทำปากเก่งใส่รินอีก
“มีอะไรที่ฉันต้องกังวล นอกจากว่าใครบางคนจะไม่ทำตามข้อตกลงเอาไว้” ดาน่าเหยียดยิ้ม
“หึ ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมใจไว้เลย ถ้าเธอแพ้ก็ต้องโนบราออกไปจากที่นี่และอย่าเสนอหน้ามาอีก”
“ว้าว นี่ลอกข้อสอบฉันเหรอเนี่ย” เธอยกมือขึ้นแตะปาก ดวงตาเบิกกว้างพยายามควบคุมท่าทางอย่างอื่น นั่นยิ่งกระตุ้นความเกลียดชังในใจของริน แต่นั่นแหละเธอไม่สนหรอก
“เอาละครับทุกท่าน ตอนนี้ดอกกุหลาบคงจะแจกจ่ายกันครบเสียแล้ว เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีผมและทุกคนก็จะได้รู้แล้วว่าคืนนี้จะมีใครชิงตำแหน่ง cowgirl ได้ไหม หรือเรเน่จะรักษามันไว้ได้ มาเริ่ม!”
“หึ ฉันจะรอดูตอนเธออับอายก็แล้วกัน” เพราะการโหวตกำลังจะเริ่มรินจึงยกมุมปากก่อนจะเดินกลับเข้าที่
เมื่อศัตรูตัวร้ายจากไปดาน่าก็กำมือเข้าหากันแน่น เพราะรู้สึกว่าท่าทางคำพูด และสายตาของรินมันแปลกมาก เธอกลัวว่ายัยนี่จะต้องทำอะไรลับหลังแน่ จึงกวาดสายตามองรอบบริเวณราวกับว่ากำลังสแกนหาบางอย่าง
นัยน์ตาคมกริบแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยปริศนาทำให้เธอหยุดชะงัก เพราะเขาไม่ได้มองเหมือนกับเธอเป็นเหยื่อตัวน้อย ไม่ได้มองหยาดเยิ้มเทิดทูนพร้อมจะยอมศิโรราบ หรือร้อนแรงจนแทบคลั่ง แต่เขามองเหมือนกับว่ากำลังเจอเรื่องสนุก
ใบหน้าเรียวยาวดูหล่อแบบเหลือร้าย ไม่มีความละมุนละไมเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบสะท้อนความเกรี้ยวกราดแสดงถึงตัวตนที่ค่อนข้างใช้อารมณ์ มุมปากยกขึ้นดูเย้ยหยัน เมื่อทุกอย่างหลอมรวมเข้าด้วยกันก็ดูร้ายกาจ อันตรายจริง ๆ แล้วอะไรที่ทำให้เขามองมาที่เธออย่างนั้นกัน
มันหมายความว่ายังไง?