บทที่ 10 เอาแต่พูดถึงเธออยู่ได้

1488 Words
ท่าทางเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของทั้งคู่ทำให้คิลล์เบะปาก ไม่มองก็เหี้ยละดูอาเซียระริกระรี้พูดพล่ามไม่หยุด เขาเลยจำเป็นจะต้องมองให้มันจบ ๆ “เดี๋ยวอีกหน่อยเขาจะโหวตคาวเกิร์ลแล้วนะเว้ย นู่นไอ้ทีนมันหอบกุหลาบมาฝากแล้ว” อาเซียพยักพเยิดไปอีกทางที่มีรุ่นน้องในสาขาอย่างทีน เดินตรงมาทางนี้พร้อมช่อดอกไม้ในอ้อมแขน “แล้วพวกมึงจะโหวตให้ใครวะ” เมื่อดอกไม้มาถึงอาเซียก็ยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี เพราะว่าทีนรู้งานเหมามาเป็นตะกร้า ก่อนจะถือมือไปมาอย่างมีความสุขพลางจัดแจงถามเพื่อนสนิทอย่างคิลล์ และฝาแฝดที่เป็นเพื่อนสาขาอื่นอย่างไคลล์ “กูไม่ลง” เจ้าของใบหน้าเรียวนัยน์ตาติดแววรำคาญ และสไลด์ผมเป็นทรงรากไทรตอบปฏิเสธ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดจากที่อาเซียเดาไว้ “ผมจะลงน้องคนสุดท้าย” ทีนเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “งั้นมึงเอาไปดอกเดียว” อาเซียยื่นดอกไม้ให้รุ่นน้อง “อ้าว ทำไมผมได้น้อยจังเลยอุตส่าห์ไปซื้อมา นี่รู้ไหมว่าไปถึงดอกไม้โดนเหมาไปจนหมดแล้ว ไม่รู้ใครมันเล่นใหญ่ขนาดนี้” “ก็มึงจะเลือกคนเดียวกันกับกู จะให้มึงได้หน้าได้ยังไงไอ้น้อง” คิลล์ที่กำลังรินเหล้าถึงกับหันขวับทันที พลางจ้องดอกไม้สีแดงสดเขม็ง ดอกไม้ดอกนี้ช่างดึงดูดสายตาผู้คนจริง ๆ หึ “ไอ้พี่อาเซียเลวมาก” “รู้ก็ดี” อาเซียยกยิ้มก่อนจะจัดแจงช่อดอกไม้ในมือ “คิลล์แล้วมึง” “ไม่โหวต” ไม่ต้องรอให้เพื่อนเอ่ยจบเขาก็ตัดบทเองเรียบร้อย มากี่ครั้งเขาก็ไม่เคยจะโหวตเลยสักครั้ง เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายสุดชีวิต “ไปไหน” ไคลล์ที่ตาไวดุจเหยี่ยวเอ่ยขึ้นมาทันควัน ถามเหมือนเป็นแฝดกู อือใช่ก็มันเป็นแฝดแต่ใครก็ได้ช่วยเอามันออกไปที จะตามติดชีวิตเขาไปถึงเมื่อไหร่กัน ตัวติดกันไม่พอยังขวางกูทุกอย่างอีก เบื่อโว้ย! “ดูดหรี่” คิลล์ทำหน้าบูดบึ้งก่อนจะชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นพร้อมกัน “รีบมา” ไคลล์พยักหน้าก่อนจะรินเหล้าของตัวเองต่อ “จู้จี้!” คิลล์สบถทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะ ที่จริงจากตรงนี้ไปหน้าร้านจะใกล้กว่าไปด้านหลัง แต่เพราะจะไปเข้าห้องน้ำด้วยคิลล์เลยเลือกจะไปสูบบุหรี่หลังร้านแทน ที่นี่เปิดมาได้ประมาณสิบปี จะถือว่านานก็ไม่ได้ขนาดนั้นเทียบกับ Elite Pub แล้วยังถือว่าน้อยกว่ามาก ในย่านมหา’ลัยแอลร้านเหล้าหรือผับที่ครองใจบรรดานักศึกษา ก็คงต้องบอกว่าเป็นอีลิทนั่นแหละ และร้านนั้นยังมีหุ้นส่วนเจ็ดคนเป็นเจ้าของคือป๊ากับพวกเพื่อนของป๊าเขา ผ่านมากี่ปีก็ยังไม่ปันหุ้นให้ลูก ๆ อีก แต่ใช้แรงงานเยี่ยงทาส หึ “เชี่ย! เสียดายวะน้องคนสุดท้ายที่ขึ้นเวทีโคตรดี” เสียงสนทนาดังเข้ามาจากบริเวณสวนหย่อมหลังร้าน ทำให้คิลล์ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ไปที่ไหนก็เจอแต่คนพูดถึงยัยนี่ น่าเบื่อ “เออ ไม่น่าเลย” เสียงชายอีกคนพูดเอ่ยอย่างแสนเสียดาย ทำให้เขาที่กำลังเคาะบุหรี่จากกล่องชะงักไปอีกครั้ง “เฮ้อ” “สงสารวะ อยากให้น้องได้แค่หน้าตาก็ผ่านแล้ว” “อือ” เสียงบทสนทนาอย่างอึดอัด และเสียงถอนหายใจสลับไปมา ทำให้คนที่กำลังเคาะบุหรี่อยู่เขย่ามันแรงขึ้นเรื่อย ๆ “แม่งไม่ออกสักที” คิลล์สถบออกมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ มือที่พยายามเคาะบุหรี่เขย่าแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับอัตราการเต้นของหัวใจที่มีบางสิ่งบางอย่างกระทบต่ออารมณ์ “หรือจะไปยกเลิกดี” “ไม่ได้นะเว้ยรับเงินมาแล้ว” “เออ แต่สงสารน้องคนสวยวะ ทำไมรินต้องทำงั้นพวกผู้หญิงนี่มองแต่หน้าไม่ได้ใจโคตรอสรพิษ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเริ่มตึงขึ้นจนคิ้วขมวดเป็นปม แค่ลำพังเคาะบุหรี่ไม่ออกจากกล่องก็หงุดหงิดแล้ว ยังมาเจอพวกบ้าที่เอาแต่อาลัยอาวรณ์คร่ำควรญถึงยัยนั่นอีก ไม่รู้ทำไมความรู้สึกไม่สบอารมณ์และร้อนรุ่มในอกจนยากจะระงับ ทำให้คนที่รำคาญง่ายอย่างเขาเริ่มจะหมดความอดทน เมื่อพวกมันสองคนเอ่ยขึ้นมาอีก “จริง สวยแต่ซวยวะ” ผลัวะ! คิลล์เดินออกมาจากอีกมุม ก่อนจะถีบถังขยะใส่ผู้ชายสองคนนั้นดังโครม จนคนที่มาแอบคุยกันถึงกับตกตะลึงหน้าซีด “ไปคุยกันที่อื่นสิวะรำคาญ!” “โว้ วันนี้มันส์ระเบิดไปเลยใช่ไหมครับทุกคน” เสียงดีเจหนุ่มสุดฮอตกระโดดโลดเต้นอยู่บนเวทีอย่างสนุกสนาน มือข้างหนึ่งจับหูฟังปากก็เอนเตอร์เทนผู้คน ส่วนมืออีกข้างก็มิกซ์เพลงได้อย่างดีเยี่ยม ดนตรีดังกระหึ่มกระตุ้นอะดรีนาลีนในร่างกายให้ทุกคนรู้สึกฮึกเหิมและตะโกนโต้ตอบคำว่า ‘ใช่’ โต้ตอบดีเจ “เอาละครับมันถึงเวลาแล้ว ขอเชิญสาว ๆ ทุกคนขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ขอเสียงต้อนรับสาวสวยกันหน่อย โว้ ๆ” สิ้นเสียงของดีเจหนุ่ม บรรดาผู้เข้าประกวด cow girl สาวทั้งหมดก็ทยอยเดินขึ้นมาพร้อมเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม “ทุกคนครับบนเวทีมันฮอตเกินไปแล้ว ผมต้องตายแน่ ๆ ฮ่าฮ่า” ท่าทางเหมือนคนกำลังจะตาย ทำให้ดาน่าที่เดินขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายทำหน้าเหยเก เพราะรู้สึกว่าดีเจคนนี้ช่างเว่อร์เหลือเกิน “ดูเธอจะไม่ตื่นเต้นเลยนะ มั่นใจอะไรขนาดนั้น” บางทียัยนี่ก็วอแวเหลือเกิน เธอกลอกตาก่อนจะหันไปมองริน ที่ขยับเข้ามายืนข้างเธอ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ก็จะว่ายังไงดี ชินกับสายตาที่มองมาอยู่แล้วน่ะ” ในเมื่ออยากกัดไม่ปล่อยดีนัก เธอก็จะทำให้ยัยนี่อกแตกตายไปจึงไม่ปฏิเสธและยังยกยิ้มให้อีกฝ่ายอีกด้วย คำพูดแสนน่าหมั่นไส้ของดาน่าสร้างความเกลียดชังให้รินเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยเจอใครที่ยืดอกรับแบบนี้มาก่อน “ฉันจะคอยดูว่าเมื่อถึงเวลา เธอยังจะยิ้มออกอีกไหม” รอยยิ้มไม่น่าไว้ใจของรินทำให้ดาน่าแอบสงสัย แต่ก็เก็บไว้ในใจก่อนจะเมินหน้าหนี เป็นเชิงบอกใบ้ว่าไม่อยากคุยด้วย รินชักสีหน้ากักเก็บความไม่พอใจไว้ อีกไม่นานดาน่าก็จะไม่มีโอกาสได้เชิดหน้าทำปากเก่งใส่รินอีก “มีอะไรที่ฉันต้องกังวล นอกจากว่าใครบางคนจะไม่ทำตามข้อตกลงเอาไว้” ดาน่าเหยียดยิ้ม “หึ ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมใจไว้เลย ถ้าเธอแพ้ก็ต้องโนบราออกไปจากที่นี่และอย่าเสนอหน้ามาอีก” “ว้าว นี่ลอกข้อสอบฉันเหรอเนี่ย” เธอยกมือขึ้นแตะปาก ดวงตาเบิกกว้างพยายามควบคุมท่าทางอย่างอื่น นั่นยิ่งกระตุ้นความเกลียดชังในใจของริน แต่นั่นแหละเธอไม่สนหรอก “เอาละครับทุกท่าน ตอนนี้ดอกกุหลาบคงจะแจกจ่ายกันครบเสียแล้ว เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีผมและทุกคนก็จะได้รู้แล้วว่าคืนนี้จะมีใครชิงตำแหน่ง cowgirl ได้ไหม หรือเรเน่จะรักษามันไว้ได้ มาเริ่ม!” “หึ ฉันจะรอดูตอนเธออับอายก็แล้วกัน” เพราะการโหวตกำลังจะเริ่มรินจึงยกมุมปากก่อนจะเดินกลับเข้าที่ เมื่อศัตรูตัวร้ายจากไปดาน่าก็กำมือเข้าหากันแน่น เพราะรู้สึกว่าท่าทางคำพูด และสายตาของรินมันแปลกมาก เธอกลัวว่ายัยนี่จะต้องทำอะไรลับหลังแน่ จึงกวาดสายตามองรอบบริเวณราวกับว่ากำลังสแกนหาบางอย่าง นัยน์ตาคมกริบแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยปริศนาทำให้เธอหยุดชะงัก เพราะเขาไม่ได้มองเหมือนกับเธอเป็นเหยื่อตัวน้อย ไม่ได้มองหยาดเยิ้มเทิดทูนพร้อมจะยอมศิโรราบ หรือร้อนแรงจนแทบคลั่ง แต่เขามองเหมือนกับว่ากำลังเจอเรื่องสนุก ใบหน้าเรียวยาวดูหล่อแบบเหลือร้าย ไม่มีความละมุนละไมเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบสะท้อนความเกรี้ยวกราดแสดงถึงตัวตนที่ค่อนข้างใช้อารมณ์ มุมปากยกขึ้นดูเย้ยหยัน เมื่อทุกอย่างหลอมรวมเข้าด้วยกันก็ดูร้ายกาจ อันตรายจริง ๆ แล้วอะไรที่ทำให้เขามองมาที่เธออย่างนั้นกัน มันหมายความว่ายังไง?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD