บทที่ 1/1 แต่งงาน
การเวก (กะ ระ เวท) หรือ อิม สาวสวยเปรี้ยวจี๊ดในชุดเดรสสีขาวรัดรูป เว้าหน้าเว้าหลังโชว์ผิวขาวนวลผ่องเกือบทั้งเรือนร่างสวยร้อนแรง กระโปรงก็ผ่าขึ้นมาเกือบถึงจุดซ่อนเร้น ทำให้เห็นขาขาวเรียวยาวชวนน้ำลายสอ เปิดประตูเข้ามาในห้องรับแขกของโรงแรม ห้องที่มีผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าว และเจ้าสาว นั่งหน้าดำหน้าแดงพร้อมเพรียงกัน เหมือนว่ากำลังมีปัญหาใหญ่แก้ไม่ตกกันอยู่
ทันทีที่ประตูเปิดออกทุกสายตาก็จ้องมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน และแน่นอนว่าชุดของเธอไม่เป็นที่ปลื้มใจของผู้ใหญ่สุดๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ได้ชื่อว่า พ่อ และย่า (ผู้ซึ่งไม่เคยรัก เอ็นดู หรือให้คุณค่าแก่เธอมาแต่ไหนแต่ไร) ดังนั้นสายตาที่ได้รับจึงเต็มไปการตำหนิติเตียนมากกว่าชื่นชม
ถึงกระนั้นการเวทก็เชิดหน้าตั้งตรง ปราศจากการหวั่นไหวทุกประการ เนื่องด้วยเจอสายตาดูถูกดูแคลนอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก จึงไม่คิดใส่ใจให้เสียอารมณ์ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว เธอก็เป็นได้แค่ผู้หญิงไร้ยางอาย ที่ควงผู้ชายไปทั่ว ไม่รักนวลสงวนตัว สร้างความอับอายและเสื่อมเสียให้แก่วงตระกูล เป็นตัวน่ารังเกียจขยะแขยงอยู่วันยังค่ำ
หญิงสาวสุดสวยยกมือทำความเคารพผู้ใหญ่ทุกคนอย่างขอไปที แล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ด้วยท่าทางแข็งกระด้างเหมือนเคย ทำให้พ่อและย่ากลอกตามองบนด้วยความขัดใจ
“ทุกคนเรียกอิมมามีอะไรหรือคะ”
“อิม ช่วยเป็นเจ้าสาวให้พี่หน่อย” พยศ ชายหนุ่มหล่อเหลาสูงสง่าในชุดเจ้าบ่าวเดินมายืนตรงหน้าการเวท และขอร้องเธอจนอีกฝ่ายทำหน้าย่นด้วยความแปลกใจ
“หมายความว่าไงคะ” ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มวาดเขียนจนคมเฉียบจ้องมองเจ้าบ่าวเขม็งไม่หวั่นไหวแม้จะสบกับตาคมกล้าของเขา
“แต่งงานกับพี่”
“แต่งงาน!!”
“ใช่” เขาตอบเสียงหนักแน่นและยื่นสมาร์ทโฟนให้เธอดูข้อความในนั้นเอง เนื่องด้วยไม่อยากอธิบายให้ต้องปวดใจอีก
การเวทรับสมาร์ทโฟนมาดู เม้มริมฝีปากอวบอิ่มเข้าหากันขณะกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ แต่ชวนเจ็บปวดจากน้องสาวคนเดียวของเธอ ผู้ที่เป็นเจ้าสาวตัวจริง ผู้ซึ่งเป็นผู้หญิงที่พยศรัก
ข้อความนั้นกล่าวว่า
{ขวัญขอโทษค่ะพี่พยศ ขวัญยังไม่อยากแต่งงาน ขวัญยังสนุกกับวงการบันเทิงอยู่ ที่ผ่านมาขวัญพยายามไตร่ตรองแล้ว และพบว่าการแต่งงานยังไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ขวัญต้องการ ขวัญขอโทษอีกครั้งนะคะที่ทำให้ทุกคนวุ่นวาย สุดท้ายนี้ขวัญสบายดีทุกคนไม่ต้องตามหา}
การเวทอ่านจบแล้วเงยหน้ามองทุกคน และพบว่าพวกเขาก็มองเธออยู่ และกำลังรอคอยคำตอบเช่นกัน หญิงสาวจึงยื่นสมาร์ทโฟนคืนเจ้าของที่มองเธอด้วยสายตาวิงวอน
“งานถูกเตรียมไว้หมดแล้ว แขกเหรื่อก็มากันเต็ม เราไม่สามารถยกเลิกได้ อิมช่วยพี่หน่อยนะ”
“ทำไมต้องเป็นอิมคะ”
“เพราะอิมคือคนที่เหมาะสมที่สุด”
“ยังไงคะ”
“ก็แค่ช่วยให้พี่เขาพ้นเคราะห์กรรมทำไมต้องถามเซ้าซี้” คุณโฉมฉายผู้เป็นย่าสวนกลับด้วยความไม่พอใจ แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจ ยังคงมองคนตรงหน้ารอคอยคำตอบ นั่นยิ่งทำให้คุณย่าเดือดดาลมากกว่าเดิม
“เพราะอิมคือคนในครอบครัว เป็นคนที่เข้าใจสถานการณ์ดีที่สุด และจะไม่เอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปเล่าให้พี่เสื่อมเสีย” พยศยกหลักการที่ดูสมเหตุสมผลมาพูด โดยหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่า เขาต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ เพื่อเล่นงานเพียงขวัญ เจ้าสาวที่ทิ้งเขาในวันนี้
“ก็ได้ค่ะ แต่เราต้องมีข้อตกลงกันสองสามข้อ”
“ก็แค่เข้าพิธีกับพี่เขาให้จบๆ ไป มันจะอะไรนักหนา ไม่ได้จะไปเป็นเมียเขาจริงๆ สักหน่อย” คุณกอบเกียรติผู้เป็นพ่อโพล่งออกมาอย่างเหลือทน และหงุดหงิดเต็มที่
“ว่ามา”
“หนึ่ง พี่พยศต้องแต่งงานกับอิมให้ครบสามปีแล้วจึงหย่าได้ สอง ตลอดสามปีนั้นเราต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเหมือนสามีภรรยาทั่วไป เพื่อรักษาเกียรติและชื่อเสียงของอิม” พอได้ยินคำพูดนั้น เกือบทุกคนในห้องก็แบะปากด้วยความดูถูกดูแคลน (ยกเว้นคุณรจนาและพิมพ์ประภา) ผู้หญิงที่เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นอย่างหล่อนเนี่ยนะต้องการรักษาเกียรติและชื่อเสียง!!
“แม่ไม่เห็นด้วยพยศ ถ้าอิมไม่เต็มใจช่วย เราก็ไปหาคนอื่นเถิด”
“ได้ พี่จะทำตามนั้น แล้วยังมีอะไรอีกไหม”
“พยศไม่ได้ยินที่แม่พูดหรือไง” คุณศจี แม่ของพยศลุกขึ้นค้านด้วยความไม่พอใจ ตอนแรกเธอคิดว่าแค่ให้การเวทมาช่วยกู้หน้าลูกชายจากงานครั้งนี้ก็พอ และเมื่อเสร็จสิ้นพิธี หญิงสาวกับพยศจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก
“ว่าไงคะพี่พยศ จะทำตามที่อิมขอ หรือทำตามที่คุณป้าต้องการ” การเวทหยิบกระเป๋าใบเล็กมาถือแล้วลุกขึ้น เตรียมจะออกไป เพราะไม่แคร์ และไม่คิดจะทำอะไรๆ ตามที่คนอื่นต้องการอยู่แล้ว
“พี่ตกลงตามที่อิมต้องการ”
“งั้นอิมขอเพิ่มอีกหนึ่งข้อคือ ห้ามก้าวก่ายการทำงานของกันและกัน”
“ไม่มีปัญหา” พยศรับปากหนักแน่นมองเธออย่างท้าทาย ขณะที่พ่อกับแม่แอบมองหน้ากันด้วยความหนักใจ และแอบหวั่นกลัวอยู่ภายใน เนื่องด้วยไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าการเวทจะนำความเสื่อมเสียมาให้ลูกชายมากแค่ไหน เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าเธอเป็นพริตตี้ตัวท็อปที่ขายร่างกายมากกว่าความสามารถ นี่ถ้าไม่ใช่เวลาจวนตัว พวกเขาจะไม่มีวันยอมให้ลูกชายทำตามอำเภอใจอย่างนี้เด็ดขาด
“ถ้างั้นไปแต่งตัวกัน ไม่มีเวลาแล้ว” พยศกล่าวเสียงเรียบ และยื่นแขนมาให้เธอคล้องแล้วพาไปยังห้องแต่งตัวท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองตามและส่ายศีรษะด้วยความหนักใจ