ฟางข้าว
“ตลกยัยนั่นชะมัด” ยัยมีมี่พูดออกมาหลังจากสองคนนั้นเดินออกไปแล้ว
“สมน้ำหน้า!” เป็นฉันที่พูดออกมาด้วยความสะใจ
“ฟางเล่นแรงตลอดเลยนะ” พี่ชินพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นแก้วเหล้าให้ฉัน
ฉันรู้จักและสนิทกับพวกพี่เขาแหละ เจอกันบ่อยตั้งแต่เรียนมัธยม นอกจากเขาจะเป็นพี่ของยัยมีมี่แล้วเขายังเป็นเพื่อนสนิทของพี่เฟสอีกด้วย ทำให้เวลาฉันไปหาพี่เฟสก็ได้เจอกันตลอด
“เขาเล่นแรงกับฟางก่อนนะ” ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเหมือนกัน
พี่เขาก็พอรู้นิสัยฉันแหละ ถึงฉันจะแรงและไม่ยอมคนแต่ฉันไม่ค่อยชอบตบตีกับใครให้เปลืองตัวหรอก เว้นว่าพวกนั้นจะเข้าหาฉันก่อนนั่นแหละฉันไม่ปล่อยไว้แน่ พ่อฉันส่งไปเรียนป้องกันตัวตั้งแต่ห้าขวบด้วยฉันไม่ปล่อยให้ใครมารังแกฉันง่ายๆ หรอกนะ
เสียชื่อลูกพ่อพายุหมด
“แต่รู้ตัวไหมว่าพวกเราทำผิด” เป็นพี่ไมค์ที่หันมาดุพวกฉัน
“โห่ นานๆ ทีเองนะคะสามี” เอกกี้หันไปอ้อนพี่ไมค์ อ้อนได้หน้าถีบมากอ่ะ
“เดี๋ยวกระทืบ!” พี่ไมค์หันไปแยกเขี้ยวใส่เอกกี้
อีนี่มันชอบเรียกพี่ไมค์ว่าสามีตลอดแหละ แล้วพี่ไมค์ก็ไม่ชอบไงเวลาอยู่ข้างนอกแบบนี้สาวๆ เห็นเข้าเขาจะเข้าใจผิดแล้วเสียภาพพจน์ของพี่เขา
“ทำไมสามีต้องโหด” เอกกี้ทำงอนใส่พี่ไมค์
“มันไม่อยากให้ใครรู้ว่ามันมีเมีย” พี่ชินหันไปพูดกับเอกกี้
“เดี๋ยวมึงจะโดนอีกคน”
“ฮ่าๆๆ” พวกเราหัวเรากับอาการโมโหของพี่ไมค์
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย รู้ไหมว่าที่แบบนี้มันอันตราย ถ้าจะมาก็โทรมาบอกก่อน ไม่งั้นต่อไปจะไม่ให้เข้า” พี่ไมค์เข้าโหมดจริงจังใส่พวกฉันทันที
“ค่าขอโทษ” ยัยมีมี่หันไปกอดแขนพี่ไมค์อย่างอ้อนๆ เพื่อไม่ให้ถูกด่า
“ปล่อยเลย สาวฉันหายหมด” พี่ไมค์บอกยัยมีมี่แต่ไม่ได้ผลักออกหรอก พี่น้องคู่นี้อ่ะน่ารัก
“หายก็ดีสิคะ” ยัยมีมี่ตอบกลับอย่างไม่เดือดร้อน
“ว่าแต่เราเถอะ นี่ก็ขึ้นมหา’ลัยแล้ว ยังไม่คิดจะเลิกแกล้งไอ้เฟสอีกเหรอ” พี่ไมค์หันมาถามฉัน
“ฟางไม่ได้แกล้งซักหน่อย” ฉันไหวไหล่ตอบ ก็ฉันไม่แกล้งจริงๆ นี่ แต่ที่ฉันทำแบบนี้ฉันมีเหตุผลของฉัน
“มาๆ ดื่มกันดีกว่า” พี่ชินพูดพร้อมกับยื่นแก้วมาข้างหน้า
เคร้ง! ทุกคนเลยยกแก้วขึ้นมาเพื่อชนก่อนจะกระดกดื่มกันทีเดียวหมดแก้ว
“แล้วเรียนเป็นยังไงบ้าง” พี่ไมค์ถาม
“โอ๊ย! งานเยอะมากเลยค่ะ นี่ขนาดพึ่งเปิดเรียนยังให้มากขนาดนี้ ไม่อยากคิดถึงตอนปีอื่นๆ เลย” เอกกี้ตอบพี่ไมค์ไปด้วยสีหน้าขยาดๆ
“ปีหนึ่งก็แบบนี้แหละ จะต้องเรียนปรับพื้นมันก็จะเยอะหน่อย ปีสองปีสามก็สบายแล้ว” พี่ชินตอบ
“แล้วปีสี่ล่ะคะ” ฉันถาม เพราะเห็นว่าปีสองปีสามสบาย แล้วปีสี่ล่ะ
“หึ! ปีสี่นี่ก็หนักเอาการเลยแหละ” พี่ชินตอบออกมา
“โห่! พูดซะไม่อยากให้ถึงปีสี่เลย” ยัยมีมี่ทำท่าทางขนลุก
“มึงจบปีหนึ่งให้ได้ก่อนไหม” ฉันกับเอกกี้ว่าให้มันพร้อมกัน
“หัวระดับกูไม่มีพลาด” มันตอบออกมาอย่างมั่นใจ
“แต่วันนี้ได้ยินชะนีบ่นเรื่องงานอยู่เลย” เอกกี้แขวะให้ยัยมีมี่ต่อ
“ก็แค่บ่นเว้ย!” มีมี่เถียงกลับมา
“พอเลยพวกมึง แดกๆ เข้าไปจะได้เงียบปาก” ฉันขี้เกียจฟังพวกมันทะเลาะกันเลยห้ามออกไป
“เออ!” ดีที่ยังยอมหยุดกัดกัน
“ไปเต้นกันป่ะ” พอเริ่มได้ที่ อีเอกกี้ก็ชวนออกไปเต้น
แต่...
“ไม่ต้องเลย” พี่ไมค์รีบห้ามอย่างเร็ว
“ทำไมล่ะ มี่ก็อยากไปนะ” ยัยมีมี่หันไปถามพี่ไมค์อย่างไม่เข้าใจ
“มันอันตราย พวกเราไปไม่ได้” พี่ชินเลยตอบกลับมาก
“อันตรายตรงไหนคะ คนเต้นกันเยอะแยะ” เอกกี้ถามอีก
“ก็เพราะคนเยอะไง ถึงได้อันตราย” พี่ชินตอบ
“แต่พวกเราเอาตัวรอดได้นะ” ฉันเลยช่วยเสริมทัพเพื่อนๆ ไป
“ยังไงก็ไม่ได้!” พี่ไมค์ห้ามออกมาเด็ดขาด
“งั้นคราวหลังเราไปเที่ยวผับอื่นกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีคนคอยห้ามแบบนี้” ยัยมีมี่เสนอกับพวกฉัน
“บวกหนึ่ง” ฉัน
“บวกสอง” เอกกี้
“ถ้ารู้ เรื่องได้ถึงที่บ้านกันทุกคนแน่” พี่ไมค์ขู่ออกมา
“ชิส์!” พวกฉันหันไปมุ่ยหน้าใส่พี่ๆ
ถ้าไม่ให้ลองแล้วจะรู้ไหมล่ะ พวกเขาก็อยู่ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ช่วยได้นี่
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นกันเลย แล้ววันนี้ก็กลับบ้านกันได้แล้ว” พี่ชินออกปากไล่พวกฉัน
“ไม่เอาอ่ะ รอผับปิดก่อน” ยัยมีมี่พูด ก็พวกฉันตกลงกันแล้วว่าผับไม่ปิดไม่กลับ และวันนี้จะเมาด้วย
“ดื้อว่ะ!” พี่ไมค์บ่นออกมาอย่างหัวเสีย
“อ้าวชน!!!” เอกกี้เห็นแบบนั้นเลยยกแก้วเหล้าขึ้นมา
“Cheers!!!”
เคร้ง! ฉันและมีมี่ยกแก้วขึ้นมาชนกับเอกกี้ ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าไปหมดแก้ว
“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจของพี่ไมค์กับพี่ชินเองแหละ มีพวกฉันที่ไหนพวกพี่เขาปวดหัวที่นั่นแหละ
พวกฉันไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้ นั่งกระดกเหล้าเอากระดกเอา พอมีเพลงแดนซ์มันๆ มาก็ลุกขึ้นเต้นกันที่โต๊ะนี่แหละ(ออกไปที่ฟลอไม่ได้ไง) วันนี้ตั้งใจพากันมาเมาอยู่แล้วด้วย ยิ่งมีพวกพี่เขานั่งอยู่ด้วยแบบนี้ยิ่งไม่ต้องกลัวอันตรายอะไรเลย