EPISODE 06 : Plum Blossom

2346 Words
(ดอกเหมย - เป็นดอกไม้แห่งความโชคดี สนุกสนาน และเป็นความหวังที่ทำให้อบอุ่นหัวใจ และดอกเหมยยังหมายถึงความบริสุทธิ์ สดใส อ่อนโยนอีกด้วย) “ฉันประทับใจในความเป็นธรรมชาติของเธอ...ดวงดาวของฉัน” [PUNDAO’S PART] “เราไปกินข้าวกันฉันซื้อมา 2 กล่องพอดีเลยนายจะได้กินยาแก้ปวดด้วย” ฉันบอกกับเขาก่อนจะเดินไปตั้งโต๊ะเพื่อรับประทานอาหาร เนื่องจากขนาดห้องของฉันค่อนข้างเล็กกระทัดรัดเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในห้องนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้พับเก็บได้ ซึ่งมันก็ช่วยให้ลดพื้นที่ใช้สอยภายในห้องไปได้เยอะเลย “…” “ไม่ต้องเกรงใจ มาสิ...” ฉันไปดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นมานั่งลงยังเก้าอี้พับที่ฉันเตรียมไว้ให้ ก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมน้ำดื่มกับช้อนส้อมมาให้เขา คนที่นี่ส่วนใหญ่มักจะใช้ตะเกียบทานอาหารกัน ซึ่งฉันใช้ตะเกียบไม่เป็นจึงจำเป็นต้องพกช้อนติดตัวไปด้วยตลอดน่ะ “ดัน...ฉันว่านายมาล้างมือก่อนดีกว่า” ฉันชะโงกหน้าออกไปบอกกับร่างสูงที่นั่งรอฉันอยู่ที่โต๊ะทางอาหารด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา “...” ร่างสูงเดินเข้ามาหาฉันก่อนที่เขาจะยืนมองมาที่ฉันนิ่งๆ ฉันเองก็หันไปมองเขาอย่างงงๆเช่นกัน “ล้างมือสิ” ฉันหันไปบอกกับเขาอีกครั้งก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามายืนซ้อนหลังของฉันเอาไว้ พร้อมกับแขนแกร่งของเขายื่นมาล้างมือบริเวณอ่างล้างมือตรงหน้าของฉัน ฉันชะงักไปเล็กน้อยที่อกแกร่งของเขาชนเข้ากับหัวฉัน และท่าทางที่เหมือนเขายืนกอดฉันอยู่จากทางด้านหลังอีก ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่นะ...มันถึงได้สามารถทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันสั่นไหวจนแทบจะระเบิดออกมาด้านนอกได้อยู่แล้ว “อะ เอ่อ ฉันออกไปรอข้างนอกดีกว่า” ฉันบอกกับร่างสูงพร้อมกับมุดออกมาจากวงแขนของเขา อยู่ใกล้คนหล่อใจของฉันก็สั่นไม่ไหวอยู่แล้ว นี่เขาทั้งหล่อทั้งขาวเนียนแถมซิกแพคยังแน่นขนานนั้นอีก หัวใจฉันจะวายเอาให้ได้เลย ‘พันดาว...เธอคิดอะไรของเธออยู่เนี่ย’ “ฉันจะมาเสียชื่อ ‘กุลสตรีแห่งไร่พันแสง’ ที่นี่ไม่ได้สงบสติอารมณ์หน่อย...ฟู่!!” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง พร้อมกับวางขวดน้ำลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งลงยังที่ของตัวเอง “...” “วันนี้มีข้าวหน้าไก่เทริยากิ ไข่ ไก่ผัดขิง และก็ข้าวหน้าปลาแซลม่อนย่าง ดันนายอยากกินอะไร” ฉันมองกล่องข้าวทั้งสองกล่องที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปถามร่างสูงที่นั่งอยู่ยังฝั่งตรงข้าม “เลือกเลย” ฉันมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงไปมองอาหารตรงหน้าอีกที ความจริงฉันอยากกินแค่ปลาแซลม่อนกับไก่ทอดเทอริยากิก็เลยซื้อมาทั้ง 2 กล่อง แต่ไม่เป็นไรคนสวยใจดีอย่างฉันเสียสละให้หนุ่มหล่อได้อยู่แล้ว “งั้นดาวขอเลือกข้าวหน้าปลาแซลม่อนย่างให้ดัน” ฉันบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปพร้อมกับยื่นกล่องข้าวไปให้เขา ดันเป็นผู้มีพระคุณของฉันเขาควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “ดาว?” “ออ ฉันชื่อ ‘พันดาว’ เรียกสั้นๆว่า ‘ดาว’ ก็ได้ค่ะ ชื่อของฉันน่าจะหมายถึง แสงดาวที่ส่งสว่างนับพันละมั้ง เอ่อ ไม่รู้ว่าอยากรู้ไหมแต่ฉันอยากบอกน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ฉันพยายามอธิบายให้ร่างสูงตรงหน้าฟังก่อนจะหัวเราะออกมาแก้เขิน “...” “ทานกันเถอะ” ฉันบอกกับร่างสูงพร้อมกับตักอาหารตรงหน้าเข้าปากไปด้วยความเอร็ดอร่อย “...” ดันมองมาที่ฉันเล็กน้อยก่อนจะคีบปลาแซลม่อนมาให้ฉัน “ดันไม่กินเหรอ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย “แค่นี้พอ” “ไม่ได้โปรตีนทั้งนั้นเลยนะ” “ดาวชอบนี่ กินเถอะ” ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ พร้อมกับมองมาที่ฉันนิ่งๆ นี่เป็นประโยคที่เขาพูดกับฉันยาวที่สุดเลยนะตั้งแต่เราคุยกันมา “งั้นแบ่งกันคนละครึ่งดีไหม ขอยืมตะเกียบหน่อยสิ” ฉันหยิบตะเกียบมาจากเขาก่อนจะแบ่งชิ้นปลาออกไป 2 ส่วน จากนั้นจึงยื่นตะเกียบคืนให้เขา “นายหยิบไปสิฉันใช้ตะเกียบไม่เป็นนายเลือกเอาเลย และก็เอาไก่ของฉันไปด้วย...เร็วๆสิ” ร่างสูงทำตามที่ฉันบอกอย่างว่าง่าย ก่อนที่เราทั้งคู่จะทานอาหารตรงหน้ากันอย่างเอร็ดอร่อย “บ้านดันอยู่แถวนี้เหรอ” “...” เขาพยักเพื่อตอบฉัน ร่างสูงยังคงจ้องมองมาที่ฉันอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างงงๆ ‘มีอะไรติดหน้าฉันรึป่าวนะ’ “อะไรเหรอ” ฉันจึงตัดสินใจถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย “ไม่มี” “อิ่มแล้วเหรอ เดี๋ยวฉันเก็บเองนายไปรอฉันที่โซฟา” ฉันบอกกับเขาก่อนจะเก็บทุกอย่างเข้าที่ ก่อนที่เดินกลับมาหาเขาที่นั่งรอฉันอยู่บนโซฟาขนาดกำลังพอดีกับห้องของฉัน แต่พอร่างสูงไปนั่งแล้วโซฟาตัวนี้ดูเล็กลงไปเลย “กินยาแก้ปวดก่อนนะ” ฉันยื่นแก้วน้ำไปให้เขาก่อนจะหายาแก้ปวดให้กับเขา “อันนี้ยาแก้ปวด...” ฉันยื่นแผงยาแก้ปวดในมือไปให้เขาถือไว้ ในขณะที่สายตาของฉันยังคงจับจ้องอยู่ในกระเป๋ายาของตัวเอง แต่... “กินอัน นะ นี้...” ฮึก อึก!! “นะ นายกินไปแล้วเหรอ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปเพื่อความมั่นใจอีกครั้งทั้งๆ ทั้งที่เห็นอยู่เต็มสองตาของตัวเองแล้วว่าเขาได้กินมันเข้าไปแล้ว “ยาแก้ปวด...” “อันนี้ยาแก้ปวด ที่นายกินเข้าไปก็เป็นยาแก้ปวด แต่...” ฉันจะบอกกับเขาว่ายังไงดี ฉันแค่ให้เขาถือไว้เฉยๆ ไม่ได้คิดว่าเขาจะกินมันเข้าไปนี่นา “...” “ยาแก้ปวดท้องประจำเดือนของฉัน” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปเสียงอ่อน ถึงเขาจะไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ดูตกใจอยู่ไม่น้อยเลยกับสิ่งที่พึ่งได้ยิน “...” “ขอโทษค่ะ แต่ก็เป็นยาแก้ปวดเหมือนกันนี้เนอะคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสดใส และทำให้มันเป็นปกติที่สุดถึงจะพยายามกลั้นขำและรู้ดีว่าเขาต้องดูออกก็เถอะ “...” ร่างสูงยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนไปทำหน้านิ่งแบบเดิม เวลาที่เขายิ้มมันดูดีมากเลยนะแต่น่าแปลกที่เขาแทบจะไม่ยิ้มมันออกมาเลยไหนจะชอบทำหน้านิ่งตลอดเวลาอีก ดวงตาที่มองมาช่างแสนจะเย็นชาแต่ฉันกลับสัมผัสได้ว่าเขาซ่อนอะไรไว้มากมายภายใต้ดวงตาคู่นี้ “อันนี้ดาวให้ดันนะส่วนนี้ยาทา ทาเองได้ใช่ไหม?” ฉันเอ่ยถามเขาพร้อมกับยื่นหลอดยาทาในมือให้กับเขา “...” เขาส่ายหัวให้ฉันเล็กน้อยพร้อมกับมองมาที่ฉันนิ่งๆ “ไม่ต้องเกรงใจฉันมีอีกเยอะ แม่ฉันเตรียมมาให้เป็นลังเลยนะ” ฉันก็พูดเวอร์ไปอย่างนั้นแหละ เพราะความจริงแล้วแม่ฉันเตรียมมาอย่างละ 9 หลอดเอง ก็ยังเยอะอยู่ดีอะเนอะ ท่านรู้ดีว่าลูกสาวคนเดียวของท่านเป็นคนยังไง เพราะฉะนั้นเรื่องยาทา ยานวด ยาหม่อง และที่ทำแผลฉันมีครบหมดทุกอย่าง “...” “หรือไม่มีใครทาให้เหรอ?” “...” เขาพยักหน้าตอบฉัน ซึ่งคำตอบของเขาก็เข้าทางฉันเลย ‘พันดาวคิดอะไรของเธออีกเนี่ย’ ฉันพยายามเรียกสติของตัวเองอยู่ภายในใจ ถ้าพี่ทิวารู้เข้า เขาต้องภูมิใจในตัวน้องสาวสุดที่รักคนนี้แน่นอนที่พาผู้ชายรูปหล่อเข้าห้องแบบนี้น่ะ “อือ วันธรรมดาฉันมีเรียน นายล่ะมีเรียนรึเปล่า?” ที่หลังของเขาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะช่วยฉันเอาไว้ เพราะฉะนั้นฉันก็ควรจะมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อเขาด้วยเหมือนกัน “ไม่” เขาตอบฉันกลับมาเสียงเรียบ ถึงเขาจะหล่อมาแต่ดูแล้วก็น่าจะมีอายุมากกว่าฉัน งั้นหมายความว่าเขาเรียนจบแล้วสินะ “งั้นถ้านายไม่ติดอะไร 5 โมงเย็นนายมารอฉันในสวนตรงที่ที่เราเจอกันวันนี้ นายคิดว่าไง” “ได้” ง่ายดายขนาดนี้เลยหรือไง นี่ฉันยังไม่ได้ใช่มารยาล่อลวงอะไรเขาเลยนะ “ดีล” ฉันยืนมือไปหาเขา ก่อนที่ร่างสูงตรงหน้าจะจับมือบางของฉันไว้ ฉันส่งยิ้มหวานไปให้เขา แต่เขากลับดูชะงักไปทันทีที่เห็นฉันยิ้มแบบนั้น ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ‘เนี่ย ยิ้มแล้วหล่อจะตาย’ หมายถึงฉันน่ะจะตายก่อน “ต่อไปดันก็เป็นเพื่อนฉันแล้วนะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังร่างสูงตรงหน้าอย่างเป็นกันเอง ‘ดัน’ ฉันสัมผัสมันได้จากผู้ชายคนนี้ ‘ความอบอุ่น’ เหมือนกับชื่อของเขา “เพื่อน” “ใช่สิ ว่าแต่ดันมี IG รึป่าว” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไป พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองไปให้เขา “IG” “อินสตาแกรมน่ะ นี่อย่าบอกนะว่าไม่รู้จัก” “...” เขาพยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบให้กับฉัน “มีคนที่ไม่รู้จักอินสตาแกรมจริงๆ เหรอเนี่ย” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าอย่างอึ้งๆ “...” “ไม่เป็นไรเอาเบอร์นายมา เผื่อวันไหนที่ฉันไม่ว่างจะได้บอกกับนายก่อน” ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ของฉันไปกดเบอร์ของตัวเองก่อนจะกดโทรออก... ~ครืนนนนนนนน~ ~ครืนนนนนนนนน~ โทรศัพท์ของเขาสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงก่อนที่มันจะหยุดสั่น พร้อมกับมือหนายื่นโทรศัพท์คืนกลับมาให้ฉัน “โทรหาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ ถ้าดันต้องการ” ฉันบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสดใส ‘โชว์สกิลการเต๊าะผู้ชายไปหนึ่งกรุบ’ พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา “ต้องการ” “หืม?” “IG คืออะไร” ร่างสูงเอ่ยถามฉันเสียงเรียบพร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างรอคำตอบ “เอ่อ อธิบายยังไงดี มันเป็นเหมือนสังคมในโลกออนไลน์ที่ทำให้สามารถรู้จักกันและกันผ่านรูปภาพน่ะ” “...” “แบบของดาว” ฉันเปิด IG ของตัวเองให้กับร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ดู พร้อมกับอธิบายวิธีการใช้งานมันให้กับเขาอย่างคร่าวๆ “...” “เข้าใจที่ฉันพูดอยู่ใช่ไหม?” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย หน้าของเขาตอนเข้าใจกับตอนไม่เข้าใจนี่ต่างกันตรงไหนนะ เพราะเท่าที่ฉันเห็นเขามีอยู่หน้าเดียวก็คือ หน้านิ่ง “เข้าใจ” ... หลังจากที่ฉันลงไปส่งดันเรียบร้อยแล้ว ฉันก็กลับขึ้นมาจัดการอาบน้ำเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินกลับมานั่งยังโซฟาตัวเดิม ~ครืนนนนนนนน~ ~ครืนนนนนนนนน~ (พันดาวลูกรัก) เสียงปลายสายร้องเรียกฉันเสียงดังลั่นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน เวลานี้ของทุกวันฉันจะวีดีโอคอลกับที่บ้านเนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องมาอยู่ห่างจากอกของครอบครัวทุกคนจึงค่อนข้างเป็นห่วงฉัน ในทุกๆ วันฉันก็จะเล่าให้พวกท่านฟังว่าฉันเป็นทำอะไรมาบ้าง และแน่นอนว่าเรื่องที่ฉันเจอ ‘ดัน’ ฉันคิดว่าเก็บไว้เป็นความลับก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด พ่อกับแม่ของฉันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พี่ชายของฉันน่ะไม่ได้เลยถึงมันจะไม่มีอะไรในกอไผ่ก็เถอะยังไงก็ให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด “ขา...คิดถึงทุกคนจังเลย” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าออกไปอย่างอ้อนๆ (คิดถึงก็กลับมาบ้านสิคะ ลูกรักของพ่อ) พ่อของฉันพูดขึ้นอย่างออดอ้อน ท่าทางที่ท่านแสดงออกมาถึงจะพูดเล่น แต่ในหัวของท่านต้องคิดอย่างที่ได้พูดออกมาแน่นอน “หนูพึ่งเริ่มเรียนวันนี้วันแรกเองนะคะ จะให้กลับแล้วเหรอคะ” (พ่อเป็นห่วงหนูนี่ลูก วันนี้ไปได้แผลที่ไหนมาบ้างล่ะ) “ไม่มีค่ะ” (งั้นก็ต้องหลงทาง) พี่ทิวาเอ่ยถามฉันอย่างรู้ทัน “หนูไม่ได้หลงค่ะ แค่ศึกษาเส้นทางใหม่ๆ” ฉันตอบกลับปลายสายไปอย่างงอนๆ (นั่นแหละเขาเรียกว่าหลง) “พี่ทิวา” (เรียกพี่ทำไมเหรอครับ...เออแล้วนี่มีหนุ่มๆ มาจีบบ้างรึเปล่า) พี่ทิวาถามขึ้นพร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างจ้องจะจับผิด “ไม่มีค่ะ มีแต่หนูไปจีบเขา” (ว่าไงนะ) (ทิวาน้องโตเป็นสาวแล้วนะ หวงเป็นเด็กๆไปได้) เสียงแม่เอ็ดพี่ทิวาดังออกมาจากปลายสาย ฉันจึงส่งยิ้มหวานไปให้กับทิวาอย่างผู้ชนะ “จริงค่ะแม่” (ไม่ว่าจะโตแค่ไหนก็หวงอยู่ดี) (เดียวตัวเองก็ต้องมีเมีย...) (พ่อครับ เราไม่เข้าข้างกันรึไง) “ฮ่าฮ่าฮ่า” (ขำอะไรตัวแสบ)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD