Platonic 4: หมั้น

1163 Words
เรนพาริยามาที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ไม่บ่อยนักที่ครอบครัวจะได้ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน ยิ่งในร้านอาหารหรูแบบนี้แล้วด้วย มันคงเป็นวันพิเศษสำหรับคุณแม่ที่ลูกชายคนโตของเธอเรียนจบและกลับมาช่วยธุรกิจของเธอสักที "คุณแม่จองโต๊ะไว้แล้ว ริยาไปหาคุณแม่ก่อนนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน" เรนจับมือเล็กที่เกาะแขนเขาอยู่ออก "ค่ะพี่เรน" เธอมองตามหลังเขาด้วยสายตาผิดหวัง มันชัดเจนว่าเขาไม่อยากให้เธอใกล้ชิดเขาเมื่อเราอยู่ข้างนอก แม้ว่าสายตาคนอื่นจะมองมาอย่างไร พวกเรานั้นรู้แก่ใจดีว่าเรื่องของเรามันผิดปกติ "คุณแม่สวัสดีค่ะ" ริยากล่าวทักทายมารตีทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะติดกระจก ด้านนอกเป็นวิวสวนสีเขียวมันช่วยให้บรรยากาศดูสงบ แม้ว่าคนในร้านจะค่อนข้างเยอะก็ตาม "ไม่เจอกันนานเลยนะริยา หนูไม่แวะมาที่บ้านบ้างล่ะ" มารตีพูดด้วยรอยยิ้ม ริยาโตขึ้นมากเมื่ออยู่ในชุดนักศึกษา ไม่ทันไรเด็กๆ ก็โตขึ้นจนเธอรู้สึกห่างเหิน ทั้งลูกสาวและลูกชาย "ริยาไม่ค่อยว่างน่ะค่ะช่วงนี้ ต้องทำงานแล้วก็ใกล้สอบแล้วด้วย" "ริยาไม่เห็นต้องทำงานหนักเลย ถ้ามีอะไรหนูก็บอกให้แม่ช่วยได้เสมอนะลูก" "ริยาไม่เป็นไรค่ะ แค่ถ่ายรูปถ่ายแบบเอง ริยาไม่ได้ทำงานใช้สมองแบบคุณแม่สักหน่อย คุณแม่เหนื่อยกว่าริยาตั้งเยอะ" "จ้ะๆ ดื้อจริงๆ สั่งอะไรเพิ่มไหม แม่สั่งแต่ของโปรดริยากับเรนมาทั้งนั้นเลย" "ขอบคุณค่ะ ริยาไม่ได้ทานข้าวกับคุณแม่นานแล้วนะคะเนี่ย" ริยามองดูอาหารบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยของชอบของเธอ "ไม่แปลกหรอกลูก พอโตขึ้นการได้ทานข้าวกับครอบครัวก็กลายเป็นโอกาสพิเศษแบบนี้แหละ ทั้งที่ตอนเด็กๆ ทานข้าวที่บ้านกับแม่ทุกวัน" ตอนเด็กๆ ที่คุณแม่พูดถึงนั้น มันเด็กมากเสียจนริยาจำไม่ได้แล้ว "นั่นสินะคะ" เธอตอบผู้เป็นแม่ด้วยรอยยิ้มจางๆ "สาวสวยสองคนนี้คุยอะไรกันอยู่ครับเนี่ย" เรนเดินมาหอมแก้มมารตีก่อนจะมานั่งฝั่งตรงข้ามแม่ของตนที่มีริยาอยู่ข้างๆ เขา "เอ๊ะ เรนเนี่ยไม่อายคนหรือไง" มารตีเอ็ดลูกชายที่ทำอะไรเหมือนอยู่บ้านไม่อายสายตาคนรอบข้างเอาเสียเลย "ก็มันชินนี่ครับคุณแม่" "สงสัยตอนอยู่อเมริกาทำแบบนี้บ่อยแน่ๆ เลย พี่ชายเรานี่ไม่ไหวเลยนะริยา" มารตีนินทาลูกชายให้ริยาฟัง หญิงสาวทำเพียงส่งยิ้มกลับไป บางครั้งเธอก็ไม่ชอบเวลาเรนกลับมา เขาทำให้เธอเหมือนส่วนเกินเมื่อพวกเราอยู่ในฐานะคนในครอบครัว "แล้วคุณแม่คิดยังไงถึงพาพวกเรามาทานข้าวครับเนี่ย" เรนเอ่ยขึ้น "แล้วแม่จะมาทานข้าวกับครอบครัวที่นานๆ จะอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ได้หรือไง" "ก็ปกติคุณแม่จะทำอาหารที่บ้านให้ทานนี่ครับ ผมเลยสงสัย ไม่ใช่ว่าคุณแม่มีเรื่องพิเศษอะไรจะเซอร์ไพรส์พวกเราหรอกนะ" เขามีสีหน้าหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด แค่เรื่องบริษัทจะล้มละลายเขาก็เซอร์ไพรส์มากพอแล้ว "เซอร์ไพรส์แกแน่เรน" มารตีตอบกลับลูกชายที่รู้ทันเธอ เรนมีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด เขาเดาว่าคุณแม่ต้องเอาปัญหามาให้เขาแน่ ส่วนริยานั้นได้แต่ลอบมองพี่ชายของตนด้วยความห่วงใย "แกกับริยาก็น่าจะรู้สถานะของบริษัทตอนนี้ดี" "ริยาทราบค่ะ" "แต่ริยาไม่ต้องห่วงเรื่องบริษัทนะลูก คนที่ต้องจัดการให้เราคือเรนต่างหาก" มารตีตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะหันไปมองลูกชายของตนด้วยสายตาจริงจัง “ครับ คุณแม่กับริยาไม่ต้องกังวลเรื่องบริษัท ผมจะใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยบริษัทของเราให้ได้” เรนตอบแม่ของตนไปด้วยพร้อมกับ ทานอาหารตรงหน้าไปด้วย ไม่ว่าจะปัญหาอะไรเขาก็ไม่เป็นไรหรอก แค่บางครั้งมันก็น่าเบื่อที่เขาต้องเป็นคนรับผิดชอบ “แน่นอนสิ แม่อุตส่าห์ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ ไม่ได้พบเจอลูกชายตัวเองมาตั้งหลายปียังไงเรนก็ต้องมีประโยชน์บ้างสิ” “นี่คุณแม่เลี้ยงลูกหวังผลหรอครับ” เรนพูดติดตลก แต่ริยากลับตลกด้วยไม่ออก เพราะดูเหมือนมารตีจะไม่คาดหวังอะไรในตัวเธอเลย แทนที่จะรู้สึกดี แต่การถูกปฏิบัติต่างจากเรนที่เป็นลูกแท้ๆ มากๆ มันทำให้เส้นขีดแบ่งระหว่างลูกแท้ๆกับลูกบุญธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น “แต่เรื่องมันยุ่งยากกว่านั้นน่ะสิ มีแค่เรนที่จะช่วยเราได้” พรวดดดด เรนสำลักอาหารที่เพิ่งตักเข้าปากไปทันที "คุณแม่อย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิครับ ผมรู้สึกเหมือนคุณแม่จะให้ผมทำอะไรเสี่ยงตายเลย" การเน้นว่ามีเพียงเขาที่จะช่วยได้สร้างความหวาดกลัวให้เรนเป็นอย่างมาก หรือเรียกว่ารำคาญใจน่าจะใกล้เคียงมากกว่า "เรนแกต้องหมั้นกับลูกสาวเพื่อนพ่อแกที่ตายไปเพื่อบริษัท" มารตีกอดอกพิงพนักเก้าอี้แล้วพูดกับลูกชายตัวเองด้วยความจริงจัง น้ำเสียงและท่าทีของมารตีออกแนวคำสั่งมากกว่าขอร้อง ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเธอมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เรนแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางออกคำสั่งของแม่ตัวเอง ในสายตาของแม่เขาก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในธุรกิจ "หมั้นเนี่ยนะ นี่มันไม่ใช่ยุคสมัยที่คนทั่วไปเขาจับลูกตัวเองคลุมถุงชนแล้วนะครับคุณแม่" “หมั้นหรอคะ?” ริยาชะงักเมื่อได้ยินว่า 'หมั้น' เธออยากบอกกับมารตีไปเสียเดี๋ยวนี้เลยเกี่ยวกับเรื่องเธอกับเรน แต่เรนก็เอื้อมมากุมมือเธอไว้ได้ก่อน เขาบีบมือของเธอที่วางอยู่บนหน้าของเขาแน่นทำให้ริยารู้สึกร้อนรุ่มในอกน้อยลงเพราะคิดว่าอย่างไรเรนก็จะอยู่ข้างๆ เธอไม่ไปไหน "ก็ครอบครัวเรามันไม่ใช่คนทั่วไปไง แกจะยอมล้มละลายกลายเป็นคนทั่วไปหรอเรน ฉันทำงานคนเดียวตั้งแต่พ่อแกตาย ส่วนแกไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ไฮสคูลจจบปริญญาโท แกก็ไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย" "ก็คุณแม่ไม่ใช่หรอ? ที่ไล่ผมไปอยู่อเมริกา คุณแม่เป็นคนกันผมให้ออกห่างจากริยาไม่ใช่หรือไง!" เรนลุกขึ้นโวยวายก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้แม่ของเขานั่งกุมหัวอยู่อย่างนั้น ส่วนริยาเมื่อได้ยินว่ามารตีกันเรนออกจากเธอ เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องให้เรนอยู่ห่างจากเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD