แทนคุณละสายตาจากโทรศัพท์เพื่อเงยหน้ามองคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นสอง
คนที่ตอนแรกบอกป่วยมาตอนหลังบอกอยากไปเที่ยวและขอให้เขาเป็นคนพาไปทั้งที่ปกติก่อนหน้าจะมีแต่เขามากกว่าที่เป็นคนชวนเธอ คนอยากไปเที่ยวสวมแค่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งใหญ่กับกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ถ้าให้เดาวันนี้หมอกไม่แต่งหน้า แต่ก็ต้องยอมรับว่าหน้าสดของเธอยังสวยและน่ามองกว่าผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดหลายๆ คนด้วยซ้ำ
“เรียบร้อยแล้วพี่แทน”
“แล้วสรุปอยากไปไหน” แทนคุณมองหน้าคนกระตือรือร้นอยากออกจากบ้าน
“แล้ววันนี้พี่แทนมีแพลนจะไปไหน”
“ตอนบ่ายพี่นัดเพื่อนไว้”
“ที่ไหนอ่ะ ไปเลยไหมล่ะ ถึงเวลานัดพี่ก็ไปหาเพื่อน”
“พี่ต้องเข้าเมืองอ่ะดิ ถ้าหมอกอยากไปไหนก่อนพี่พาไปได้” บ้านห่างจากตัวเมืองเกือบเจ็ดสิบโล นั่นหมายความว่าถ้าหมอกอยากจะไปกับเขาเพราะยังไม่มีที่ไป เธออาจจะต้องอยู่กับเขาและรอจนกว่าเขาจะกลับ ถึงจะได้กลับพร้อมกัน
“ไม่เป็นไร ไปเลยให้มันจบๆ หมอกยังไม่รู้ที่ไปอ่ะ” คนถูกชวนไปไหนก็ได้ทำหน้างงเล็กน้อย กำลังจะแซวว่าวันนี้หมอกมาแปลก แต่เธอกลับทำตัวแปลกมากๆ ด้วยการเข้ามาดึงแขนเขาแล้วลากออกจากบ้านเร็วๆ
“เดี๋ยว รีบไปไหนเนี่ย เป็นอะไร” แทนคุณถามติดขำ ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการที่หมอกกอดแขนเขาแน่น ปกติก็สนิทกันแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าให้พูดตามความจริงสนิทมากกว่าพี่ชายเขากับม่านด้วยซ้ำ
“ลืมๆ หมอกไปบอกคุณย่าแป๊บ พี่แทนไปรอที่รถเลย” มือเล็กดันหลังคนตัวโตกว่าก่อนที่หมอกจะหมุนตัวกลับ แล้ววิ่งกลับเข้าไปในบ้านตามเดิม
“คุณย่าขา”
“อ้าวหมอก ลุกได้แล้วเหรอลูก ไหนม่านบอกว่าป่วยอยู่ไง” คุณย่าที่นั่งดูทีวีอยู่หันมาสนใจความสดใสของบ้าน พร้อมกับกวักมือเรียกให้เดินเข้ามาหา
“หมอกดีขึ้นแล้วค่ะคุณย่า จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก หมอกมาขออนุญาตคุณย่าออกไปข้างนอกกับพี่แทนค่ะ”
“แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ตาแทนชวนเที่ยวหรอกเหรอ แทนนี่ก็ยังไงน้องป่วยอยู่แท้ๆ ยังจะชวนออกไปข้างนอก”
“อย่าว่าพี่แทนเลยค่ะคุณย่า หมอกเป็นคนชวนพี่แทนเองค่ะ”
“แล้วจะไปไหนกันล่ะลูก ถ้าจะออกไปข้างนอกทำไมไม่ออกไปพร้อมม่านกับพี่ทัพพ์ล่ะ” เพราะถ้าให้เทียบระหว่างแทนคุณและทัพพ์ คนที่คุณย่าไว้ใจและวางใจให้ม่านและหมอกไปด้วยมากที่สุดก็คือทัพพ์ รายนั้นดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า มีความรับผิดชอบและน่าจะฝากผีฝากไข้ด้วยมากที่สุด
“หมอกจะออกไปซื้อของค่ะ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปเลยไม่ได้ไปพร้อมพี่ม่านค่ะคุณย่า”
“เอาเถอะ ไปกับแทนก็ดีกว่าไปกับคนอื่น ย่าก็สบายใจมากกว่านั้นแหละ ไปเถอะลูก กลับดึกไหม”
“ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ พี่แทนมีนัดกับเพื่อนด้วย ไว้ถ้ากลับดึกหมอกโทรกลับละกันนะคะคุณย่า”
“ไปเถอะลูก เที่ยวให้สนุกนะ” คุณย่ายิ้มให้คนตัวเล็กที่เป็นความสดใสของบ้าน บางครั้งก็เข้าใจได้ในความสนิทสนมระหว่างหมอกและแทนคุณ สองคนนี้ออกจะซนๆ เหมือนกัน ก็ไม่แปลกหากจะไปไหนมาไหนด้วยกันได้
ทันทีที่นั่งรถออกมาจากบ้าน หมอกก็ยัดแอร์พอดใส่หูทันที นิ้วเล็กจิ้มเปิดเพลงในโทรศัพท์สลับกับการเข้าไปตอบแชตเพื่อน สุดท้ายเพื่อนก็อวยแค่แฟนให้ฟังทำให้คนที่อยู่ในโหมดเซ็งมากต้องกดปิดแชตแล้วเผลอเข้า Instagram สุดท้ายก็เห็นโพสต์ของคนที่เธอกดติดตามอยู่ ทั้งที่เป็น Instagram ของเขา แต่แต่ละโพสต์กลับเป็นรูปพี่สาวเธอทั้งนั้น เป็นรูปพี่สาวเธอในอิริยาบถต่างๆ ใช่สิ พี่ม่านสวยหวานน่าทะนุถนอมมาก คงไม่แปลกหากไอ้พี่ทัพพ์จะคลั่งรักพี่สาวเธอขนาดนั้น
“เฮ้อ....” ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอถอนลมหายใจออกมาแรงแค่ไหน รู้ตัวก็ตอนที่คนข้างๆ ทักขึ้นมา
“ถอนหายใจแรงขนาดนี้ มีเรื่องเซ็งจริงๆ แหละเชื่อดิ” เพลงที่หยุดลงพอดีทำให้หมอกได้ยินคำพูดประโยคนั้นจึงยอมถอดแอร์พอดออกจากหู
“เบื่อๆ อ่ะพี่แทน ขอ how to ทำให้หายเบื่อหน่อยสิ”
“ขอเวอร์ชั่นของพี่เนี่ยนะ” แทนคุณมองหน้าคนข้างๆ พร้อมกับอมยิ้ม
“แล้วเวอร์ชั่นของพี่แทนนี่ยังไงบ้างอ่ะ”
“นัดเพื่อนกินเหล้าไง หายเซ็งแน่นอน” หมอกคิดตาม ก่อนจะพยักหน้ารับ
“แล้วที่นัดเพื่อนวันนี้คือนัดไปกินเหล้ากันปะ”
“มีบ้าง แต่หลักๆ คือคุยเรื่องงาน”
“เอาดีๆ หมอกไม่ฟ้องคุณย่าหรอกน่า”
“ก็ไม่ได้กลัวฟ้อง แต่ที่นัดเพื่อนคือพี่คุยเรื่องงานจริงๆ” หมอกมองสีหน้าจริงจังของแทนคุณและจ้องมองอยู่แบบนั้นจนอีกคนอมยิ้มแล้วจำต้องเฉลย
“คืองี้ เพื่อนพี่ชวนหุ้นเปิดร้าน”
“ร้านอะไรอ่ะ”
“เปิดร้านบิ๊กไบค์เล็กๆ แล้วก็ขายพวกอะไหล่แต่ง เพื่อนพี่ดูทำเลไว้แล้ว หุ้นคนละครึ่ง เท่าที่ฟังแผนคร่าวๆ ก็คิดว่าโอเคแหละ”
“จริงปะเนี่ย”
“จริงดิ ก็ถือว่าทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่ได้มาจากธุรกิจของครอบครัวไง คนเรามันก็ต้องเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ แหละ” ถึงตอนนั้นแหละหมอกเลยได้คิดตาม และกำลังคิดอยู่ว่าหากเรียนจบมาอนาคตของเธอมันจะเป็นแบบไหน ต้องเข้าไปช่วยพี่ทัพพ์และพี่แทนที่บริษัทของคุณย่าเลยทันที หรือจะมีโอกาสได้เลือกว่าเธออยากทำอะไร
“ทำที่บริษัทคุณย่าก็มีตังค์ใช้เยอะแล้วนี่นา”
“ก็รู้ ก็ยังทำอยู่นั่นแหละ ในอนาคตก็ไม่รู้หรือเปล่าว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เผื่อพี่ทัพพ์และม่านแต่งงานกัน คุณย่าเขาก็อาจจะยกบริษัทนั้นให้พี่ทัพพ์ไง พี่ก็อยากเติบโตด้วยลำแข้งของตัวเองดูบ้างเลยขอลองผิดลองถูกในตอนนี้ก่อน สุดท้ายหากล้มในตอนนี้ก็คงล้มบนฟูกนั่นแหละ”
“แล้วพี่แทนคิดว่าถ้าหมอกเรียนจบหมอกต้องเข้าไปช่วยงานที่บริษัทคุณย่าเลยไหม”
“ก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละมั้ง แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เผื่อในอนาคตม่านกับพี่ทัพพ์แต่งงานกันอีก”
“สรุปเขาจะแต่งกับพี่ม่านแน่ใช่ไหม” ที่ถามคือเหตุการณ์ในคืนนั้นมันทำให้เธอไม่ค่อยมั่นใจ กว่าเขารู้ตัวว่าคนคนนั้นเป็นเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารักทุกอย่างมันก็สายเกินแก้ ผู้ชายแบบนี้เหรอที่จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอจริงๆ
“พูดอะไรแบบนั้น ก็รู้อยู่ว่าเขารักจริงมาตลอด หรือโกรธอะไรพี่ทัพพ์เนี่ย”
“ก็เปล่า แค่อยากรู้ในมุมของพี่แทน”
“พี่ทัพพ์รักม่านอยู่แล้ว รักแบบรักจริงหวังแต่งเลย เรื่องแอบมีคนอื่นลับหลังอย่าได้หวังว่าจะมี ยังไงๆ พี่ทัพพ์ก็เป็นพี่เขยเธอแน่นอน ตอนนี้เรียกว่าที่พี่เขยได้เลย เขาไม่มีวันปล่อยให้ม่านหลุดมือแน่นอน”
“อือ” หมอกขานรับเบาๆ รู้แล้วว่าทุกอย่างต้องลงเอยแบบนั้น และถ้าถึงวันนั้นจริงเธอคงหาสักเหตุผลเพื่อก้าวออกมาจากตรงนั้น ไม่มีวันอยู่บ้านหลังนั้นต่อแม้เหตุผลของคำว่าบุญคุณมันจะค้ำคอ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องทนมองหน้ากันทุกวัน
“เห็นเราเครียดขนาดนี้ พี่ยอมบอกความจริงก็ได้อ่ะ ให้มันจบๆ”
“ความจริง?” หมอกหันกลับมามองแทนคุณทันทีที่ได้ยินแบบนั้น
“ความจริงอะไรพี่แทน”
“ความจริงที่ยืนยันได้ว่าเธอได้พี่ทัพพ์เป็นพี่เขยแน่ๆ ไง”
“แล้วความจริงของพี่มันคืออะไร”
“คือวันนี้พี่ทัพพ์วางแผนจะขอม่านแต่งงาน”
อัปทุกวันนะคะ มาเร็วมาช้าปะปนกันไปนะคะ 😊
ฝากกดไลก์และคอมเมนต์ให้เนมหน่อยนะคะ คอมเมนต์ของทุกคนสำคัญกับเนมมากๆ เลยค่ะ 🙏🏼💖