"ทุกคนกลับกันหมดแล้วเหรอลูก" คุณย่าเอ่ยถามคนที่อาสาเฝ้าไข้ ตอนที่เห็นดวงหน้าสวยเศร้าสร้อยก็พอจะดูออกว่าถูกพี่ๆ ว่ามาแน่ๆ
"กลับแล้วค่ะคุณย่า"
"พี่ทัพพ์ว่าอะไรมาหรือเปล่า ทำไมทำหน้างอแบบนั้นล่ะลูก ไหนบอกย่าสิว่าพี่เขาดุอะไรมา" หมอกฝืนยิ้มให้คนที่ห่วงใยเธอมากๆ ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินมาหย่อนตัวที่เก้าอี้ข้างเตียง
"หมอกเป็นห่วงคุณย่าต่างหากล่ะคะ คุณย่าเจ็บตรงไหนบ้างคะ ต้องมาเจ็บตัวเพราะหมอกแท้ๆ เลย หมอกขอโทษนะคะ" หมอกยกมือไหว้ สำนึกผิดจริงๆ ที่ทำให้คุณย่าต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ
"โทษตัวเองทำไมล่ะลูก ย่าแค่จะใช้โทรศัพท์แล้วเดินไม่ระวังแค่นั้นเอง ไม่เกี่ยวกับหมอกเลย"
"แต่หมอกก็ผิดที่ไม่อยู่ดูแลคุณย่าทั้งที่พี่ม่านไม่อยู่ คุณย่าเป็นห่วงหมอก ตั้งใจจะโทรหาหมอกจนต้องมาเจ็บเพราะหมอก"
"มันไม่ใช่ความผิดของใครเลย คนที่บ้านมีเยอะแยะ คนดูแลย่าก็เยอะแยะเต็มไปหมด เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุนะลูก ไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องโทษตัวเองเลย ย่าไม่อนุญาตให้หมอกโทษตัวเองนะลูก" หมอกเม้มริมฝีปากก่อนจะรั้งมือคุณย่ามาประคองเอาไว้อย่างอ่อนโยน
"ถ้าหมอกเจ็บแทนคุณย่าได้ หมอกยอมเจ็บค่ะ" คุณย่ายิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะลูบหลังมือเล็กปลอบ
"ขอบใจมากนะลูก ย่ารู้ว่าหมอกห่วงย่า"
"รักด้วยค่ะ หมอกรักคุณย่ามากๆ เลยนะคะ"
"หลานสาวคนนี้ขี้อ้อนจังเลย น่ารักขนาดนี้ย่าจะอดใจยังไงไหว มันเขี้ยวไปหมดเลย" คุณย่าจับแก้มนุ่มแล้วบีบเบาๆ พลอยทำให้เจ้าของแก้มคลี่ยิ้มออกมา
"คุณย่าเมื่อยตรงไหนไหมคะ เดี๋ยวหมอกนวดให้ค่ะ"
"ย่าปวดขาข้างขวา นวดเบาๆ ก็ได้ลูก"
"ได้เลยค่ะ ถ้าหมอกนวดแรงไปคุณย่าบอกได้นะคะ" หมอกย้ายตัวเองลงต่ำแล้วค่อยๆ ใช้มือบีบๆ นวดๆ ให้คุณย่าตามคำขอ
ในชีวิตประจำวันเธอได้ดูแลคุณย่าน้อยกว่าพี่สาวอย่างม่านเพราะ จันทร์-ศุกร์ เธอต้องเรียน บ้านอยู่ไกลไปกลับก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยมีเวลาอยูกับคุณย่าจะเป็นช่วง เสาร์-อาทิตย์ มากกว่า
"หมอกถามอะไรคุณย่าหน่อยได้ไหมคะ"
"ได้สิลูก หมอกอยากรู้เรื่องอะไรถามย่าได้"
"ถ้าหมอกเรียนจบ คุณย่าอยากให้หมอกเข้าไปช่วยงานพี่ทัพพ์กับพี่แทนที่บริษัทไหมคะ" คุณย่าเปิดบริษัทค้าส่งมาตั้งแต่ตอนที่พ่อแม่ของคุณย่ายังมีชีวิตอยู่ เป็นร้านขายเครื่องใช้ในบ้านในตัวอำเภอที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่กว่าหลายร้านในตัวจังหวัดด้วยซ้ำแต่ด้วยความที่พื้นที่ตรงนี้เป็นที่มรดก มีคุณค่าทางจิตใจ คุณย่าเลยเลือกที่จะปลูกสร้างที่นี่ทั้งที่ตัวเลือกอื่นก็มี ร้านในอำเภอจึงกลายเป็นสาขาใหญ่ ส่วนสาขาย่อยมีอีกหลายสาขา แม้แต่โกดังใหญ่ที่ใช้เก็บของก็อยู่ในตัวจังหวัดเพราะสะดวกแก่การส่งออกมากกว่า
ช่วงแรกๆ ทัพพ์ไปกลับระหว่างบ้านและร้านในจังหวัดอยู่บ่อยๆ เพราะตอนนั้นยังพึ่งพาแทนคุณได้ไม่มาก เพราะรายนั้นยังสนุกกับการกินเที่ยวตามประสาวัยรุ่น ช่วงนั้นเลยเป็นหน้าที่ของทัพพ์ที่รับส่งหมอกไปเรียนและกลับบ้านด้วยทุกวัน จะห่างกันก็ช่วงหลังๆ ที่แทนคุณหันมาทำงานจริงจัง จากที่ไปกลับกับทัพพ์แทบทุกวัน บางวันเลยได้ไปพร้อมแทนคุณ
นอกเหนือจากร้านค้าส่ง ยังมีสินค้าหลายตัวที่ผลิตด้วยโรงงานของคุณย่าเอง มีการส่งออกไปหลากหลายบริษัท มีรายได้เข้าหลายทาง ความจริงก็คิดว่าคุณย่าอาจจะวางแผนหรือปูทางอนาคตของเธอเอาไว้แล้วด้วย ในความคิดของคนรุ่นก่อน การช่วยกันทำงานในเครือครอบครัวมันคงดีกว่าการไปเป็นลูกจ้างคนอื่น
"ยังเรียนไม่จบเลย ถามทำไมล่ะลูก"
"หมอกแค่อยากรู้น่ะค่ะคุณย่า"
"แล้วหมอกอยากมาช่วยงานพี่ๆ ไหม"
"คุณย่ามีพระคุณกับหมอกมากๆ หมอกแล้วแต่คุณย่าเลยค่ะ" ถ้าคุณย่าสั่ง แน่นอนว่าเธอไม่กล้าขัด ต่อให้ความต้องการของท่านจะขัดต่อความต้องการของเธอก็ตาม
"ทำไมต้องแล้วแต่ย่า ในเมื่อหมอกมีสิทธิ์เลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง" หมอกอึ้งไปเมื่อได้ยินแบบนั้น ที่ผ่านมาก็รู้มาตลอดว่าคุณย่าเป็นผู้มีพระคุณและดีกับเธอมากๆ ยิ่งมารู้ว่าคุณย่าไม่ได้คิดจะบังคับอะไรเธอเลยอีกมันยิ่งทำให้อึ้งหนัก
"ต่อให้ย่าจะดูแลหนู สุดท้ายชีวิตมันก็เป็นของหนูเองนะลูก ย่าส่งเสียงเลี้ยงดูหนู หนูเองก็คอยดูแลย่าแบบนี้ไง อย่าคิดว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อย่าเพราะบุญคุณ ย่าเลี้ยงดูหมอกและม่านเพราะความรัก แต่ชีวิตหนูไม่ใช่ของย่านะลูก" หมอกน้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ ไม่เคยเก็บมาคิด เพราะคิดมาตลอดว่าพร้อมทำทุกอย่างตามที่คุณย่าสั่ง จนกระทั่งมันเกิดเหตุการณ์ในคืนนั้นที่มันทำให้ความคิดของเธอเปลี่ยนไป
"เรื่องงานมันเป็นเรื่องอนาคต ไว้ค่อยคุยกันอีกทีก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้มันจะเป็นไรไหมคะถ้าหมอกจะขออนุญาตคุณย่าย้ายออกไปอยู่คอนโดในช่วงนี้ก่อน หมอกเรียนหนัก ต้องติวกับเพื่อนทุกวันเลย หมอกขอหาคอนโดห้องเล็กๆ สักห้องอยู่ก่อน เสาร์-อาทิตย์ หรือไม่ก็วันศุกร์ตอนเย็นค่อยกลับบ้านได้ไหมคะคุณย่า" ทั้งที่ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่เธอจำเป็นต้องทำ จำเป็นมากๆ และคิดว่าพี่ทัพพ์คงพอใจถ้าเธอย้ายออกไป ไม่ต้องทนมองหน้ากันทุกวัน
"เพราะเรียนหนักแน่เหรอลูก ไม่สบายใจเรื่องอื่นหรือเปล่า หมอกบอกย่าได้นะถ้ากำลังไม่สบายใจเรื่องอะไร"
"จริงๆ ค่ะคุณย่า ช่วงนี้ใกล้จบด้วยค่ะ หมอกทบทวนดูแล้วคิดว่ามันสะดวกกว่าจริงๆ" คุณย่ารับฟังเหตุผลของคนตัวเล็กเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ
"ถ้าหมอกต้องการแบบนั้นย่าก็ไม่ขัด แล้วจะไปเมื่อไหร่ล่ะลูก เรื่องคอนโดให้พี่ทัพพ์ช่วยดูให้ก่อนไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า เดี๋ยวหมอกลองดูที่เดียวกับเพื่อนก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าไม่มีจริงๆ เดี๋ยวให้พี่แทนช่วยหาด้วย"
"งั้นถ้าหาได้แล้วก็บอกย่า เดี๋ยวย่าจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ แล้วไปอยู่เองขาดเหลืออะไรต้องบอกย่านะเข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะที่คุณย่าเข้าใจหมอกมากๆ หมอกรักคุณย่าที่สุดเลยค่ะ" คุณย่ายิ้มเอ็นดูคนที่บอกว่ารักย่า หมอกโตขึ้นทุกวัน ความสวยไม่ต่างจากม่าน เด็กสองคนสวยเหมือนแม่ไม่มีผิดเพี้ยนเลย
"หมอกของย่าโตขึ้นทุกวัน มีหนุ่มๆ มาจีบบ้างไหมลูก ถ้าเจอคนที่ชอบ พามาเจอย่านะ บอกเขาว่าย่าของหมอกไม่ดุเลย ย่าต้องแน่ใจว่าหนุ่มคนนั้นจะไม่มาทำหมอกของย่าเสียใจ" หมอกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินแบบนั้น
"หมอกไม่ฮอตขนาดนั้นหรอกค่ะคุณย่า ความสวยมีน้อย"
"น้อยที่ไหน หมอกของย่าสวยจะตาย ย่าถึงให้พี่ทัพพ์คอยรับส่งเราทุกวันไง" หมอกยิ้มแห้งๆ เรื่องแฟนไม่เคยคิด ไม่เคยคิดเลยจริงๆ
"จะออกไปอยู่ข้างนอกย่าไม่ว่า แต่ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะลูก จะมีแฟนย่าก็ไม่ว่า แต่ต้องรักตัวเองมากๆ นะลูก ผู้ชายบางคนก็ไม่ได้แสนดีแบบที่เราคิด ถ้าเจอผู้ชายเห็นแก่ตัว มันก็มีแต่ตัวเราเองที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะยุคไหน ผู้หญิงก็เดือดร้อนและแบกรับมากกว่าผู้ชายอยู่วันยังค่ำ" หมอกรับฟังคำสอนของคุณย่าอย่างตั้งใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าในค่ำคืนที่พลาดมันจะมีผลอะไรกับชีวิตของเธอไหม มันคงไม่มีประโยชน์ถ้าเธอจะไปร้องถามจากทัพพ์ว่าคืนนั้นเขาป้องกันหรือเปล่า แต่มันควรเป็นตัวเธอเองหรือเปล่าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของตัวเอง
คืนนั้นจำไม่ได้เลยว่ามีอะไรกันไปกี่ครั้ง ในคืนวันเกิดพี่ทัพพ์ ในงานมีเพื่อนของเขาและแขกของคุณย่าเยอะมาก เธอสวมชุดเดรสที่คุณย่าเป็นคนสั่งตัดให้ จนเห็นว่ามันดึกมากแล้วและแขกผู้ใหญ่ก็ทยอยกลับกันหมด เลยคิดจะขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดลำลองที่สบายกว่าตอนแรก แต่เธอกลับถูกดึงแขนเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง
ยอมรับว่าคืนนั้นเธอก็ดื่ม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอเองก็มีสติ รู้ว่าเขาเป็นใคร และอีกหนึ่งเรื่องที่เธอต้องยอมรับกับตัวเองคือเธอชอบพี่ทัพพ์ เผลอชอบตั้งแต่ตอนที่เขาเทียวรับส่งเธอ ตั้งแต่ตอนที่เธอเข้ามหาลัยปี 1 เขาช่วยเหลือ ดูแล เอาใจใส่ทุกอย่าง เธอเลยชอบเขาตั้งแต่ตอนนั้น และชอบมาโดยตลอด จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ที่เธอบอกกับตัวเองว่าควรเลิกชอบได้แล้ว ควรพอแล้วจริงๆ
"หมอก เป็นอะไรหรือเปล่าลูก" เสียงของคุณย่าส่งผลให้หมอกหลุดจากภวังค์
"เปล่าค่ะ คุณย่าว่าไงนะคะ"
"พอแล้วลูก ไม่ต้องนวดให้ย่าแล้ว เราไปนอนเล่นที่โซฟาเถอะเดี๋ยวย่าจะนอนดูทีวีอีกสักหน่อยแล้วค่อยพัก" หมอกพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะยอมถอยออกมา จากนั้นก็รีบไปค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่าเธอทำอะไรได้บ้าง ถึงแม้ว่ามันจะช้าไปนิด แต่มันก็คงดีกว่าเธอไม่ทำอะไรเลย
วันต่อมา
ทัพพ์และม่านเข้ามาเยี่ยมคุณย่าที่โรงพยาบาลในช่วงสายของวัน หมอกเลยขอลงไปกินข้าว ปล่อยให้ทัพพ์และม่านอยู่กับคุณย่าบนห้อง
ม่านหยิบแอปเปิ้ลไปล้างและตั้งใจจะปลอกมาให้คุณย่า ทัพพ์เลยอยูกับคุณย่าตามลำพัง
"เออทัพพ์ ช่วยดูๆ คอนโดดีๆ ในเมืองให้ย่าสักห้องสิลูก เอาแบบที่ใกล้มหาลัยของหมอก ตอนแรกย่าว่าจะเช่า แต่คิดๆ ดูแล้ว ซื้อไว้เลยก็ได้นะลูก" คิ้วดกเข้มของทัพพ์ขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินแบบนั้น
"คุณย่าอยากได้คอนโดไปทำไมครับ ซื้อไว้ขายกินกำไรหรืออยากปล่อยเช่าล่ะครับ"
"ไม่ขาย ย่าจะซื้อให้หมอก"
"ครับ?"
"น้องบอกช่วงนี้เรียนหนัก ไม่สะดวกไปกลับเลยจะขอออกไปอยู่ข้างนอก เสาร์-อาทิตย์ ค่อยกลับบ้าน น้องมาขออนุญาตย่าแบบนั้น ทัพพ์ว่าไงบ้างล่ะ" ทัพพ์ฟังเงียบๆ คิดว่าหมอกคงเพิ่งคุยกับคุณย่าเรื่องนี้
"ย่าไม่รู้ว่าน้องแอบมีแฟนไหม แต่ถ้ามีย่าก็ไม่ว่า แต่อยากให้ทัพพ์ช่วยดูๆ หน่อย ย่ากลัวน้องเจอคนไม่ดี"
"จริงๆ หมอกก็โตแล้วนะครับ ถ้าเขาจะมีแฟน จริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกติ"
"งั้นย่าคุยกับทัพพ์ตรงๆ เลยนะ ทัพพ์กับม่านก็อาจจะลงเอยกันในอนาคต และถ้าในอนาคตหมอกและแทนไม่มีใคร ย่าก็อยากเห็นเด็กสองคนนั้นรักกัน"
-----------------
คุณย่าแพลนทุกอย่างไว้หมดแล้ว สมใจไหมคะพี่ทัพพ์ที่อยากเห็นหมอกมีแฟน ถ้าคุณย่าได้เอ่ยปาก คือไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะทีนี้
กดไลก์+คอมเมนต์+กดติดตาม
ปารีวิวให้เนมถ้าชอบนะคะ
คอมเมนต์ของทุกคน คือกำลังใจของนักเขียนคับ
🫶🏻