ม่านหมอก -03- ไม่รู้จักโต

1455 Words
สุดท้ายแทนคุณก็ต้องหิ้วคนที่อยากแก้เบื่อโดยใช้วิธีเดียวกับเขาก็ตามมาที่ร้านเหล้ากับเขาจริงๆ ตอนแรกเขาตั้งใจนัดเพื่อนเพื่อคุยงาน อาจมีดื่มด้วยกันบ้างแล้วจะค้างที่คอนโดในเมืองเลย แต่พอหนีบหมอกมาด้วย เห็นทีว่าจะทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว คงทำได้แค่ดื่มโซดาแทนเหล้าเพรียวๆ เพื่อที่จะได้พาอีกคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย "นี่หมอก น้องกู" แทนคุณแนะนำคนข้างๆ ให้เพื่อนสนิทของเขารู้จัก ทั้งที่ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน สันดานเรื่องนั้นเป็นแบบไหนก็ย่อมรู้ดีเหมือนกัน "หมอก นี่ไอ้โต เพื่อนพี่" "สวัสดีค่ะพี่โต คุยธุระกันได้ตามสบายเลยนะคะ หมอกตามพี่แทนมาเฉยๆ แก้เบื่อน่ะค่ะ" คนยกมือไหว้ยิ้มแห้ง "ครับๆ ว่าแต่แนะนำว่าน้องนี่น้องแบบไหน อย่าบอกนะว่าพี่น้องท้องชนกัน" โตแซวเพื่อนที่อยู่ๆ วันนี้ดันมากับสาว คนพูดไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนฟังเบือนหน้าหนี ไม่ได้เพราะโกรธมาก แต่เพราะมันทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ "ไอ้สัด น้องกู" แทนคุณรีบแก้ต่าง เขาไม่อยากให้หมอกโวยวายใส่เพื่อนเขานักหรอก ต่อให้เพื่อนเขามันจะพูดจาเลอะเทอะแบบสมควรโดนก็เถอะ "พี่แทนคุยกับเพื่อนไปละกันนะ หมอกไปนั่งฟังเพลงดีกว่า นักร้องหล่อดี" หมอกก็ยังเป็นหมอกที่ไม่ชอบทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ ร่างเล็กลุกจากโต๊ะ ยิ้มให้เพื่อนสนิทของแทนคุณตามมารยาทก่อนจะลุกออกไป "ไอ้สัดโต มึงแม่งพูดไม่รู้เรื่อง" "กูผิดตรงไหนวะ มึงมีแค่พี่ แล้วพี่มึงก็ชื่อพี่ทัพพ์ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมากูไม่เคยรู้ว่ามึงมีน้องสาวด้วยซ้ำ" "เออ ก็ไม่ใช่แบบที่มึงคิดละกัน หาเรื่องให้ตัวเองหัวแตกยังไม่รู้ตัวอีก ชะตาเกือบขาดแล้วมึง" แทนคุณจัดชุดใหญ่ให้เพื่อนก่อนจะมองหาสาวน้อยหน้าสวย สวยแบบที่ไม่ต้องแต่งหน้า แต่เธอสู้สาวๆ ในผับได้แบบสบายมาก เห็นหมอกเดินไปนั่งแถวๆ เวทีที่ตอนนี้กำลังมีวงดนตรีเล่นดนตรีสดอยู่ หมอกหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป ไม่ได้มองกลับมาที่เขาเหมือนเธอไม่ได้เก็บเอาเรื่องที่เพื่อนเขาพูดมาเป็นอารมณ์ นั่นล่ะมั้งที่ทำให้แทนคุณมองว่าหมอกมีเสน่ห์กว่าพี่สาวอย่างม่าน ถึงจะเด็กกว่า แต่เป็นตัวของตัวเองดี รู้สึกแบบไหนก็พูดแบบนั้น ไม่พอใจหรือไม่ถูกใจก็แค่ลุกหนี ไม่ต้องฝืนความรู้สึกของตัวเอง คนนั่งถ่ายคลิปนักร้องบนเวทีกับเพลงรักเพราะๆ แบบเพลินๆ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แบตหมด ดวงตากลมสวยเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือเห็นเป็นเวลาสองทุ่มกว่าๆ ดีที่มีเงินสดติดกระเป๋าเลยรีบเช็กบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มค่าเครื่องดื่มที่เธอสั่งมาทาน จากนั้นตั้งใจจะเดินไปหาแทนคุณ แต่อีกฝ่ายดันลุกมาหาเธอพอดี “เกิดเรื่องใหญ่แล้วหมอก กลับบ้านกัน” “อะไรอ่ะพี่แทน เกิดอะไรขึ้นทำไมต้องรีบขนาดนี้” “คุณย่าล้ม กลับๆ กลับเลย” “แล้วคุณย่าเป็นอะไรมากไหมอ่ะ คุณย่าเจ็บตรงไหนมากไหมแล้วตอนนี้ใครดูแลอยู่ พาไปหาหมอหรือยังอ่ะพี่แทน” หมอกถามด้วยความร้อนใจ ขณะที่ฝ่ามือเกาะแขนแทนคุณแล้วเดินเร็วๆ ออกมาจากร้านด้วยกัน “พี่ทัพพ์เป็นคนพาไป” “เขากลับถึงบ้านแล้วเหรอ” “อือ คงงั้นแหละ” ความห่วงใยที่มีให้คุณย่าไม่ต่างจากคนที่บ้านทำให้แทนคุณขับรถเร็วมาก โทรศัพท์ของหมอกก็มาแบตหมดจะโทรกลับไปถามพี่ม่านถึงอาการคุณย่าก็ไม่ได้อีก “คุณย่าถึงมือหมอแล้ว อย่าคิดมาก” “หมอกน่าจะอยู่กับคุณย่า ไม่น่าออกมาเลยพี่แทน” “เอาน่า ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดหรอก อย่าโทษตัวเองด้วย เราไม่ได้ผิดอะไรหรอก” แทนคุณใช้มือวางบนศีรษะทุยเล็กแล้วโยกเบาๆ ปลอบคนที่กำลังคิดมาก ระยะทางเจ็บสิบโล ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงโรงพยาบาล แทนคุณโทรถามพี่ชายว่าอยู่ห้องไหนก่อนจะรีบตามไป ไปถึงก็ไม่มีโอกาสได้ถามอาการเพราะคุณย่าหลับอยู่บนเตียง มีม่านดูแลอย่างใกล้ชิด ตัดมาที่ทัพพ์ รายนั้นยืนทำหน้าบูดบึ้ง โดยเฉพาะสายตาคมคู่นั้นที่หันมามองที่หมอก “คุณย่าหลับอยู่ ห้ามกวน ออกไปคุยกันด้านนอกดิ ทั้งสองคนเลย” ทัพพ์เดินนำก่อนที่แทนคุณจะเดินตาม โดยมีหมอกเดินตามหลังออกไปติดๆ “คุณย่าล้มตรงไหนอ่ะพี่ แล้วคุณหมอว่าไงบ้าง” “ล้มตรงพื้นต่างระดับเพราะจะเดินไปหยิบโทรศัพท์โทรหาคนบางคน” วินาทีนั้นทัพพ์มองมาที่หมอก มันทำให้คนตัวเล็กกดปลายนิ้วมือแล้วชี้เข้าหาตัวเองทันที “พี่ทัพพ์หมายถึงหมอกเหรอคะ” “แล้วใครที่บอกคนอื่นว่าป่วยแต่กลับวิ่งออกไปเที่ยวข้างนอกกัน รู้ทั้งรู้ว่าคุณย่าเป็นคนคิดมาก รู้ทั้งรู้ว่าเขาห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองยังจะมาทำให้เขาเป็นห่วงอีก เหมือนเด็กไม่รู้จักโต” ทัพพ์พูดตรงๆ ไม่หลบตา แล้วดูสภาพที่แต่งตัว ให้มันได้แบบนี้ดิวะ คนป่วยที่ไหนจะวิ่งแจ้นได้แบบนี้ “ใจเย็นพี่ทัพพ์ ดุน้องทำไมเนี่ย” “สมควรดุไหม มึงก็เหมือนกันนั่นแหละแทน ให้ท้ายจนเป็นนิสัย” “พี่ทัพพ์อยากด่าหมอกก็ด่าเลย ไม่ต้องไปว่าพี่แทนหรอก พี่แทนไม่เกี่ยว หมอกชวนพี่แทนออกเอง” “ก็สมควรแล้วไหมกับคำว่าเด็กไม่รู้จักโต ถ้าม่านรู้ว่าเธอจะออกไปข้างนอกเขาไม่ยอมออกไปหรอกเพราะเขาเป็นห่วงคุณย่า เขาไม่มีวันทิ้งคุณย่าออกไปหาความสุขให้ตัวเองแบบที่เธอทำแน่นอน พี่น้องกันแน่ไหมวะ นิสัยโคตรต่างกัน” คนด่าอาจจะพ่นทุกอย่างออกมาจากความรู้สึก แต่คนฟังยืนกลั้นน้ำตาที่เหมือนมันจะไหลออกมา “ทำไมพูดแบบนี้วะพี่ทัพพ์ หมอกไม่ได้อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นสักหน่อย ทำไมต้องว่าน้องแรงขนาดนี้ด้วย” “ก็หรือที่กูพูดมันไม่จริง” “ก็มันไม่จริงไงพี่” “ช่างเถอะพี่แทน เขาอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้เขาพูดไป หมอกรู้ว่าหมอกไม่เคยมีดีในสายตาของเขาอยู่แล้ว ถ้าเขาจะเอาหมอกไปเทียบกับพี่ม่าน อย่าว่าแต่เทียบได้เลย หมอกติดลบด้วยซ้ำ” “ก็ทำตัวเองหรือเปล่าล่ะ ม่านอยู่ดูแลคุณย่าทุกวันไม่เคยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาไม่เคยได้ออกไปเจอโลกภายนอกเลยสักครั้ง แล้วพอวันนี้เขาออกไปทำไมเธอต้องออกตามทั้งที่มันเป็นวันหยุด ที่ผ่านมายังเที่ยวไม่พอหรือไง ได้ไปเรียน ไปเจอเพื่อน ไปเที่ยว ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นที่โคตรคุ้มแล้ว หรือเกิดอิจฉาที่วันม่านได้ออกเลยจะออกบ้าง ต่อให้เป็นวันหยุดก็ไม่สนแบบนั้นใช่ไหม” “พอเถอะพี่ทัพพ์ ไปกันใหญ่แล้ว มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ” “ขอโทษแล้วกันนะคะที่ทำให้พี่ไม่พอใจ ที่โกรธเพราะต้องรีบกลับ เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองกับพี่ม่านมันน้อยลงแบบนั้นใช่ไหมคะ งั้นขอโทษละกันนะคะ ขอโทษที่หมอกเป็นสาเหตุของทุกเรื่องนั่นแหละ” หมอกยกหลังมือเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะก้าวออกมาจากตรงนั้นทันที รู้ว่าคนที่ไม่เคยอยู่ในสายตา แค่เขาเห็นหน้าก็ผิดแล้ว คอยดูเถอะ เธอจะไปให้พ้นหน้าเขา จะไม่อยู่ให้ขวางหูขวางตา ---------------- คำพูดคำจา คือบีบน้องสุดๆ เลยนะพี่ทัพพ์ รู้แหละว่ารักคนอื่นอยู่ แต่ก็ควรรู้อยู่แก่ใจด้วยนะว่าอะไรเป็นอะไร พาลหมอก หงุดหงิดใส่หมอก ใช่สิ นี่คือหมอก ไม่ใช่พี่ม่านนี่นา 😭
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD