ทัพพ์สงบสติอารมณ์อยู่ด้านนอกนานสองนานก่อนจะกลับเข้ามาในห้องถึงรู้ว่าคุณย่าตื่นแล้ว และคนที่ประกบคุณย่าแจก็เห็นจะเป็นหมอกที่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ
"นี่ก็ดึกมากแล้วนะ กลับกันได้แล้วลูก ย่าก็จะพักผ่อนแล้ว"
"ม่านอยากได้อะไรบ้าง พี่จะกลับไปเตรียมให้แล้วจะกลับมาเฝ้าคุณย่าเป็นเพื่อน" ทัพพ์ถามม่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเขาไม่มีวันปล่อยเธออยู่คนเดียวเฝ้าคุณย่าคนเดียวแน่ คืนนี้เขาจะมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ
"ไม่ต้องเตรียมอะไรเลยค่ะพี่ทัพพ์ ม่านไม่ได้อยู่เฝ้า"
"ครับ?"
"หมอกจะอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าเองค่ะ ม่านจะกลับบ้านพร้อมพี่ทัพพ์เลย" ทันทีที่ม่านเฉลย ทัพพ์ลากสายตาไปหยุดที่หมอกทันที หมอกที่ในตอนนี้ไม่มองหน้าเขา เห็นชัดว่าในหน่วยตากลมมีน้ำใสๆ หล่อเลี้ยงอยู่ ดีไม่ดีคงโกรธเรื่องที่เขาดุเธอ และเหตุผลที่ครั้งนี้ยอมอยู่เฝ้าก็คงเป็นเพราะรู้ตัวเองดี
"เดี๋ยวหมอกลงไปซื้อของด้านล่างแป๊บนะคะ ฝากอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าก่อนนะ หมอกไปแป๊บเดียว"
"ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม" แทนคุณถาม รู้ว่าน้องไม่โอเคที่ถูกดุ เห็นหน้าหงอยๆ ก็สงสารจริงๆ นั่นแหละ แต่หมอกก็ยังเป็นหมอก ถ้าไม่อยากให้ปลอบใครก็ปลอบไม่ได้
"ไม่เป็นไร หมอกไปคนเดียวได้" บอกแค่นั้นก็เดินออกมาทันที ตั้งใจจะลงไปซื้อที่ชาร์จแบตมือถือมาใช้ก่อน และคงซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ กลับขึ้นมาไว้เลยจะไม่ลงไปหลายรอบ จะอยู่ดูแลคุณย่าไม่ให้คลาดสายตาเลย
หมอกเข้าไปในร้านสะดวกซื้อของโรงพยาบาล หยิบสายชาร์จแบตและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่คิดว่าจำเป็นเช่นพวกโฟมล้างหน้า สบู่เหลวและผ้าห่มขนนุ่มขนาดกลางที่คิดว่าพอใช้ชั่วคราว มีหยิบนมและขนมติดมือมาด้วย จังหวะที่วางของทุกอย่างเตรียมจ่ายตังค์ กลับมีมือของใครบางคนยื่นเงินให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์แทนเธอ
หมอกเอี้ยวตัวกลับไปมองถึงได้เห็นว่าเป็นทัพพ์ เขากำลังก้มหน้ามองสบตาเธอเหมือนกัน
เธอไม่อยากคุยกับเขา ถ้าเขาอยากจ่ายตังค์ให้ก็จ่ายเลย เธอแค่รวบของพวกนั้นแล้วออกจากร้าน ปล่อยให้เขาจ่ายตังค์อยู่คนเดียว
แต่พอเดินหนี เขาทำธุระเสร็จก็รีบตามมาติดๆ แล้วแย่งของจากมือเธอไปถือไว้ซะเอง
“ทำอะไรของพี่เนี่ย เอาไปทำไม”
“ช่วยถือ”
“หมอกถือเองได้ พี่จะตามมาทำไม จะตามมาด่าอะไรหมอกอีก” คำถามดังพร้อมกับดวงตากลมใสที่ตวัดกลับมาจ้อง อย่าได้หวังว่าเธอจะลืมในสิ่งที่เขาพูดเอาไว้
"ไม่ได้จะตามมาด่า พี่จะถามว่าอยากได้อะไรหรือเปล่า จะใช้ให้คนที่บ้านเอามาส่ง" สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอและพี่สาวของเธอต่างกันอย่างลิบลับ ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยแม้แต่อย่างเดียว
กับพี่ม่านเขาทั้งสนใจและใส่ใจ กับเธอเขาไม่เคยแคร์
"ไม่ค่ะ"
"อะไร โกรธที่พี่ว่า?"
"ช่างมันเถอะค่ะ หมอกไม่อยากรื้อฟื้น"
"กับทุกเรื่องใช่ไหม" ถึงตอนนั้นที่ทำให้ฝ่าเท้าของหมอกชะงัก เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนตัวโตทันที
"พี่ทัพพ์จะพูดอะไร"
"ที่บอกว่าไม่อยากรื้อฟื้น หมายถึงทุกเรื่องใช่ไหม รวมถึงเรื่องเธอกับพี่ในคืนนั้นด้วย"
"รื้อฟื้นให้มันได้อะไร ทำไมหมอกต้องทำแบบนั้น"
"งั้นส่งเลขบัญชีมาจะโอนเงินให้ มันจะได้จบๆ เรื่องคืนนั้นมันหลอกหลอน พี่ไม่ชอบที่มันคาราคาซัง"
"อะไรทำให้คิดว่าใช้เงินฟาดหัวแล้วทุกอย่างมันจะจบเหรอพี่ทัพพ์" ทัพพ์ถอนหายใจให้กับความดื้อด้านของคนตรงหน้า
"พี่มาขอโทษที่ก่อนหน้านี้พูดแรงไป พี่เป็นห่วงคุณย่ามากไปหน่อย และที่พี่มาขอโทษเพราะพี่ไม่อยากให้เราสองคนมีเรื่องอะไรบาดหมางกันไปมากกว่านี้ รู้ใช่ไหมว่าพี่กำลังจะขอพี่สาวเธอแต่งงาน"
"ไม่ใช่พี่ขอไปแล้วเหรอ"
"ขอแล้ว แต่ม่านยังไม่ตอบตกลงที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน"
"อ๋อ เพราะแบบนี้พี่เลยโกรธหมอกมากใช่ไหม เพราะพี่คิดว่าหมอกเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่ม่านยังไม่ตกลงและพี่เองก็ยังไม่สบายใจ"
"พี่ยอมรับ" หมอกมองหน้าทัพพ์ด้วยสายตาราบเรียบ มาถึงตอนนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าเขารักพี่สาวของเธอมากแค่ไหน
"พี่รักพี่สาวเธอมากนะ พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลพี่สาวเธอให้ดีที่สุด จะไม่มีวันทำให้พี่สาวเธอต้องเสียใจเพราะพี่แน่นอน"
"พี่ควรไปบอกพี่ม่านเอง ไม่จำเป็นต้องมาบอกหมอก"
"พี่ไม่รู้ว่าเรื่องคืนนั้นของเรามันทำให้เธอคิดหรือรู้สึกแบบไหน พี่เลยอยากคุยกับเธอก่อน พี่มองเธอเป็นเหมือนน้องสาว ทั้งเป็นน้องสาวของม่านและเป็นน้องสาวของพี่เอง ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่นไปเลยจริงๆ เรื่องคืนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ พี่แค่ไม่รู้ว่าเป็นเธอจริงๆ นะหมอก"
"ช่างเถอะ ลืมๆ มันไปเถอะ" หมอกเบือนหน้าหนี ต่อให้พูดเรื่องนี้ไปอีกกี่สิบรอบ ความรู้สึกของเธอมันก็คงจะเหมือนเดิม เพราะอีกคนเลือกที่จะยืนยันคำเดิมคือแค่พลาด ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
"ตอนที่พี่ขอม่านแต่งงาน ม่านดูลังเลอยู่บ้าง เป็นไปได้ไหมที่เขาจะห่วงเธอเลยยังไม่กล้าคิดเรื่องแต่งงาน"
"การที่พี่ม่านจะแต่งงานมันไม่เกี่ยวกับหมอก"
"เพราะคำว่าห่วงไง บางทีถ้าเธอมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ม่านอาจจะตัดสินใจได้เร็วกว่านี้"
"พี่หมายถึง?"
"ถ้าเธอมีแฟนหรือคบใครสักคนจริงๆ พี่สาวเธอก็อาจจะสบายใจไง"
"พูดแบบนี้คืออยากให้หมอกมีแฟนสินะ คงไม่ใช่เพราะเหตุผลที่อยากให้พี่ม่านสบายใจอย่างเดียวมั้ง พี่กลัวว่าหมอกจะเข้าไปวุ่นวายกับพี่มากกว่า กลัวหมอกตามตอแย กลัวหมอกไม่จบเหรอ กลัวหมอกพูดเรื่องคืนนั้นหรือไง"
"พี่ยอมรับก็ได้ว่าใช่" ทัพพ์สบตากับคนตรงหน้านิ่งๆ นิสัยหมอกเหนือความคาดหมายเสมอ บางครั้งเขาก็เดาเธอไม่ออก และไม่อยากเสี่ยงเหมือนกัน ไม่อยากเสี่ยงกับอะไรทั้งนั้น เขาไม่โอเคหรอกหากต้องเสียม่านไป
“ไม่ลองคบใครสักคนดูล่ะ ไม่อยากมีแฟนเหรอ”
“มันเป็นเรื่องของหมอก”
“เดี๋ยวก็เรียนจบแล้วนี่ จะมีแฟนมันก็เรื่องปกติแหละ ไม่มีใครว่าหรอก มีได้เลย อีกเดี๋ยวม่านก็แต่งงานกับพี่ จากนี้จะไม่มีใครดูแลเธอแล้วนะ”
“แต่งไปเลย ถ้าพี่สองคนพร้อมก็แต่งได้เลย บอกแล้วไงว่าการแต่งงานของพวกพี่สองคนมันไม่เกี่ยวกับหมอก ส่วนเรื่องแฟน ไว้พร้อมเมื่อไหร่หมอกมีเองไม่ต้องรอให้พี่มาบอกหรอก”
“พี่หวังดี”
“เก็บความหวังดีของพี่คืนไปเถอะ หมอกไม่ต้องการ”
“งั้นสัญญากับพี่นะว่าจะไม่ปริปากพูดเรื่องคืนนั้นของเรา” ทัพพ์ดึงแขนเธอไว้แล้วถามเพื่อความแน่ใจ เขาเห็นว่าตาหมอกมันแดงๆ เหมือนคนจะร้องไห้ แต่เขาไม่ได้แคร์เธอขนาดนั้น
“สัญญานะ ว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องของเรา เรื่องเหี้ยๆ นั่นมันจะเป็นความลับตลอดไป”
“อือ เรื่องเหี้ยๆ นั่นมันจะเป็นความลับตลอดไป” ในเมื่อทัพพ์ต้องการแบบนั้นเธอก็ยินดีให้ตามคำขอ ไม่ต้องห่วงหรอก เธอจะให้มากกว่าที่เขาขอ ถ้าเขาต้องการให้เธอมีแฟนเพราะลึกๆ แล้วเขาไม่สบายใจ กลัวเธอตามตอแย เพราะสุดท้ายพวกเราต้องเห็นหน้ากันทุกวัน แต่จะทำมากกว่าการมีแฟน นั่นคือการย้ายออกมาจากบ้านหลังนั้น เดี๋ยวจะบอกคุณย่าว่าเรียนหนัก ขอย้ายออกไปอยู่คอนโดเอง