“นานเหมือนกันเนาะ งั้นทริปนี้เราเที่ยวให้เต็มที่เลยดีมั้ยน้องเฟย์พี่เคยมาเที่ยวกับเพื่อนแต่ยังไม่ทั่วหัวหินเลยจ้ะ” ทิพพาพูดกับน้องสาวอย่างอ่อนหวานทั้งที่ในใจหมั่นไส้ที่มีแต่คนเอาใจ
“ดีค่ะพี่ปิ๋ม เฟย์กับยัยอุ๋ยวางแผนไว้แล้วว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างรับรองว่าป๊ากับคุณแม่และพี่ปิ๋มต้องชอบแน่ๆค่ะ” เด็กสาวยืนยันว่าต้องสนุกแน่ๆ
ธนินท์กับภรรยามองหน้ากันแล้วยิ้มเมื่อได้ยินสองสาวคุยกันเรื่องเที่ยวอย่างสนุกสนานไม่ว่าจะผ่านตรงไหนก็อยากแวะเที่ยวทั้งตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวกและอีกหลายที่จนพูดถึงไม่หมดก่อนจะคอพับคออ่อนหลับไปด้วยความง่วง
“ดูลูกเฟย์สิคะคุณพี่กินอิ่มแล้วก็หลับ” จีสุดาพูดถึงลูกสาวอย่างมีความสุขมองร่างอวบปรับเบาะนอนกอดหมอนอิงมีหลานสาวนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เบาะข้าง
“ลูกเฟย์กำลังโตน่ะคุณจี ปล่อยให้ใช้ชีวิตในวัยเรียนวัยเด็กเต็มที่พอเรียนจบแล้วทำงานก็แทบจะไม่มีเวลาเที่ยวแล้วล่ะ” ธนินท์หันไปมองลูกสาวแล้วยิ้ม
“เรื่องจริงค่ะคุณลุงนินท์ ยิ่งเรียนมหาลัยก็เรียนเยอะแทบไม่มีเวลาไปเที่ยวเลยค่ะ” ทิพพาบอกลุงกับป้าว่าเรียนมหาลัยนั้นหนักกว่าเรียนมัธยมและเธอก็พยายามทำให้ทั้งสองเห็นว่าเก่งพอที่จะช่วยดูแลงานที่บริษัท
“สมัยลุงเรียนก็ไม่เยอะเหมือนสมัยนี้นะบางคนมีเงินยังสามรถซื้อวุฒิการศึกษาได้เลย ดีหน่อยที่เมืองนอกทำไม่ได้แล้วลูกเฟย์ก็ตั้งใจเรียนไม่งั้นลุงต้องหนักใจแน่เลยลูก หนูปิ๋มก็ตั้งใจเรียนนะลูกจะได้มาช่วยงานลุง” ธนินท์พูดกับหลานสาว
“ค่ะคุณลุงปิ๋มจะตั้งใจเรียนค่ะ “ ทิพพาตอบลุงเพราะเธอตั้งใจไว้แล้วจะเป็นผู้บริหารบริษัทศิวานนท์ แลนด์ แอนด์ ปาร์ค จำกัด (มหาชน) ตามที่พ่อได้สัญญาไว้ว่าเธอจะได้เป็นทายาทของศิวานนท์ไม่ใช่เภตรา
ครอบครัวของเภตราใช้เวลาสามชั่วโมงกว่ารถตู้คันใหญ่ก็ถึงโรงแรมหรูของเพื่อนนักธุรกิจที่ธนินท์ให้เลขาจองไว้สำหรับครอบครัวของเขากับเพื่อนรักในวันพักผ่อนที่หาได้ยากกว่าจะมาพร้อมกันได้แบบนี้
“น้องเฟย์คะถึงทะเลแล้วจ้ะ” ทิพพาเรียกน้องสาวเมื่อรถจอดลงหน้าโรงแรมและรถพ่อของเธอก็จอดต่อท้าย
“ถึงแล้วเหรอคะ” เภตราลืมตาตื่นเมื่อได้ยินญาติสาวเรียก
“ใช่จ้ะลูกเฟย์ ป่านนี้หนูอุ๋ยคงถึงแล้วมั้งลูก”
“จริงค่ะคุณแม่ งั้นเฟย์โทรหายัยอุ๋ยก่อนนะคะ” เภตราล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาโทรหาเพื่อนที่บอกว่ามาถึงเมื่อชั่วโมงก่อนตอนนี้อยู่ที่ห้องและจะลงมาหาเธอ
“หนูอุ๋ยว่ายังไงจ้ะลูกเฟย์”
“อุ๋ยมาถึงแล้วค่ะคุณแม่และกำลังลงมาหาเฟย์ค่ะ” เภตราตอบแม่แล้วลงจากรถลงไปยืนข้างท่าน
“งั้นไปเช็คอินเถอะลูกเฟย์” ธนินท์พยักหน้าให้พวงร้อยกับนำชัยคนสนิทที่ขับรถและดูแลความปลอดภัยให้จัดการเรื่องกระเป๋าเดินทาง
“ค่ะป๊า ไปค่ะคุณแม่” เด็กสาวคล้องแขนพ่อแม่คนล่ะข้างเดินเข้าไปในโรงแรมหรูเพื่อเช็คอินมีพี่เลี้ยงกับคนสนิทของพ่อดูแลกระเป๋าตามหลังไปพร้อมกับพนักงานที่มาต้อนรับลูกค้าวีไอพีที่เจ้านายสั่งตรงมาว่าบริการให้ดีที่สุดเพราะเป็นเพื่อนกัน
“ คุณกับลูกเข้าไปก่อนผมขอรับโทรศัพท์ก่อน” ระสินบอกภรรยาเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ใครโทรมาคะ”
“ไปเช็คอินรอเถอะคุณพัชเดี๋ยวค่อยคุยกัน” ระสินพูดจบก็เดินออกไปหน้าโรงแรมมองซ้ายมองขาวเมื่อไม่เห็นมีใครจึงรับโทรศัพท์
“ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าจะโทรหาเอง” หนุ่มใหญ่ตะคอกถามตามสายด้วยความไม่พอใจคนโทรมาตอนนี้เพราะกลัวแผนที่วางไว้จะพัง
“คือว่าตอนนี้รถของผมเสียอยู่ที่ชะอ่ำอาจจะถึงค่ำหน่อยเราคงต้องวางแผนกันใหม่ครับ” เสียงห้าวดุดันดังมาตามสายด้วยความไม่พอใจเช่นกันเมื่อถูกตะคอก
“ทำไมเป็นแบบนี้วะ ก็ได้ๆถ้าพวกแกมาถึงก็โทรหาฉันด้วย” ระสินหัวเสียเมื่อไม่เข้าแผนการที่เขาวางไว้เพราะลูกน้องทำเสียแผนเขาจึงต้องคิดแผนใหม่ก่อนจะวางสายแล้วเดินเข้าไปในโรงแรมสมทบกับพี่ชายและภรรยาที่เช็คอิน
“ยัยเฟย์”
“ยัยอุ๋ย”
สองสาวทักทายกันอย่างดีใจที่ได้เจอกันทั้งที่ห่างกันไม่ถึงสี่วันเลยทำเอาพ่อแม่ของเภตรายิ้มมองสองเพื่อนซี้ดีใจที่ได้เจอกัน
“สวัสดีค่ะคุณลุงนินท์คุณป้าจี คุณอาสิน คุณอาพัชพี่ปิ๋ม” อรนายกมือไหว้พ่อแม่อาและญาติสาวของเพื่อน
“สวัสดีหนูอุ๋ย เอ้ ลุงไม่เจอแค่ไม่กี่เดือนเองสวยขึ้นจนลุงจำไม่ได้แน่ะ” ธนินท์พูดกับลูกสาวของเพื่อนและยิ้มให้หลานสาวคนสวย
“ขอบคุณค่ะคุณลุงนินท์ งั้นอุ๋ยขอตัวยัยเฟย์ไปเล่นน้ำเลยนะคะ” คนอยากเล่นน้ำทะเลขออนุญาตพ่อของเพื่อนเพื่อไปเล่นน้ำทะเล
“ตามสบายเลยลูก เดี๋ยวลุงจะชวนพ่อของหนูไปเล่นด้วย” ธนินท์มองสาวน้อยทั้งสองแล้วยิ้มก่อนจะชวนภรรยาเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะโทรหาเพื่อนชวนมาดื่มกาแฟ
“พี่ปิ๋มไปด้วยกันมั้ยคะ” เภตราชวนพี่สาว
“น้องเฟย์ไปกับน้องอุ๋ยเถอะเดี๋ยวเย็นๆพี่จะลงไปเล่นด้วยจ้ะ” ทิพพาปฏิเสธเพราะเธอไม่ชอบอากาศร้อนแสงแดดจ้าแบบนี้กลัวผิวจะเสียและอีกอย่างเธออยากไปเล่นน้ำกับอนาวิลมากกว่าเพราะตอนนี้เขาฮอตที่สุดในมหาลัยและยังเป็นเดือนคณะวิศวะทั้งหล่อเท่เป็นลูกชายนักธุรกิจชื่อดังร่ำรวย
“งั้นไปเปลี่ยนชุดกันก่อนนะเฟย์” อรนาบอกเพื่อนแล้วก็พากันไปห้องพักเพราะเธอกับเภตราพักด้วยกัน
"เดี๋ยวน้าร้อยเอากระเป๋าไปให้นะคะคุณหนู"
"ขอบคุณค่ะน้าร้อย" เภตราเดินไปพร้อมกับเพื่อนมีพวงร้อยลากกระเป๋าเดินตามไปส่งคุณหนูของเธอถึงห้องพักและพวงร้อยก็พักห้องติดกันกับเภตรา
เมื่อเปลี่ยนชุดแล้วทั้งสองก็ลงไปนั่งเล่นชายหาดรอให้แสงแดดอ่อนลงก่อนถึงจะลงเล่นน้ำโดยที่เภตราใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นส่วนสาวมั่นอย่างอรนาใส่ชุดว่ายน้ำวันพีชแล้วสวมเสื้อตัวยาวทับอีกชั้นหนึ่งนั่งเล่นบนเก้าอี้ชายหาดมีพวงร้อยนั่งเป็นเพื่อนคุณหนูกับเพื่อน
“นั่นพี่ปิ๋มกับพี่โอ้ตนี่” เภตราเห็นพี่ชายของเพื่อนเดินไปออกมาจากโรงแรมด้วยกัน
“อ่อ,พี่โอ้ตบอกว่ากำลังคุยกับพี่ปิ๋มอยู่น่ะแก” พี่ชายบอกว่ากำลังคุยกับทิพพาแต่พ่อกับแม่ของเธอบอกว่าให้คบกันไปก่อนเรียนจบเมื่อไหร่ค่อยคิดเรื่องแต่งงานตอนนี้ยังเด็กอยู่
“ก็เหมาะสมกันดีนะ พี่ปิ๋มก็สวยพี่โอ้ตก็หล่อเนาะแก” เภตราพูดกับเพื่อนแล้วสองสาวก็ยิ้มให้กันและคุยกันถึงเพื่อนรักอีกคนที่จะมาถึงเมืองไทยตอนที่เธอกลับกรุงเทพและพลาดมาเล่นน้ำทะเลแต่คุยกันไว้ว่าก่อนมารีน่ากลับสิงคโปร์จะมาเล่นน้ำที่หัวหินกันอีกครั้ง
ธนินท์กับจีสุดาก็ลงมานั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนที่ร้านกาแฟของโรงแรมที่มองเห็นชายหาดเพื่อดูลูกๆเล่นน้ำและคุยกัน
“ฉันได้ข่าวว่านายสินเข้าบ่อนของนายเหว่ยที่เชียงรายนะนินท์เห็นว่าเสียไปเยอะเหมือนกันไหนว่าน้องชายแกเลิกเล่นแล้วไง” ธนาคมบอกเพื่อนหลังจากที่คนรู้จักเจอระสินที่บ่อนในประเทศเพื่อนบ้านติดชายแดนไทยที่สามเหลียมทองคำซึ่งมีชาวจีนเป็นเจ้าของ
“จริงเหรอคม ช่วงนี้งานเยอะและนายสินมันสนใจงานไม่เหลวไหลก็เห็นไปทำงานปกตินะ” ธนินท์ตอบเพื่อนเขาไม่รู้จริงๆว่าน้องชายกลับไปเล่นการพนันหลังจากเขาใช้หนี้ให้ไปสิบห้าล้านเมื่อห้าปีก่อนและให้คนติดตามดูมาตลอดและเพิ่งให้เลิกตามไปเมื่อสองปีก่อนเมื่อเห็นว่าน้องชายตั้งใจทำงานจึงเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารงานทั่วไปและน้องสะใภ้เป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินมีนายพันยศพ่อของเธอเป็นผู้บริหารฝ่ายการบัญชีของบริษัท
“นายก็ลองให้คนตามดูละกันเดี๋ยวนายสินมันจะไปสร้างหนี้ทิ้งไว้ให้นายเดือดร้อนอีก” ธนาคมเตือนเพื่อนด้วยความหวังดีเพราะคราวก่อนก็สร้างหนี้ทิ้งไว้ให้พี่ชายชดใช้ให้สิบกว่าล้าน
“ขอบใจมากนะคม เดี๋ยวฉันจะให้คนตามดู เฮ้อ,มันยังไม่เข็ดอีกหรือไงนะ” ธนินท์ขอบใจเพื่อนแล้วถอนหายใจถ้าพ่อไม่ฝากให้เขาช่วยดูแลน้องชายป่านนี้เขาตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว
“แล้วตาโอ้ตกับหนูปิ๋มเค้าคุยกันจริงเหรอรส” จีสุดาถามเพื่อนเพราะเห็นท่าทางของสองหนุ่มสาวคุยกันกระหนุงกระหนิง
“ตาโอ้ตบอกฉันอย่างนั้นนะ ฉันไม่ได้รังเกียจหนูปิ๋มนะคุณนินท์ จี แต่ขอให้คบกันไปก่อนเอาไว้เรียนจบค่อยมาคุยกันตอนนี้พวกเขายังเด็กเกินไป” รสมาลีตอบเพื่อนเธอแยกแยะออกระหว่างพ่อแม่กับลูกเท่าที่เห็นทิพพาก็เป็นเด็กดีขยันเรียนส่วนพ่อแม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง
“ดีแล้วล่ะคุณรส รอให้เด็กๆเขาเรียนจบก่อนละกันถ้ารักกันจริงก็คงรอกันได้จริงมั้ยคม” ธนินท์พูดแล้วยิ้มเขากับธนาคมคบกับภรรยามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยจนเรียนจบถึงได้แต่งงานไล่ๆกันและคบกันมาจนถึงทุกวันนี้
ทุกคนก็คุยกันไปตามประสานักธุรกิจที่เห็นอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดก่อนระสินกับพัชรินมาร่วมวงคุยด้วยจนเย็นก็พากันลงไปเล่นน้ำกับลูกสาวส่วนระสินกับพัชรินขอนั่งดื่มรอ
เวลาผ่านไปสองวันที่เภตรามีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวพักผ่อนพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ที่นานๆจะได้มาพร้อมกันทั้งครอบครัวของอาและครอบครัวของเพื่อนรักอีกแต่วันนี้พ่อกับแม่ของเธอต้องกลับกรุงเทพกันแต่เช้า
“น้องเฟย์อยู่เที่ยวต่อกับหนูอุ๋ยก่อนนะลูก ป๊ากับแม่มีง่านด่วนต้องรีบกลับไปจัดการถ้าเสร็จแล้วจะรีบกลับมา” ธนินท์บอกลูกสาวหลังจากเมื่อเช้าเขาได้รับเอกสารจากผู้บริหารตรวจสอบบัญชีได้เห็นความผิดปกติของบัญชีและคำนวนแล้วจำนวนเงินสูญหายไปห้าร้อยกว่าล้านในช่วงสองปีที่ผ่านมาซึ่งคนยักยอกมันทำได้แนบเนียนมากกว่าจะจับได้ก็เสียหายไปเยอะเขาจึงต้องรีบกลับไปจัดการจึงไม่กินอาหารเช้าและให้คนสนิทเตรียมรถออกเดินทางเวลาแปดนาฬิกา
“ว้า,เสียดายจังเลยค่ะป๊า เฟย์คิดว่าอาทิตย์นี้เราจะได้เที่ยวกันให้สนุกไปเลย” เภตรายิ้มให้พ่อแม่และเข้าใจว่างานคงจะด่วนจริงท่านถึงได้เคร่งเครียดและต้องกลับกรุงเทพด่วน
“หากเสร็จงานแล้วแม่กับป๊าจะรีบมาหาลูกเฟย์นะคะ ยังไงก็มีลุงคมป้ารสพี่โอ้ตและหนูอุ๋ยอยู่ด้วยลูกคงไม่เหงาจริงมั้ยจ้ะ” จีสุดาก็ไม่อยากไปแต่ว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้บริษัทสูญเสียหลายร้อยล้านถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นพันล้านก็ได้
“ค่ะคุณแม่ เฟย์จะรอนะคะ” เภตรากอดแม่และพ่อ
"ฉันฝากลูกเฟย์ด้วยนะคุณร้อย" จีสุดาบอกพี่เลี้ยงของลูกสาว
"คุณจีกับคุณนินท์ไม่ต้องเป็นห่วงคุณหนูค่ะ ร้อยจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุดค่ะ" พวงร้อยตอบเจ้านายถึงพวกเขาไม่บอกเธอก็จะดูแลคุณหนูด้วยชัีวิตของเธอ
"ขอิบใจมากคุณร้อย งั้นไปเถอะคุณจีเดี๋ยวจะสาย" ธนินท์พูดก่อนจะลงไปส่งท่านทั้งสองที่รถสามคนพ่อแม่ลูกเดินลงไปถึงล็อบบี้ก็เจอธนาคมกับภรรยาและลูกทั้งสองรอส่งเขา
“มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะนินท์” ธนาคมบอกเพื่อนหลังจากได้คุยกันเมื่อเช้าและคนที่เขาสงสัยก็มีแต่พันยศกับระสินและพัชรินผู้ที่เกี่ยวข้องทางฝ่ายบัญชีที่ซัดทอดถึงแล้วทำให้เพื่อนของเขาเครียดที่ต้องดำเนินคดีกับน้องชายหากหลักฐานทั้งหมดเป็นความจริง
“ฉันฝากลูกเฟย์ด้วยนะคม คุณรส เสร็จธุระแล้วฉันจะรีบมา”
“ลูกเฟย์ดูแลตัวเองด้วยนะลูก ไปเถอะคุณพี่เดี๋ยวจะไม่ทันประชุม” จีสุดาบอกสามีเพราะเธออยากจัดการให้มันจบๆไป เธอไม่คิดว่าระสินจะกล้าทำแต่คนที่ติดการพนันและโลภมากอย่างระสินคงไม่หยุดหากไม่จัดการขั้นเด็ดขาดและพัชรินก็ต้องรู้เรื่องด้วยเพราะเป็นสามีภรรยากัน
“ฉันไปนะคม ฝากลูกเฟย์ด้วยเพื่อน” ธนินท์ย้ำกับเพื่อนถึงสองครั้งด้วยความเป็นห่วงลูกสาว
“ไม่ต้องห่วงทางนี้นะนินท์ นายไปทำงานให้เรียบร้อยแล้วเราจะไปล่องเรือตกหมึกตกปลากันตามที่เราแพลนไว้ไง” ธนาคมตบไหล่เพื่อนเบาๆเขาไม่คิดว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับเพื่อนรักทั้งสอง
“ขอบคุณมากนะรส คุณคม แม่ไปนะลูกเฟย์” จีสุดากอดลูกสาวอีกครั้งแล้วเดินไปพร้อมกับสามีเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ
“แกไม่ต้องห่วงหรอกเฟย์เดี๋ยวคุณลุงนินท์กับคุณป้าจีเสร็จธุระแล้วกลับมาเราก็จะได้ไปตกปลากัน” อรนากอดเพื่อนที่มองตามพ่อแม่ตาละห้อย
“วันนี้น้องเฟย์อยากไปเที่ยวไหนพี่โอ้ตจะบริการเต็มที่เลยครับ” อนาวิลเห็นหน้าเศร้าของน้องสาวก็อดสงสารไม่ได้จึงอาสาพาเที่ยว
“ดีเลยลูก วันนี้ให้พี่โอ้ตพาน้องเฟย์กับน้องอุ๋ยไปเที่ยวเต็มที่เลยจ้ะ” รสมาลีบอกลูกชายวันนี้เธอจะปล่อยให้เด็กๆไปเที่ยวกันเอง
“ปิ๋มขอไปด้วยคนได้มั้ยคะ” ทิพพาเดินมาหาน้องสาวและเพื่อนชายที่เธอกำลังคุยกันอยู่
“อ้าว,หนูปิ๋มไม่ได้กลับกรุงเทพพร้อมพ่อแม่เหรอจ้ะ”
“ค่ะคุณป้ารส คุณพ่อคุณแม่ให้ปิ๋มอยู่เป็นเพื่อนน้องเฟย์ค่ะ” ทิพพาตอบแม่ของเพื่อนชายอย่างอ่อนหวานกิริยามารยาทงามต้องยกให้ทิพพาที่เสแสร้งตีสองหน้าได้เก่งพอๆกับพ่อแม่ของเธอ
“ดีจ้ะ น้องเฟย์จะได้ไม่เหงา”
“โอ้ตจะพาน้องๆไปเที่ยวไหนก็บอกพ่อกับแม่ด้วยนะลูก” ธนาคมบอกลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“ครับพ่อ”
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวไปเที่ยวส่วนธนาคมกับภรรยาไปดื่มกาแฟและคุยเรื่องที่เกิดขึ้นในบริษัทของเพื่อน ฝ่ายระสินรู้เรื่องจากพ่อตาก็ทำให้เขาร้อนใจและต้องรีบจัดการพี่ชายให้จบไม่งั้นเขาคงจบเห่เพราะพ่อตาปฏิเสธที่จะช่วยทั้งที่ได้เงินเยอะกว่าเขาและโยนความผิดมาให้เขาคนเดียว
“พ่อคุณทำแบบนี้ได้ยังไงพัช เงินก็ได้เยอะกว่าผมแต่โยนความผิดมาให้ผมคนเดียว บัดสบจริงๆ” ระสินพูดด้วยความโมโหและโกรธพ่อตา
“คุณก็ฟังก่อนสิคะสิน คุณพ่อบอกว่ายังไงพี่นินท์ก็ไม่ทำอะไรคุณหรอกเพราะเป็นน้องแต่ถ้ามีคนอื่นร่วมด้วยเราจะติดร่างแหไปกันหมดแล้วทีนี้ลูกปิ๋มของเราจะทำยังไง สินเชื่อคุณพ่อเถอะท่านคิดการณ์ไกลไม่งั้นไม่อยู่มาจนถึงป่านนี้หรอกแล้วเรื่องนั้นคุณจะทำยังไง” พัชรินบอกสามีตามที่พ่อวางแผนไว้และถามสามีถึงเรื่องที่จะจัดการพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเขาโดยใช้วิธีอย่างแยบยลเพื่อไม่ให้ใครจับได้และคนที่เขาจ้างใช้งานก็มาจากชายแดนสามเหลี่ยมทองคำที่เพื่อนแนะนำให้ว่างานจบทุกอย่างจบไม่มีใครตามหาร่องรอยเจอแน่นอน
“ผมจัดการเองคุณไม่ต้องห่วงยังไงผมไม่ยอมถูกจับหรอก” ระสินคิดว่าครั้งนี้พี่ชายคงไม่ปล่อยเขาแน่เพราะมันทำให้บริษัทเสียหายและองค์กรใหญ่ระดับมหาชนจะเกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้และคนผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายและถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย
“กริ้งๆๆๆ..”
“ว่าไง ดีมาก งั้นแกก็รออยู่ตรงนั้นและเดี๋ยวฉันจะขับรถไปเรื่อยๆมีอะไรก็โทรหาฉัน” ระสินพูดจบก็วางสายเมื่อแผนการของเขากำลังดำเนินไปด้วยดีตอนนี้พี่ชายกับพี่สะใภ้กำลังเดินทางออกจากโรงแรมมีรถของลูกน้องนายส่วยผู้รับงานขับตามหลังมาและคอยประสานงานมาตลอดทางจนกว่าจะถึงจุดหมายที่ได้วางไว้
“เรียบร้อยใช่มั้ยคะสิน” พัชรินถามสามีอย่างตื่นเต้นหากงานครั้งนี้สำเร็จเธอกับสามีก็จะได้ครอบครองบริษัทของพี่ชายทั้งหมดเพราะเป็นญาติคนเดียวของเภตราและเป็นน้องชายของธนินท์คิดแล้วก็มีความสุขยังไงพ่อของเธอก็มีพรรคพวกในบริษัทมากพอที่จะยกมือให้ระสินขึ้นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดหรือประธานบริษัท
“ยังไม่รู้พวกมันยังไม่ลงมือ” ระสินตอบภรรยาและเลี้ยวรถเข้าปั้มน้ำมันเมื่อขับรถไปไม่ไหวเหงื่อแตกพลั่กเขาทั้งกลัวทั้งลุ้นว่างานจะสำเร็จหรือเปล่า
“ถ้าไม่สำเร็จล่ะคะสิน เราจะทำยังไงกันดี” พัชรินก็เป็นกังวลและกลัวความผิดที่เธอร่วมมือกับสามีและพ่อยักยอกทรัพย์ของบริษัทจนถูกจับได้
“หุบปากไปเลยพัช ฉันกำลังใช้สมาธิ” ระสินตะคอกใส่ภรรยาแล้วจอดรถในปั้มน้ำมันเพื่อรอฟังผลงาน
“ฉันกลัวนี่คะ” พัชรินก็หน้าซีดมองสามีที่มือไม้สั่นเหงื่อแตกพลั่กนี่เป็นครั้งที่สองที่พวกเขาวางแผนทำร้ายพี่ชายเพื่อต้องการครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของศิรานนท์
“จะกลัวทำไมถ้างานนี้สำเร็จเราจะรวยกันไปตลอดชีวิตแล้วคุณทำตัวให้เป็นปกติคนจะไม่ได้สงสัย” ระสินบอกภรรยา เขาให้ลูกสาวอยู่ที่หัวหินเป็นเพื่อนเภตราเพื่อไม่ให้ใครสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้และเขาคิดว่าจะสำเร็จแน่นอน “ลงไปซื้อกาแฟก่อนเถอะพัชหากเกิดอะไรขึ้นคนจะได้ไม่สงสัยพวกเรา” สองสามีภรรยาลงจากรถไปเข้าห้องน้ำและแวะซื้อกาแฟก่อนจะกลับขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อและขับไปเรื่อยๆจนถึงจุดนัดหมายเขาก็โทรหานายส่วยว่างานไปถึงไหนแล้วและคำตอบที่ได้คืออีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเขาเขาจะได้รับข่าวดีแน่นอน
รถตู้หรูคันใหญ่แล่นไปตามถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพเกือบชั่วโมงโดยไม่แวะพักเพราะอยากถึงกรุงเทพเร็วๆเพื่อจัดการเรื่องงานให้เสร็จ
“ขับเร็วกว่านี้อีกหน่อนสินำชัย” ธนินท์บอกคนสนิทที่ติดตามเขาเป็นเงาทั้งขับรถและรักษาความปลอดภัยซึ่งนำชัยทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด
“เร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับคุณนินท์” นำชัยบอกเจ้านายที่เร่งเขาขับรถถ้าเร็วกว่านี้เขาต้องได้ใบสั่งแน่นอน
“ใจเย็นๆสิคะคุณนินท์ อีกสองชั่วโมงเราก็ถึงแล้วค่ะ” จีสุดาปลอบสามีให้ใจเย็นๆ
“ผมใจเย็นที่สุดแล้วนะคุณจี หากข่าวนี้แพร่ออกไปเราจะเสียหายมากแค่ไหน คราวนี้ผมไม่ใจดีอีกแล้วหากหลักฐานชัดเจนผมจะดำเนินคดีกับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น” ธนินท์พูด้วยความโกรธน้องชายทำลายความเชื่อใจที่เขามีให้จนหมดเพราะเขาใจดีมานานแล้วจนน้องชายได้ใจ เขาคิดว่าระสินปรับปรุงตัวเองแล้วจึงไว้ใจไม่คิดว่าจะมาแว้งกัดทั้งที่เขาช่วยเหลือมาตลอด
“จีรู้ค่ะ คุณนินท์ต้องใจเย็นอย่าวู่วามเรายังไม่เห็นหลักฐานชัดเจนว่าจริงหรือไม่หากเราพูดไปจะไม่เป็นผลดีเชื่อจีนะคะ” จีสุดาบอกสามีและพี่สาวของเธอก็เคยเตือนแล้วว่าอย่าไว้ใจระสินเพราะเขาเล่นการพนันยังไงก็เลิกไม่ได้แน่และสุดท้ายก็จริง
“นำชัยอย่าลืมให้คนติดตามนายสินนะว่ามันยังไปเล่นอีกหรือเปล่า” ธนินท์บอกคนสนิทอย่างหนักใจเรื่องงานเขายังพอแก้ไขได้แค่นำเงินที่หายไปเข้าไปโปะไว้เหมือนเดิมแต่ความไว้ใจที่มีให้น้องชายมันหมดไปแล้ว เขาเชื่อร้อยเปอร์เซ็นว่าระสินมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องยักยอกจริง
“ครับ เฮ้ยย!..คุณนินท์คุณจีระวังครับบ..”
“เฮ้ยย!..หลบซ้ายยย..”
“เอี้ยดดด...โครมมม..”.........