มีแฟนหรือยัง?

2103 Words
“มีแฟนหรือยัง” คำถามแรกจากย่าหยาพาให้ทั้งตัวคีตะวันและกรรมการงุนงงและพากันมองไปที่แม่นางพญาชุดแดงเพลิงโดยพร้อมเพรียงกัน   “มันสำคัญนะ ถ้ามีแฟนแล้วจะโยงเข้าคำถามต่อไปในเรื่องเวลาทำงาน ถ้าน้องทำงานล่วงเวลาหรือต้องทำงานทุกวันจนไม่มีเวลาจะรับได้ไหม”  คนมีไหวพริบอย่างย่าหยาพาตัวเองหลุดพ้นจากคำครหาได้อย่างไม่มีข้อสงสัย กรรมการทุกคนต่างพยักหน้าเข้าใจกับข้อหักล้างที่แม่ประธานคนสวยเตรียมมาอย่างไม่ติดใจอะไรทั้งสิ้น “ไม่มีครับ ผมโสด และพร้อมทำงานล่วงเวลาได้ตลอดครับ..” คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้ย่าหยาอยากได้เด็กคนนี้มาฝึกมากเหลือเกิน มากไปกว่านั้นคือเธออยากจะกินเหยื่อตรงหน้าจะแย่ “รู้ใช่ไหมคะว่ารูปลักษณ์มีผลกับการทำงาน” ผู้หญิงมีอายุที่นั่งอยู่มุมขวาของโต๊ะพูดขึ้น “ครับ” “แล้วรู้ใช่ไหมคะว่าวันนี้คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลย” เธอพูดต่อ คีตะวันเพียงพยักหน้ารับด้วยรู้ตัวเองดี “ขออนุญาตนะคะ...  ย่าว่าตรงนี้ไม่สำคัญกับย่าเท่าไหร่ เพราะย่าเองก็ไม่ได้แต่งตัวเรียบร้อย” ด้วยเธอแต่งกายตามความพอใจของเธอเท่านั้น เพราะการแต่งกายไม่ใช่ตัวกำหนดว่างานที่ทำดีหรือไม่  “แต่งานของย่าก็เรียบร้อยครบถ้วนและสมบูรณ์ทุกงาน อยากให้คุณอรสุรางค์ปรับมุมมองเรื่องนี้หน่อย  เปิดใจรับ ถ้าอ่านในแฟ้มประวัติกับเรซูเม่ของน้องคนนี้จะรู้ว่าเขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีความสามารถ ส่วนเรื่องการแต่งตัวมันอยู่ในส่วนของ........รสนิยม” คีตะวันเบิกตากว้าง เขาค่อนข้างสนใจทัศนคติของผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว ไม่บ่อยนักหรอกที่จะเห็นคนระดับผู้บริหารมีความคิดแบบนี้ การแต่งตัวที่ใครๆ ก็ให้ความสำคัญตลอดว่าต้องเนี้ยบ ต้องเรียบร้อย  จนมองข้ามความสามารถไปเสียหมด  ดวงตาคมเข้มเผลอมองการแต่งตัวของคนพูดอย่างไม่ตั้งใจ ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับชุดสีแดง  รอยผ่าที่ขาเผยให้เห็นโคนขาขาวลึกขึ้นไปจนน่าจ้องมองเป็นที่สุด  ความสนใจจึงก่อเกิดกับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว “ถ้าได้ฝึกที่นี่ คิดว่าจะทำงานที่นี่ต่อเลยหรือเปล่า” ย่าหยาถามต่อ คนอื่นๆ ไม่กล้าถามอะไรแทรกขึ้นเพราะดูจากที่กรรมการรุ่นใหญ่ถูกต่อว่าก็ไม่แน่ใจเลยว่าคำถามไหนควรไม่ควรถาม “คิดดูก่อนครับ เพราะยังไม่ได้ลองงาน” “แล้วมีประสบการณ์....จากการทำงานบ้างหรือยัง” “ตอนปีสองเคยฝึกช่วงซัมเมอร์ระยะสั้นประมาณหนึ่งเดือน” “แล้วชอบหรือเปล่า” “ครับ ผมว่ามันก็โอเค” เขารู้สึกว่าสายตาของผู้หญิงคนนี้มันเหมือนมีพลังอะไรบางอย่างที่แผ่มายังเขาคนเดียวเท่านั้น  ตั้งแต่เผลอไปสบตาเข้าเพียงครั้งเดียว  เขาไม่สามารถหยุดสายตาตัวเองให้มองเธอได้เลย “อะไรที่ยังไม่เคย...  ควรจะต้องลองดูก่อน...  ดีหรือไม่ดี....ชอบหรือไม่ชอบ...  ค่อยว่ากันอีกที” สายตายั่วยวนเล็กๆ ถูกส่งไปเป็นระยะๆ  มืออาชีพอย่างเธอไม่ผลีผลามให้เหยื่อตื่นเป็นแน่    วิธีกินเหยื่อที่ดีที่สุดคือการค่อยๆต้อน ค่อยๆล่อให้เหยื่อเดินเข้ามาเองอย่างสมัครใจ  เธอไม่ใช่เสือที่จะกระโจนเข้าไปตะครุบเหยื่อด้วยเรี่ยวแรง  เธอคือพรานที่ล่าเหยื่อด้วยสมองและความชาญฉลาด  แม้แต่เสือก็ไม่รอดน้ำมือพรานร้ายอย่างเธอ “พร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่” ย่าหยาตัดบทถามเข้าประเด็น  เธออยากเห็นกับตาว่าบุคลิกท่าทางจะดีเท่าหน้าตาไหม และถ้าเขาสอบผ่านขั้นต่อไปก็เป็นการเดินเกมรุกที่หวังว่ามันจะต้องอิ่มพลีเธอแน่ “ทันทีที่คุณตอบรับครับ” “พรุ่งนี้” ความตื่นตกใจเกิดขึ้นกลางวงกรรมการและคีตะวันอีกครั้ง “พรุ่งนี้?” คีตะวันทวนอีกครั้ง “แต่คุณหยาคะ...” “แปดโมงเช้า  ฉันเข้างานแปดโมงครึ่งหวังว่าจะเจอเธอที่นี่” ย่าหยาไม่ปล่อยให้กรรมการอีกท่านได้พูดต่อ  เธอรู้ดีว่าต้องรอผลประกาศอีกสามวันแต่เธอเลือกเด็กคนนี้ตั้งแต่เห็นเรซูเม่ที่เธอสนใจอย่างเต็มที่แล้ว   “ครับ พรุ่งนี้ .........แปดโมง” เสียงตอบรับพร้อมกับสายตาที่มองสบ  มันทำให้ความสนใจก่อเกิดแก่คนทั้งคู่  พรานอย่างเธอยิ่งทวีความหิวกระหายมากไปทุกครั้งที่สบตา ย่าหยารู้สึกตัวตื่นบนเตียงกว้างที่ผ่านการทำรักกับเด็กหนุ่มมาอย่างดุเดือดในค่ำคืน  ร่างระหงลุกออกจากเตียงก่อนจะหันกลับไปมองหนุ่มน้อยร่างกำยำเหยื่อชิ้นเก่าที่เธอจะทิ้งแล้ว สองขาเรียวเดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระตัวเอง......เตรียมตัวไปทำงานในเช้านี้ที่เหยื่อชิ้นใหม่รอคอยอยู่ “ทำไมพี่ไม่ปลุกผม...” เด็กหนุ่มหน้าตาลูกครึ่งที่เพิ่งงัวเงียตื่นเดินเข้าไปกอดจากด้านหลัง  ย่าหยาที่กำลังวุ่นอยู่กับการเลือกชุดไม่ได้สนใจเท่าไหร่ “อื้อ...ปล่อย!! พี่ต้องไปทำงาน” สายตาดุของย่าหยาที่มองตำหนิผ่านกระจกทำให้เด็กหนุ่มต้องยอมคลายมือจากเอวของเธอ เธอผละตัวออกจากการโอบกอด  จัดการแต่งหน้าทำผมจนเรียบร้อยแล้วเหลือแต่ใส่เสื้อผ้า  สายตามองหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับวันใหม่ในการเป็นพรานล่าเหยื่อ  เธอต้องเตรียมพร้อมสำหรับเหยื่อเสมอ “ผมก็แค่อยากกอดพี่...ต่อไปก็จะไม่ได้กอดอีกแล้ว” เพราะทั้งคู่ตกลงกันเสร็จสรรพตั้งแต่เมื่อคืน  ว่าหลังจากจบคืนนี้ไปจะไม่รู้จักกันอีกแม้เจอหน้าก็จะเป็นแค่คนรู้จักเท่านั้น  หนุ่มนายแบบวัยละอ่อนได้รับเงินจำนวนที่มากพอจะตัดใจจากสาวรุ่นใหญ่วัยสามสิบที่ยังเผ็ดร้อนระอุ   แม้จะติดใจรสชาติเผ็ดซ่าของย่าหยาแค่ไหนก็ตาม   ด้วยเดิมทีเขาไม่ได้ต้องการหัวใจหรือความรักที่มันแลกข้าวกินไม่ได้อยู่แล้ว  ระหว่างเขากับย่าหยามันเริ่มต้นมาจากเซ็กส์ที่แลกกับเงินและมันก็จบลงด้วยเงินและเซ็กส์ดังเดิม  “ถ้าพี่เหงา...พี่เรียกใช้ผมได้ตลอดนะ” “พี่ไม่กินของเก่า .....ได้แล้วเบื่อ” เธอหันมาตอบแกมหยอก  เด็กหนุ่มร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงเมื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยเขาเดินเข้าไปกอดและหอมแก้มนวลของย่าหยาอีกครั้งก่อนเดินออกจากห้องไป  ดวงตาคมของคนเป็นพรานเหลือบมองนาฬิการาคาหลักแสนที่ข้อมือ  มันบอกเวลาเหลืออีกชั่วโมงกว่าก่อนถึงเวลางาน ‘ต้องรีบหน่อยแล้วสินะ ยิ่งสายรถยิ่งติด’   เธอบ่นในใจก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าคู่ใจที่จัดเตรียมข้าวของไว้พร้อมออกไปทำงาน   ด้านของเด็กฝึกงานดูจะวุ่นวายนิดหน่อยด้วยสมองเขาตีกันว่าควรจะปรับตัวเข้าหาสังคมดีหรือไม่   ถึงคุณหยาประธานบริษัทจะบอกว่าไม่เป็นไร  แต่ก็ใช่ว่าจะแต่งตัวยังไงก็ได้  เพราะคนอื่นๆ ก็อาจจะมองไม่ดีแล้วมันจะมีผลกับการประเมินว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านฝึกงาน  มือหนารวบๆ ปล่อยๆ ผมของตัวเองเขายืนเก้ๆ กังๆ หน้ากระจกอยู่ตั้งนานสองนาน “มัดๆ ไปเถอะไอ้คิล  ทำตัวเป็นผู้เป็นคนมันจะตายรึไงวะ!!”  เขาสบถกับตัวเองก่อนตัดสินใจรวบมัดผมบนหัว  จากนั้นก็คว้าเอามอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ใช้ออกไปทุกที่ “มาทำอะไรคะ” แม่พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์คนเดิมกับเมื่อวานร้องทัก “ผม......” “อ้อ!!  คีตะวันใช่ไหมคะ  เชิญทางนี้ค่ะเดี๋ยวพี่จะพาไปทำโค้ดแสกนนิ้วเข้างาน  แล้วเดี๋ยวไปนั่งรอในห้องคุณหยานะคะ”  เลขาของย่าหยาเดินเข้ามาชิงตัวนักศึกษาไปเสียก่อนจะได้ตอบอะไร    เขาเดินตามไปอย่างงงๆ  ทำตามที่คนนำพาบอกทุกอย่างก่อนจะถูกพามานั่งรอในห้องทำงานของประธานคนสวย “รอตรงนี้นะ  สักพักคุณหยาคงเข้ามา  เอ่อ...เราชื่ออะไรนะ” “คิลครับ   เค ไอ แอลแอล” “อ่อ  โอเคคิลเนาะ  พี่ชื่อจิ๊บนะ  รอนี่แหละพี่ไปแล้วนะ”  เด็กหนุ่มถูกทิ้งให้นั่งรออยู่ในห้องคนเดียว   เขาประหม่าเล็กน้อยพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยความสนใจ   เห็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าเซ็กซี่ที่สวมไว้กับหุ่นตั้งตระหง่านอยู่ในห้องแล้วก็พาลไปนึกถึงขาขาวๆ ของประธานเข้าซะได้  หากชุดที่แสนเซ็กซี่พวกนี้อยู่บนร่างกายของเธอที่เขากำลังคิดถึง  มันคงจะเป็นภาพที่เซ็กซี่อย่างมาก “ชอบแบบไหนเหรอ?”  เสียงใสของประธานคนสวยทำเด็กนักศึกษาฝึกงานที่กำลังจดจ้องตกใจเล็กน้อย “ครับ?” “พี่ถามว่าชอบแบบไหนเหรอ? “ ย่าหยาถามซ้ำอีกรอบในคำถามเธอ พร้อมกับวางข้าวของในมือลงที่โต๊ะข้างโต๊ะทำงาน “เอ่อ...ผม...” เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี จริงๆ ก็ชอบอยู่หรอกนะถ้าให้ตอบตามนิสัยผู้ชาย “พี่คงถามไม่เคลียร์เอง เอาใหม่!!  คิดว่าตลาดจะชอบแบบไหนเหรอ นี่เป็นคอลเลคชั่นใหม่ของโรงงานที่จะจัดการส่งไปญี่ปุ่น”  เพราะเห็นท่าทางของคีตะวันที่นิ่งไปเลยต้องแก้ทางให้หน่อย  เดี๋ยวจะตื่นตกใจหัวใจวายไปซะก่อน “อ๋อ...ผมก็ไม่แน่ใจนะครับเพราะยังไม่เคยเห็นตลาดนี้เท่าไหร่  แต่ถ้าได้เรียนรู้งานแล้วคิดว่าจะให้คำตอบนี้ได้”  “โอเค แล้วถ้าต้องซื้อให้ผู้หญิงสักคน คิดว่าจะซื้อชุดไหน” ย่าหยาถามต่อ  สายตาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความสนใจราวกับเธอเป็นพรานที่ไม่รู้จักอิ่ม  กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ ‘ทำไมสายตาของพี่เขามันถึงได้......’ คีตะวันพูดกับตัวเองในใจเมื่อเผลอไปสบตากับแม่นางพญาพรานเข้า  เลือดมันสูบฉีดส่งไปทั่วร่าง ลุกลามไปถึงใต้สะดือจนร้อนดั่งถูกไฟเผา “ผมเลือกไม่เป็นหรอกครับ” เขาเลยต้องเลี่ยงที่จะตอบพร้อมกับหลบตาจากคนถาม “แล้ว.......คิดว่า   พี่เหมาะกับแบบไหน”  คำถามที่ชวนให้คิดไปได้สองแง่สามง่ามยิ่งทำให้หนุ่มเซอร์ปั่นป่วน แต่ยังคงประคองสติวางมาดนิ่งไร้ความรู้สึกแม้ในใจจะรวนจนเสียระบบแล้วก็ตาม    เขามองดูคอลเลคชั่นชุดนอนไม่ได้นอนพร้อมนึกถึงร่างระหงของคนถาม   เนื้อผ้าบางๆ แบบนั้นเมื่อแนบอยู่บนเนื้อขาวนวลกับสัดส่วนโค้งเว้า  มันยิ่งทำให้เขาแทบจะครองสติไม่ได้เลย     “เอาเถอะ พี่แค่อยากลองเชิงนักวิเคราะห์ตลาดเฉยๆ ก็ยังถือว่าขาดประสบการณ์จริงๆ นั่นแหละ   แต่ไม่เป็นไรหรอก  ค่อยๆ เรียนรู้งานไปก็แล้วกัน” คีตะวันแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ที่หลุดจากวินาทีแสนอัดอั้นเสียที  ‘นิ่งเกินไปรึเปล่านะ ดูไม่มีท่าทีโต้ตอบอะไรเลย  คงไม่ใช่ว่าเซ็กส์ตายด้านหรอกนะ  ยั่วขนาดนี้ยังดูไม่ประสา’  ย่าหยาลอบมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าพลางคิดขึ้นในใจ  เมื่อเธอคาดหวังว่าจะมีแรงตอบรับที่ดีกว่านี้ “เดี๋ยวพี่จะให้ไปนั่งกับพี่ภณตรงนั้นนะ   เป็นฝ่ายวิเคราะห์ตลาด  แต่ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามพี่คนอื่นๆ ได้  หรือจะถามพี่ก็ได้ ......นี่ไลน์พี่” นักล่าย่อมไม่รีรอชักช้าที่จะเสียโอกาส  ได้จังหวะก็ยิงลูกดอกได้เลยด้วยความเร็ว   “ครับ?”  “เอาไว้ไลน์ถามงานพี่ พี่รู้จักการทำงานทุกฝ่ายดี” “อ๋อ...ครับๆ”   คนระดับนี้คิดอะไรทำอะไรต้องแนบเหตุผลเสมอ และเหตุผลของเธอก็ดูจะฟังขึ้นและน่าเชื่อถือมากเสียด้วย  กวางหนุ่มตัวงามกำลังเดินเข้ามาในดงกับดักของพรานมากประสบการณ์อย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิด  เขาแสกนและเพิ่มย่าหยาเป็นเพื่อนเพราะเชื่อคำว่า ‘ถามงาน’ นั้นอย่างสนิทใจ  ‘ขั้นแรกสำเร็จไปได้ด้วยดี’ ย่าหยาแอบยิ้มอย่างพอใจก่อนจะจัดการพาเด็กฝึกงานไปฝากให้กับแผนกที่คุยไว้เมื่อวานนี้...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD