1.จะรีบไปไหน?
ร่างกายที่ร้าวระบมของ ‘จันทร์วาด’ ค่อย ๆ ขยับลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยิบเช็คเงินสดมูลค่าสองแสนบาทขึ้นมามองผ่านม่านน้ำตา
เพราะความจำเป็นเธอจึงต้องขายร่างกายแลกกับเศษเงินของเศรษฐีคนนั้น มือบางปาดน้ำตาออกจากใบหน้าพร้อมหลับตาข่มความรู้สึกเบื้องลึกภายใน ไม่มีเวลาให้กับความเสียใจอีกต่อไปแล้ว
บ้านหลังนี้กำลังจะถูกยึดหากเธอไม่รีบไปจ่ายหนี้ที่ธนาคาร
หญิงสาวรีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่จะเดินทางไปยังธนาคารเพื่อจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ให้เสร็จเรียบร้อยอย่างที่ตั้งใจ
ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ร่างบางกอดซองเอกสารการชำระเงินไว้ด้วยความดีใจ ในที่สุดก็มีเงินก้อนมาจ่ายเงินต้นบ้างสักทีหลังจากที่ประนอมหนี้แล้วจ่ายแต่ดอกมาตลอด แถมช่วงที่ผ่านมาเธอเองก็ตกงานจนขาดจ่ายไปเกือบสามเดือน
ยายต้องดีใจมากแน่ ๆ ถ้ารู้เรื่องนี้ แต่เธอคงบอกที่มาของเงินตามตรงไม่ได้ ต้องโกหกไปว่าได้มาด้วยวิธีอื่น
บ้านหลังนี้แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรือมีมูลค่ามากมายอะไร แต่กลับมีความหมายทางใจกับยายมากเพราะก่อร่างสร้างมาด้วยกันกับปู่ของเธอ คิดแล้วอยากจะรีบไปบอกข่าวดีนี้ให้คุณยายรู้เร็ว ๆ หวังว่าจะไปทันเวลาเข้าเยี่ยมคนไข้นะ จากที่นี่ไปโรงพยาบาลคงใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง
แต่เอ๊ะ! เดี๋ยวเธอต้องไปที่ร้านขายยาก่อน
หญิงสาวเดินออกจากธนาคารแล้วตรงไปยังร้านขายยาที่ใกล้กับประตูทางออกของห้าง
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยกับคนที่เดินชนด้วยความรีบร้อน
“ไม่เป็นไร” ใครคนนั้นคว้าร่างของเธอไว้เพื่อช่วยไม่ให้ล้ม
น้ำเสียงช่างคุ้นหูเสียจนทำให้จันทร์วาดเสียวสันหลัง อีกทั้งยังเสียงทุ้มนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนนั่นอีก
“คุณ!” ดวงตากลมหวานราวกับตุ๊กตาเบิกโพลงขึ้นมากกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเขาคือคนที่เธอเพิ่งจะผ่านพ้นค่ำคืนสุดแสนหฤหรรษ์มาด้วยกันหมาด ๆ
ที่ด้านหลังของเขามีชายใส่สูทสีดำมาด้วยอีกเกือบสิบ แต่ละคนใส่แว่นปกปิดสายตาและมีอุปกรณ์ใช้ฟังติดอยู่ที่ใบหู ดูคล้ายกับบอดี้การ์ดในหนัง
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวรีบดันอกกว้างออกก่อนจะเดินหนีในขณะที่ร่างสูงใหญ่กลับเดินเข้ามาขวางเธอเอาไว้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกเร็วขนาดนี้”
เธอก็ไม่คิดเหมือนกันแถมยังไม่อยากเจอเขาด้วยซ้ำ
“ค่ะ แต่ขอโทษด้วยนะคะ ฉันต้องรีบไปแล้ว” เธอรีบตัดบทสนทนา
“จะรีบไปไหนล่ะเดี๋ยวฉันไปส่งให้ เสร็จธุระพอดีเลย ” เขาเสนอ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอปฏิเสธ
“ไม่เอาน่า อย่าทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้าสิ ทั้งที่น่าจะสนิทกันในระดับหนึ่งแล้ว” ดวงตาสีฟ้าเหลือบเทามองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวพร้อมกับคลี่ริมฝีปากยิ้ม “เมื่อคืนเธอเรียกชื่อฉันนับครั้งไม่ถ้วนด้วยซ้ำไป หนำซ้ำยัง...รัด...แน่นสุด ๆ ไปเลย” เขาจงใจเว้นคำที่ต้องการเน้นกับเธอเอาไว้
“พูดอะไรของคุณ คนลามก”
“ลามกอะไร ฉันหมายถึงเธอกอดรัดฉันแน่นต่างหาก เธอคิดอะไรอยู่ถึงหาว่าฉันลามกน่ะหืมจันทร์วาด”
เธอรู้มาว่าเขาเป็นลูกเสี้ยวที่มีเชื้อสายไทยผสมอังกฤษและฝรั่งเศส พูดได้ห้าภาษาและภาษาไทยเป็นหนึ่งในนั้นที่รู้ความหมายและพูดได้ชัดเจนจนเธอแทบอยากจะมุดดินหนีกับคำพูดคำจาหลาย ๆ คำของเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นดูก็รู้ว่าตั้งใจพูดสองแง่สามง่ามให้เธอคิดไปไกล
“กรุณาหลบไปด้วยค่ะ ฉันมีธุระ” จันทร์วาดไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอะไรกับเขาอีก เธอขยับตัวเลี่ยงออกมาแต่ว่ากลับถูกรั้งข้อมือเอาไว้