ตอนที่ 1

1595 Words
  ณ จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ภายในบ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ตั้งอยู่ในสวนปาล์มเนื้อที่หลายร้อยไร่ของ ‘นายหัวเผ่าพงษ์’ “นายคะ... มีไรอะไรหรือเปล่าคะ... ป้านิ่มบอกว่านายอยากเจอมิ้นใช่ไหมคะ” ‘มิ้น’ คือชื่อเล่น แต่ชื่อจริงของสาวน้อยผู้มีใบหน้าสะสวยสะดุดตาคนนี้ก็คือ ‘มิญญา’ หล่อนถามเสียงซื่อ ขณะดวงตากลมโตดำขลับ วิบวับไปด้วยหยาดแววความมีชีวิตชีวา กวาดสำรวจไปทั่วห้องนอนของผู้เป็นนาย แลเห็นขวดสุราที่วางอยู่บนโต๊ะพร่องไปเกือบครึ่งขวด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังดื่มอยู่คนเดียว “ใช่... ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอสักครู่” นายหัวเผ่าพงษ์กล่าวกับสาวน้อย ตอนนั้นเขาอยู่ในสภาพนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียว อวดร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่ แผงอกว้างแน่นนูนไปด้วยมัดกล้าม มีเส้นขนสีดำเป็นแพแผ่กระจายปกคลุมขึ้นมาถึงคอ  หัวไหล่ทั้งสองข้างเต็มตึงไปด้วยมัดเนื้อแข็งแกร่งสุดเซ็กซี่ นอนเหยียดยาวไขว้ปลายเท้าอยู่บนเตียงด้วยแววตาท่าทางซึ่งมิญญายอมรับว่าเดาอารมณ์ไม่ถูก “นายมีเรื่องอะไรจะคุยกับมิ้นคะ” สาวน้อยในวัยใกล้สิบเก้าปี จ้องมองร่างเซ็กซี่ของนายหัวที่นอนอยู่บนเตียง “มาตรงนี้... เข้ามาใกล้ๆ” เสียงเข้มฟังดูดุ หญิงสาวในชุดนอนสีชมพูหวานลายคิตตี้แคทรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก็ปกตินายหัวไม่เคยเรียกหล่อนเข้ามาในห้องนอน แต่วันนี้กลับเรียกให้เข้ามาถึงในห้อง “เข้ามา... ” เสียงดุทำให้เรือนร่างรัดรึงขยับเข้ามาทรุดลงนั่งที่ริมขอบเตียง เหลือบมองหน้าเจ้าของห้องแล้วเอ่ยถาม “นายเมาหรือเปล่าคะ” ที่มิญญาถาม ก็เพราะว่าวันนี้สุ้มเสียงของนายหัวฟังดูห้วนๆ จึงอดถามไม่ได้ “ไม่รู้... ” ยังคงตอบเสียงห้วนเหมือนเดิม “นายไม่สบายหรือเปล่าคะ” รู้สึกแปลกใจ สาวน้อยเอื้อมเอาหลังมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะที่บริเวณหน้าผากกว้างของนายหัว “ตัวก็ไม่ร้อนนี่คะนาย”  “ก็ฉันไม่ได้เป็นไร” เขาส่ายหน้า ความใกล้ชิดทำเอาหนุ่มใหญ่เจ้าของสวนปาล์มใจเต้นแรง ยิ่งในตอนที่สาวน้อยโน้มกายเข้ามาใกล้ ให้ตายเถอะโรบิ้น... กลิ่นสาปสาวของหล่อนและทรวงอกอวบใหญ่ที่เบียดลงมาชนไหล่ ทำให้หัวใจของเขากระตุกสั่น เกิดปฏิกิริยาทางความรู้สึกบางอย่างที่ทำเอาท่อนเนื้อตรงกึ่งกลางกายเหยียดขยาย... แข็งเป็นลำอยู่ภายใต้ผ้าขาวม้า “อ่า... ” เผ่าพงษ์พริ้มตา พยายามหักห้ามอารมณ์อย่างสับสนใจ อีกใจนึกอยากกระชากเรือนร่างเอิบอิ่มของมิญญาเข้ามาปลุกปล้ำจูบฟัดแล้วร่วมรักให้สมใจอยาก หากอีกใจกลับร้องห้ามว่า ‘อย่า’ สติที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างบอกย้ำๆ กับตัวเองว่าสาวน้อยคนนี้รักและเทิดทูนเขาราวกับพ่อ... เขาจะทำตามความปรารถนามืดดำไม่ได้               ‘ไม่... ’ หนุ่มใหญ่บอกย้ำกับตัวเอง เขาต้องหยุด ในฐานะผู้ปกครองของหล่อน... มันสมควรแล้วหรือ? ที่เขาจะกระทำย่ำยีด้วยการพรากพรหมจารีของเด็กสาวที่เขาอุตส่าห์เลี้ยงดูหล่อนมานานเกือบสิบปี นับตั้งแต่มิญญาอายุได้สิบขวบ “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” ท่าทางของนายหัวดูสับสน “เปลี่ยนใจ... ยังไงคะ” เด็กสาวย่นหน้าผาก วันนี้นายหัวดูแปลกๆ ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเขาใช้ให้คนไปตามหล่อนขึ้นมาพบที่ห้องนอน “ออกไป... ไปไกลๆ อย่าเข้ามาใกล้ฉัน” เผ่าพงษ์รู้ว่าตัวเองมีความปรารถนามืดดำซุกซ่อนอยู่ในตัวตน สาวน้อยต่างหากที่ไม่เคยรู้ว่าในคราบของผู้ปกครองผู้แสนดีคนนี้... มีซาตานร้ายกระหายสวาทแอบแฝงอยู่ภายใต้แววตาเปี่ยมกรุณาปราณี                                                                             “นายเป็นไรคะ... เรียกมา... แล้วก็ไล่ นายไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ” สาวน้อยแอบเบะปาก ต่อว่าคนที่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เอาใจไม่ถูก นึกในใจว่าอีตาคนนี้สงสัยใกล้วัยทองเต็มที อารมณ์จึงขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนตามไม่ทัน “อย่าถามมาก... บอกให้ออกไปก็รีบไปสิ... ขืนชักช้าเดี๋ยวเธอจะโดนหนัก” เผ่าพงษ์เท่านั้นที่รู้ดีตัวเองป่วย และไม่ใช่ความเจ็บป่วยทางกายชนิดที่ว่าปวดหัวตัวร้อนธรรมดา แต่เขาป่วยด้วยอาการที่เรียกว่า ‘hypersexuality’ อาการนี้เผ่าพงษ์รู้ตัวดีว่าเป็นมานานแล้ว นับตั้งแต่ร่างกายเริ่มเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น อาการยิ่งรุนแรงขึ้นในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ‘hypersexuality’ ทำให้เขากลายเป็นคนหื่นจัด และมีแนวโน้มว่าจะตัณหากลับในตอนเป็นหนุ่มใหญ่อายุใกล้เลขสี่ ทุกวันนี้ความต้องการทางเพศของเผ่าพงษ์ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ลดน้อยลงตามอายุแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม มันกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนน่าแปลกใจ ตอนแรกที่เผ่าพงษ์ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ก็คิดว่าอารมณ์อยากร่วมเพศทุกวันนั้นเป็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่มักจะมีแรงขับทางเพศสูงและฮอร์โมนพลุ่งพล่าน  แต่สำหรับเผ่าพงษ์... ดูเหมือนว่าอาการเหล่านี้ไม่ลดลงเลย นับวันมันยิ่งกำเริบรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งเขานึกอยากร่วมเพศทุกที่ทุกเวลา จนสังเกตได้ว่ามันมากเกินไป   เผ่าพงษ์เคยนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเป็นหมอ ได้ความว่าอาการอยากร่วมเพศบ่อยๆ ที่เกิดขึ้นกับเขานั้นก็คือ ‘ไฮเปอร์เซ็กชวลลิตี้’ หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่ามันคืออาการ ‘ใคร่ไม่รู้อิ่ม’ หรือความต้องการทางเพศสูงชนิดที่ว่า ‘สุดโต่ง’ นั่นเอง “นายหัวคงไม่สบาย... สงสัยเป็นเพราะว่าดื่มเหล้าเข้าไปมาก มิ้นจะเช็ดตัวให้นะคะ” สาวน้อยหวังดีและห่วงใยนายหัวคนนี้เสมอมา  “อย่า... อย่าเข้ามายุ่งกับร่างกายฉัน ทางที่ดีเธอควรจะรีบออกไปให้พ้นๆ” เสียงไล่เยียบเย็น ไร้เยื่อใย   เสียงเข้ม ปากไล่ก็จริง... หากสายตาของนายหัวกลับตรงกันข้าม เพราะเอาแต่จับจ้องเรือนร่างเอิบอิ่มไปด้วยเลือดเนื้อของคนตรงหน้าราวจะกลืนกิน ผิวพรรณของมิญญาช่างขาวผ่องเป็นยองใย จะมองตรงไหนก็นวลเนียนไร้ไฝฝ้าราคี ทุกสรรพางค์ดูเปล่งปลั่งไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวสะพรั่ง “ไม่ไปค่ะ... มิ้นอยากเช็ดตัวให้นาย มิ้นอยากดูแลนาย ให้มิ้นดูแลนายบ้างนะคะ... เพราะว่านายดูแลมิ้นมามากแล้ว” โดยที่ไม่รอให้คนบนเตียงอนุญาต สาวน้อยบอกพลางลุกขึ้นจากขอบเตียง ก้าวเนิบช้าเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอน ใช้เวลาเพียงครู่สั้นๆ ก็กลับออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนน้อยที่บิดจนหมาดน้ำ เอามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้กับนายหัวเผ่าพงษ์ที่นอนเกร็งอยู่บนเตียง... โดยที่มิญญาหารู้ไม่ว่าเขากำลังมีอารมณ์ทางเพศ “นายหัวคะ... ” เมื่อเห็นนายหัวหลับตา นอนนิ่งไม่ไหวติง ท่าทางเหมือนไม่สนใจหล่อน แท้จริงแล้วคืออาการข่มอารมณ์อย่างที่สุด สาวน้อยจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบผ่านใบหน้าของเขาห่างๆ เพราะต้องการจะทดสอบว่านายหัวหลับแล้วหรือยัง “นายคะ... หลับง่ายจัง มือเรียวยังคงลูบไล้ผ้าขนหนูผืนน้อยไปทั่วใบหน้าครึ้มเคราของนายหัวเผ่าพงษ์ แม้ในตอนเมาหลับ หนุ่มใหญ่คนนี้ก็ยังดูหล่อเหลา ผู้ชายที่เซ็กซี่ไปทั้งตัวแบบนี้ผู้หญิงคนไหนบ้างล่ะจะไม่อ่อนระทวยเมื่ออยู่ใกล้เขา “นายหัวอยากโกนหนวดมั้ยคะ... มิ้นจะโกนให้” มิญญาถามด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาคงงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาโกนหนวดเครา  “อย่ายุ่งกับหนวดฉัน” คนตัวโตลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงตวาดลั่น หากสาวน้อยก็ยิ้มสู้ นึกในใจว่าฟอร์มเยอะจริงๆ อีตาคนนี้ “วันนี้ดุจัง” มิญญาไหวไหล่ แต่ก็ไม่ได้แสดงทีท่าเกรงกลัวนายหัวสักเท่าไรเพราะรู้ว่าเขาเอ็นดูหล่อน มือเรียวยังไม่หยุดซุกซนกับร่างกายของเขา ผ้าขนหนูผืนน้อยลูบไล้ลงมาที่แผงอกกว้าง “หัวนมน่ารักจัง” ทำเสียงทะเล้นแล้วคลี่นิ้วเฉียดเม็ดหัวนมสีแดงที่โอบล้อมไว้ด้วยเส้นขนสีดำด้วยท่าทางจงใจแกล้งอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งได้ยินเสียงนายหัวสูดหายใจแรง เขาคงเสียว คนชอบแกล้งจึงลูบไล้ขึ้นมาที่รอยสักน้ำมันสีดำรูปเสือโคร่งบริเวณหัวไหล่ “แต่นายไม่ต้องโกนหนวดก็ดีเหมือนกัน... เพราะว่าตอนนายหัวมีหนวดมีเคราแบบนี้ยิ่งดูหล่อเข้มไปอีกแบบ มองแล้วฟิน... ได้อารมณ์สุดๆ” กล่าวชมขณะมือน้อยๆ กำลังลูบผ้าขนหนูเช็ดตัว แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลาของเผ่าพงษ์ ‘นายหัวหล่อจัง’ สวาน้อยชมในใจ หนวดเครารกครึ้มบนใบหน้าหาได้ลดทอนความหล่อเหลาของหนุ่มใหญ่คนนี้ หากมันยิ่งทำให้นายหัวดูดิบเถื่อนสมชายชาตรียิ่งนัก และผู้ชายในสเปคที่มิญญาวาดภาพเอาไว้ก็ผิวเข้ม ตาคม ตัวสูง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD