หนุ่มรูปงามอายุเพิ่งย่าง 20 ปีก้าวเข้าไปในเรือนรับรองนายวาณิช ถึงจะเคยพบปะบรรดาขุนนางและพ่อค้ามาหลายครา หากหนนี้เป็นครั้งแรกที่เขาถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการในฐานะผู้ใหญ่ ผู้ชายเมื่ออายุครบ 20 ปีจะถือว่าเติบใหญ่พอเข้ารับราชการและหาคู่ครอง
งานสังสรรค์นี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบผู้คนเพื่อเปิดเส้นทางสายอาชีพ ขงเบ้งมาสายกว่ากำหนดนิดหน่อย ทุกคนหันมามองบุรุษท่วงท่าสง่างามผู้มาใหม่ ขงเบ้งกล่าวแนะนำตนเองอย่างอ่อนน้อม เกือบทุกคนในงานเลี้ยงสนอกสนใจหนุ่มรูปงามผู้มาใหม่ หลายคนเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้างว่า หลานชายกำพร้าของจูกัดเสวียน (ลุงของขงเบ้ง) ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก คนโตแยกออกไปรับราชการที่กังตั๋ง (ง่อก๊ก) หนุ่มรูปงามผู้นี้คือหลานชายคนรองสินะ
หวงเฉิงเยี่ยนเศรษฐีเจ้าบ้านกล่าวต้อนรับขงเบ้งตามมารยาท เด็กรับใช้เชิญขงเบ้งไปนั่งโต๊ะห่างเกือบท้ายแถว อันเป็นตำแหน่งค่อนข้างต่ำ มิใช่ขงเบ้งฐานะหรือเชื้อสายต่ำต้อย หากเป็นเพราะเขาอาวุโสน้อยที่สุด ยังมิได้มีตำแหน่งทางราชการ ถึงจะค้าขายและมีที่ดินบ้างแต่ก็เล็กน้อยหากเทียบกับนายวาณิชส่วนใหญ่ที่ได้รับเชิญมา
ภายในงานเลี้ยง ขงเบ้งแสดงความเฉลียวฉลาดเกินวัย ถกเถียงปัญหาเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจองค์รวมได้อย่างคมคาย รวมทั้งรับฟังปัญหาทุกข์ยากของนายวาณิช จดจำเพื่อหาทางแก้ไขในภายภาคหน้า มางานวันนี้มีประโยชน์จริงๆ นอกจากได้พบปะผู้คน ยังได้รับรู้เรื่องราวจากประสบการณ์มากมาย
“เจ้าเพิ่งอายุ 20 หรือ” ขุนนางระดับล่างผู้หนึ่ง หากมีฐานะร่ำรวยจากการค้า เข้ามาทักทายขงเบ้ง
“ขอรับ”
“เจ้าคิดรับราชการด้านไหน”
“กำลังพิจารณาขอรับ”
“มีคู่หมั้นคู่หมายหรือไม่”
“ยังไม่มีขอรับ”
“ข้ามีลูกสาวสองคน วัย 14 และ 16 ยังมิได้ออกเรือน” ขุนนางระดับล่างลดเสียงต่ำลงพอได้ยินสองคน
ขงเบ้งแย้มมุมปาก หลุบตาลงและก้มศีรษะเล็กน้อย เป็นการยอมรับในที
“หากเจ้าว่างวันใด ข้าขอเชิญมาชมภาพวาดศิลปินมีชื่อที่บ้านของข้า” ขุนนางระดับล่างรุกต่อ
“ยินดีขอรับ”
ถัดจากนั้น มีผู้เชิญชวนเขาไปเยี่ยมบ้านและเชิญไปงานสังสรรค์อีกหลายคน ขงเบ้งตอบรับเกือบทุกคน
.........................................
หวงเย่อิงกลับเข้าเรือนของตน นางหยิบกระดาษพู่กันออกมาวาดภาพขบวนมด กระดาษคุณภาพปานกลางราคาแพงกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของขุนนางระดับล่างทั่วไป หากหวงเฉิงเยี่ยนยอมควักเงินจ่ายไม่อั้นเพื่อลูกสาวสุดที่รัก เขารู้ว่าเย่อิงมิใช่เอากระดาษไปวาดเล่นไร้สาระดังลูกสาวเศรษฐีคนอื่น ที่มักวาดภาพเขียนกลอนเรื่อยเปื่อย
แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐานที่กุลสตรีชั้นสูงต้องเรียนรู้ หากเย่อิงสามารถเรียนจนจบครบถ้วนตั้งแต่อายุยังไม่พ้นสิบปี น่าแปลกที่ดรุณีเยาว์วัยอย่างเย่อิงชอบศึกษาพิชัยสงคราม และแอบฟังแขกเหรื่อคุยเรื่องการเมืองการค้ามากกว่า
อ๊ะ ทำไมภาพขบวนมดของนาง มุมกระดาษจึงมีภาพชายผู้หนึ่ง
สตรีอัปลักษณ์ถือพู่กันค้างเหม่อลอย จนมิทราบว่ามีผู้หนึ่งเข้ามาในห้อง และเดินเข้ามาใกล้ตัวนาง
“เจ้าวาดภาพอะไร” หวงเฉิงเยี่ยนก้มมองกระดาษบนโต๊ะ
“ภาพ...” เย่อิงหลุดจากภวังค์ นางมิกล้าบอกบิดาว่านางวาดภาพบุรุษรูปงามผู้หนึ่งซึ่งเป็นแขกของบิดา
“จุดนี่คือคนใช่หรือไม่ เหมือนกระบวนทัพออกศึก แต่ครั้นดูอีกทีก็ไม่เหมือน” หวงเฉิงเยี่ยนครุ่นคิดพลางเอามือลูบเครา
“ภาพขบวนมดเจ้าค่ะท่านพ่อ” เย่อิงโล่งอก นางนึกว่าท่านพ่อสงสัยเรื่องภาพวาดบุรุษหัวมุมกระดาษ
“ภาพขงเบ้งรึ”
“คะ ?”
“วาดใช้ได้นี่ ถึงสัดส่วนจะไม่ถูกต้องนัก หากเห็นชัดว่าคือขงเบ้ง เจ้าสามารถดึงเอกลักษณ์ของบุคคลออกมาใส่ลงในภาพวาดได้ดี โดยเฉพาะดวงตาสุกใสคู่นี้ ทำให้มองปราดเดียวก็ทราบว่าเป็นผู้ใด”
“เจ้าค่ะ” เย่อิงก้มหน้าหลบสายตาบิดา
หวงเฉิงเยี่ยนดึงเก้าอี้มานั่งและพูดคุยกับลูกสาวคนโปรดเรื่องงานเลี้ยงวันนี้ เย่อิงรับฟังอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ นางชื่นชอบฟังบิดาเล่าเรื่องอยู่แล้ว หากวันนี้พอบิดาเอ่ยชื่อบุรุษผู้หนึ่ง นางหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ
เย่อิงเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาน้อย หวงเฉินเยี่ยนซื้อมารดาของเย่อิงจากนายวาณิชแดนไกล นางถูกฝึกเพื่อเป็นคณิกาแต่เยาว์วัย จึงเชี่ยวชาญการปรนนิบัติบุรุษตามวัฒนธรรมตะวันตกเฉียงใต้ (อินเดีย) ที่ร่ำเรียนมา
พอนางให้กำเนิดบุตรสาวได้ไม่นานก็สิ้นใจ เย่อิงเกิดมาอัปลักษณ์นัก ผิวดำคล้ำ ผมหยักศก ตา จมูก ปาก มีขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไป หวงเฉิงเยี่ยนจึงสงสารและเอ็นดูบุตรสาวคนนี้มากกว่าบุตรีคนอื่น เขาสั่งสอนวิชาตำรับตำราทุกอย่าง อย่างน้อยหน้าตาไม่งามหากมีสติปัญหาแหลมคม อาจหาบุรุษสักคนเป็นคู่วิวาห์ได้ หากหนักหนาจนหามิได้ อย่างน้อยยังพอทำมาค้าขายเลี้ยงตัวเองได้บ้าง
เย่อิงก็ดีใจหาย นางเฉลียวฉลาดผิดรูปร่างหน้าตานักหนา จนตอนนี้วัย 15 ปี นางฉลาดล้ำเหนือพี่น้องทุกคนอย่างเห็นได้ชัด สติปัญญามากกว่าบุรุษทั่วไปด้วยซ้ำ จากความสงสารเอ็นดู หวงเฉิงเยี่ยนแปรเปลี่ยนเป็นความรักและภูมิใจในบุตรีคนนี้ที่สุด เย่อิงต้องการสิ่งใด หนังสือหายากแค่ไหน สิ่งประหลาดราคาแพงเพียงใด เศรษฐีใหญ่คนนี้จะสรรหามาให้เสมอ
ธรรมดาบุตรคนโปรดมักเป็นที่อิจฉาของพี่น้อง ยกเว้นเย่อิง หน้าตาอัปลักษณ์ของนางทำให้คนสงสารมากกว่าริษยา ประกอบกับนิสัยของนางมักไม่สุงสิงกับใคร ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาหาความรู้แปลกใหม่ในเรือนตนเอง ไม่ตั้งตัวแก่งแย่งกับพี่น้องคนใด เมื่อนางไม่ยุ่งกับใคร ผู้อื่นจึงไม่ยุ่งกับนาง
ยกเว้น... ภรรยาหลวงของหวงเฉิงเยี่ยน
.........................................