หลังสนทนากับบิดาอยู่เนิ่นนาน เย่อิงออกจากเรือนตนเองตรงไปยังเรือนของมารดาบุญธรรม ซึ่งเป็นภรรยาหลวงของหวงเฉิงเยี่ยน
สตรีแต่งตัวหรูหราขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นเย่อิง
“วันนี้เจ้ามาช้า” น้ำเสียงของแม่บุญธรรมดุดัน
“ข้าขอโทษเจ้าค่ะ” เย่อิงค้อมศีรษะลงคำนับ
บุตรีของภรรยาน้อยต่างแดนรีบเข้าประจำที่นั่ง คว้าสะดึงปักผ้าจากโต๊ะขึ้นมา เธอตวัดสายตามองพี่น้องว่าปักรูปอะไรกัน จากนั้นจึงปักเข็มลงบนผ้าอย่างคล่องแคล่ว
มารดาบุญธรรมจิกสายตาพิจารณาเสื้อผ้าของลูกบุญธรรม
“วันนี้เจ้าไปทำอะไรมาจึงได้เปรอะเปื้อนดินโคลนเช่นนี้”
“จัดสวนหน้าเรือนของข้าเจ้าค่ะ”
“หน้าที่จัดสวนคือหน้าที่ของคนสวน เจ้าเป็นบุตรีผู้ลากมากดีใยจึงไปจัดสวนด้วยตนเอง อยากได้อะไรทำไมไม่สั่งบ่าวไพร่ ถ้าบ่าวไม่พอก็บอกข้าสิ ข้าจะได้สรรหาให้ ไม่ใช่ไปลงมือทำเอง ดูสิ ดู ดู ดู๊ มือเจ้า” มารดาบุญธรรมลุกจากเก้าอี้ ชี้พัดไปยังมือหยาบกร้านของลูกบุญธรรม
เย่อิงก้มมองมือใหญ่เกินสตรีของตนเอง ทั้งสากหยาบ มีริ้วรอยจากการประดิษฐ์ไม้ เล็บยังสั้นกุด ไม่งดงามเหมือนมือของพี่น้องคนอื่น
“มือเยี่ยงนี้ผู้คนจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นบ่าวไพร่ซักล้างชั้นต่ำเอาได้”
“เจ้าค่ะ” เย่อิงตอบรับเพียงคำเดียว
“บิดาเจ้าจะตำหนิข้าได้ หาว่าข้าดูแลเจ้าไม่ดี”
“เจ้าค่ะ” เย่อิงคิดชั่วครู่ “แต่บิดาไม่เคยตำหนิท่านแม่นี่เจ้าคะ”
“เออ...” มารดาบุญธรรมอึ้งไปชั่วครู่ จริงของนาง มีแต่เอ่ยชมว่านางดูแลเย่อิงได้ดียิ่งนัก
ดรุณีผิวคล้ำอาศัยจังหวะมารดาบุญธรรมหยุดวาจา หันไปถามน้องสาวต่างมารดาว่าวันนี้เรียนวิชาสำหรับสตรีอันใดบ้าง พอทราบว่ามีแค่เรียนปักผ้าก็โล่งใจ
“เย่อิง เจ้าทำตัวเยี่ยงนี้จะมีบุรุษผู้ใดต้องการรับเจ้าเป็นศรีภรรยา” มารดาบุญธรรมเริ่มพร่ำบ่นอีกรอบ “เจ้าเอาแต่วิ่งเล่นตากแดดจนผิวดำคล้ำยิ่งกว่าลูกชาวนา”
“เจ้าค่ะ” เย่อิงเถียงในใจว่า ผิวข้าคล้ำตั้งแต่กำเนิด ต่อให้นั่งในร่มทั้งวันคงมิขาวใสขึ้นดอก
“แล้วดูผมเผ้าเจ้าสิ รุงรังแห้งแตกขนาดนี้ ทำไมไม่รู้จักบำรุง น้ำมันใส่ผมที่ข้าให้ไปได้ใช้บ้างหรือไม่” มารดาบุญธรรมใช้ปลายนิ้วคีบเส้นผมหยิกแตกระแหงเพราะโดนแดด จนสีเปลี่ยนจากดำสนิทเป็นน้ำตาลแดง “โอ้ย ตายแล้ว ทำไมปล่อยให้มีผมแตกปลายเยี่ยงนี้”
“เจ้าค่ะ” เย่อิงเสียงอ่อยลงทุกที ดรุณีน้อยก้มหน้าก้มตาปักผ้าตรงหน้า
“หากเจ้าหาคู่ครองไม่ได้ มารดาจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้กับแม่ของเจ้า ก่อนแม่เจ้าเสียอุตส่าห์ร้องไห้ฝากฝังเจ้ากับข้าเอาไว้ แม้แต่เรื่องสามัญที่สุดอย่างหาสามีให้ลูกสาวของนาง ข้ายังทำไม่ได้ แล้วข้าจะ โฮ...” มารดาเลี้ยงเริ่มร่ำไห้ไร้น้ำตา
พี่สาวน้องสาวเงยหน้ามองแม่ใหญ่ เริ่มแล้วไหมล่ะ ท่าทางจะยาว
เย่อิงยังก้มหน้าก้มตาปักผ้าอย่างรวดเร็ว นี่เป็นวิธีเดียวที่เธอจะหนีจากเสียงบ่นน่ารำคาญของมารดาบุญธรรมได้ โอ้ย อะไรนักหนา แค่สามี ข้าเลี้ยงตัวเองได้ดอก ไม่ต้องการสามี พอคิดถึงตรงนี้นางก็หยุดชะงัก ภาพใบหน้าของบัณฑิตรูปงามดวงตาใสกระจ่างปรากฏในห้วงคำนึง
หากสุดท้ายนางก็ทอดถอนใจ แล้วจะต่างอันใดกัน บุรุษรูปงามเยี่ยงนั้นรึ จะสนใจใยดีหญิงอัปลักษณ์เช่นนาง เขาคงต้องการเจ้าสาวงดงามเพียบพร้อมเยี่ยงน้องสาวของนางมากกว่า เย่อิงหันไปมองน้องสาวต่างมารดาที่นั่งข้างกาย หวงเหมยมีรูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ใบหน้าก็งดงามจิ้มลิ้มนัก ขนาดนางเป็นพี่สาวยังชมชอบใบหน้าเหมือนตุ๊กตา ยกเว้นบุรุษผู้นั้นจะโง่เขลาหรือตาฝ้าฟางอย่างหนัก จึงต้องการสตรีอย่างนางเป็นศรีภรรยา
“หากไม่มีชายใดมาสู่ขอเจ้า ท่านพี่คงคิดว่าเพราะข้าสอนวิชากุลสตรีอันดีให้เจ้ามิได้ เจ้าถึงได้กระโดกกระเดกเยี่ยงเด็กผู้ชาย ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด โฮ โฮ โฮ” มารดาบุญธรรมยังร่ำไห้ไม่จบ
“ท่านแม่คะ ท่านพี่เย่อิงเพิ่งอายุสิบห้าปี ยังมีเวลาอีกตั้งหลายปี ท่านอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิเจ้าคะ” หวงเหมยน้องสาวคนงาม ลูกสาวในไส้ของแม่ใหญ่อดรนทนไม่ได้
“จะสิบห้าปีหรือยี่สิบปี เจ้าคิดว่าจะมีชายใดหมายปองเย่อิงงั้นรึ” มารดากระแทกเสียงถามลูกสาวกลับ
“อุ๊ย” หวงเหมยเถียงไม่ออก
“ดูเจ้าสิ เพิ่งสิบสามก็มีผู้มาทาบทามขอหมั้นหมายหลายรายแล้ว ส่วนเย่อิงแม้แต่ของกำนัลจากฝ่ายชายสักชิ้นยังไม่มี เช่นนี้ผู้คนจะไม่ต่อว่าข้าหรือไร ข้าคงโดนติฉินนินทาว่าเอาใจใส่แต่ลูกสาวตนเอง ไม่สนใจใยดีลูกเมียอื่นของสามี ข้าช่างเป็นภรรยาหลวงที่ไม่เอาไหนยิ่งนัก ฮึก ฮึก ฮึก” มารดาบุญธรรมยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาที่หางตา
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เย่อิงส่งเสียงดังเกือบเป็นตะโกน พลางยื่นสะดึงปักผ้าไปตรงหน้า
“เสร็จแล้ว ? เสร็จแล้วรึ ? ตอนนี้กี่โมงยามกัน” มารดาบุญธรรมรับสะดึงจากมือเย่อิงมาพินิจ
ลายปักนกหยวนหยางงดงาม (นกเป็ดน้ำแมนดาริน) ฝีเข็มประณีต รูปลักษณ์ของนกสมบูรณ์แบบ แม้แต่ผู้สอนอย่างนางยังปักฝีเข็มมิได้ขนาดนี้ มารดาบุญธรรมหันไปมองภาพวาดที่เป็นแบบปัก สะดึงในมือนางรูปร่างของนกหยวนหยางยังถูกต้องได้สัดส่วนเหนือกว่าภาพต้นแบบด้วยซ้ำ
“ข้าไปได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ” เย่อิงยิ้มกว้าง
“เจ้าจะไปไหนก็ไปเถิด” มารดาบุญธรรมโบกชายแขนเสื้อไล่ “พรุ่งนี้อย่าลืมมาเรียนวาดภาพด้วย”
หากลูกบุญธรรมของนางบกพร่อง นางคงดึงรั้งให้อยู่ต่อได้ แต่นี่มิว่าจะทำสิ่งไร เย่อิงก็เหนือชั้นกว่าคนอื่นอย่างต่ำหนึ่งขั้น นางจึงหาเหตุผลรั้งลูกบุญธรรมให้ออกไปเล่นซนมิได้
.........................................
พอลับสายตาผู้คนเย่อิงก็ยกกระโปรงวิ่งไปตามทางเรือนทำงานของท่านพ่อ นางอยากเห็นหนังสือจากต่างประเทศที่ท่านพ่อได้มาใหม่เหลือเกิน ในห้องทำงานนอกจากท่านพ่อ ยังมีบรรดาพี่น้องผู้ชายหลายคน
“พอดีเลย ข้ากำลังหาคนแปลภาษา” หวงเฉิงเยี่ยนกวักมือเรียกบุตรสาวคนโปรดเข้ามาใกล้
“ภาษาสันสกฤตเจ้าค่ะ ท่านพ่อต้องการให้ข้าแปลด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรเจ้าคะ”
“แปลคร่าวๆ ด้วยวาจาก่อน หากข้าเห็นว่ามีประโยชน์ เจ้าค่อยนำกลับไปแปลเป็นลายลักษณ์อักษร”
ผู้คนในบ้านนอกจากเย่อิง ยังมีอีกหลายคนที่เข้าใจภาษาทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะหญิงแก่ที่ติดตามมารดาของเย่อิงมาจากต่างแดน หากข้อเสียคือนางไม่ถ่องแท้ภาษาจีน ล่ามจีนพอเข้าใจภาษาต่างแดนแค่พอถูไถเจรจาการค้า เย่อิงจึงเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่แตกฉานทั้งภาษาจีนและภาษาต่างแดน
“เกี่ยวกับคำสอนของศาสดาเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าบางส่วนคล้ายขงจื้อ บางส่วนก็แตกต่าง”
“มีคำสอนด้านการค้าหรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ”
“งั้นอย่าเสียเวลาแปลเลย เจ้าไปทำอย่างอื่นที่เจ้าต้องการเถิด”
“ท่านพ่อขา ข้าอยากเอาหนังสือนี่กลับไปอ่านเจ้าค่ะ” เย่อิงขอร้องบิดา
“ในเมื่อใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่เจ้าชอบ อยากเอาไปก็ตามใจเถิด”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เย่อิงยิ้มกว้าง
“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป” พี่ชายใหญ่รั้งเย่อิงที่เตรียมวิ่งออกนอกห้อง
“คะ ?”
“เจ้าช่วยข้าคำนวณระวางเรือก่อนได้หรือไม่”
“ได้เจ้าค่ะ”
.........................................