รับเลี้ยง

1921 Words
. . ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักเท้าแขนกับกระจกรถ พร้อมมองออกไปด้านนอกรถ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทไม่มีคำพูดหรือถามไถ่ใดๆ จากปากของชายหนุ่ม เด็กสาวก็ได้แต่นั่งตัวลีบและก้มหน้างุด ตัวเล็กๆ บางๆ ของเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนดินโคลนเต็มไปหมดพร้อมกับคิดในใจว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่มากับชายคนนี้ เขาช่างดูน่ากลัวและน่าเกรงขามจนเธอแทบจะไม่กล้าหายใจแรง ทิศเหนือปรายตาเรียวมองไปที่เด็กสาวที่นั่งตัวสั่นเล็กน้อย สายตาคมกริบนั้นมองสำรวจเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าของเด็กคนนี้ไม่ได้ขี้เหร่เลย กลับดูสวยสดใสเว้นแต่เพียงความสดใสมันได้ถูกขโมยไป จนเหลือเพียงใบหน้าสวยที่ดูเศร้าสร้อยคล้ายกับวิญญาณใกล้จะหลุดออกจากร่างยังไงอย่างนั้น เขามองดูท่าทีแบบนั้นก็ขัดตาไม่น้อย เพราะเขาไม่ชอบคนอ่อนปวกเปียก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนี้สวยจนดึงดูดเขาได้และตรงสเปคไปเสียหมด ถ้าโตขึ้นคงจะสวยมากกว่านี้ไม่น้อย แต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้เธอยังดูเด็กเกินไปสำหรับเขา "อายุเท่าไหร่?" "...18 ค่ะ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเพราะไม่แน่ใจว่าอายุที่เขาไปสืบมามันจริงหรือไม่ เด็กสาวตอบโดยไม่เงยหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้หวาดกลัวเขามากขนาดนี้เหมือนมีรังสีอำมหิตปกคลุมรอบตัวของเขา ความรู้สึกของเด็กสาวเริ่มที่จะอยากออกจากตรงนี้ไปเสียแล้ว แต่ในเมื่อเธอเป็นคนตัดสินใจเลือกทางนี้ก็ย่อมทำแบบนั้นไม่ได้ เด็กสาวคิดว่าการทำให้เขาโกรธคือการกระทำที่โง่เขลาที่สุดและอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตก็ได้ "ละ...แล้ว...คุณอายุเท่าไหร่คะ?" "ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องมาซักไซ้ฉัน" "อึก...ขอโทษค่ะ" "เรียนที่ไหน?" "กำลัง...จะเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ" "อืม" บทสนทนาจบลงเพียงสั้นๆ แค่นั้น แต่เธอกลับรู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามเขาอีก การที่เขาเอ่ยถามเธอเมื่อครู่ เธอพยายามเค้นคำตอบออกจากลูกสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคออย่างยากลำบาก การพูดคุยกับเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยกลัวจับใจ . . ทิศเหนือเดินนำเธอเข้าไปในตึกใหญ่ใจกลางเมืองก่อนจะพาขึ้นไปชั้นบนสุดของตึกนั้น มีประตูบานใหญ่อยู่ไม่ไกลจากลิฟต์มากนักหลังจากที่เขาเดินนำมาพร้อมกับผู้ติดตาม เมื่อเปิดประตูบานใหญ่นั้นเข้าไปก็เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ตกแต่งแบบโทนดำและน้ำตาลเข้มทั้งห้อง มีโซฟาใหญ่วางกลางห้องคล้ายกับเป็นที่ที่เอาไว้สำหรับรับแขก ภายในดูหรูหราและราคาแพงจนเธอไม่กล้าคิดจะกระดุกกระดิกตัวไปไหน ชายหนุ่มเดินไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ที่มีป้ายชื่อของเขา ก่อนจะหยิบซองบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วดึงบุหรี่มวนสีดำขึ้นมาจุดบุหรี่พร้อมกับสูดเข้าไปเต็มปอดก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาอย่างใจเย็น เด็กสาวลอบมองดูการกระทำของเขาทั้งที่ยังยืนตัวแข็งทื่อก้มหน้างุดอยู่ที่เดิม ทิศเหนือหันกลับไปมองเด็กสาวทั้งที่มือคีบบุหรี่มวนนั้นอยู่ด้วยใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ "การันต์" "ครับ นายเหนือ" "ไปจัดการที่เรียนให้เด็กนี่" "นายจะรับเลี้ยงเด็กนี่หรอครับ?" "กูสั่งให้ไปทำก็ไปทำ" "...ครับนาย" การันต์ผู้ติดตามคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ไกลนัก จากเด็กสาวตอบรับคำสั่งของผู้เป็นนาย แม้เขาจะดูไม่เข้าใจนักว่าทำไมนายของเขาถึงรับเธอมาเลี้ยงไว้ใกล้ตัว ถึงจะเป็นลูกสาวของครอบครัวที่เคยดูแลผู้เป็นนาย แต่เธออาจจะทำให้เขาเดือดร้อนในอนาคตก็ได้ "ชื่ออะไร?" "อิสรินทร์" "หืม?" "อ..เอ่อ..กะทิค่ะ" "อืม" ทิศเหนือพยักหน้าก่อนจะยกมือข้างที่คีบบุหรี่ขึ้นมาสูบเข้าปอดอีกครั้งมืออีกข้างเท้าสะเอว คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยพลางใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรกับเด็กสาวดี แล้วจะจัดการให้เธอไปพักที่ไหน ทิศเหนือยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดออกก่อนจะจิ้มบุหรี่มวนนั้นเพื่อดับมันในที่เขี่ยบุหรี่รูปสลักมังกรสีน้ำตาลเข้ม ร่างสูงก้าวเท้าอย่างรวดเร็วผ่านเด็กสาวที่ยืนนิ่งอยู่ ก่อนจะกระดิกนิ้วชี้เรียกเธอให้ตามเขาไป ทิศเหนือขับรถหรูพาเธอไปยังผับแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากตึกใหญ่เมื่อครู่มากนัก และผับนี้ยังสามารถมองเห็นตึกของเขาได้อย่างชัดเจน ภายในผับเต็มไปด้วยพนักงานผู้ชาย ไม่มีพนักงานผู้หญิงเลยสักคน ถ้ามีก็มีแต่ผู้หญิงที่ทำงานค้าประเวณีภายในผับเท่านั้น พนักงานทุกคนมองตามทิศเหนือและเด็กสาวที่ผู้เป็นนายพาเข้ามาจนเหลียวหลังกันเป็นแถบ กะทิเริ่มหวาดกลัวสายตากะลิ้มกะเหลี่ยที่มองเธอจนเธอรีบเดินเข้าไปชิดตัวทิศเหนืออย่างไม่ทันระวัง ชายหนุ่มหลุบตามองเด็กสาวเล็กน้อยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะพาเธอเดินขึ้นไปยังชั้นสองผ่านม่านสีแดงเข้าไปก็เป็นห้องสำหรับลูกค้าพิเศษของผับ เด็กสาวมองไปรอบๆ ภายในห้องนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังมัวเมาอยู่อย่างไม่ได้สติ เมื่อเดินผ่านห้องหลังม่านที่น่าสะอิดสะเอียนนั้น ชายหนุ่มก็ได้พาเด็กสาวเดินทะลุไปยังประตูด้านในสุดของห้องนั้นที่มีการ์ดคอยยืนคุมอยู่หน้าประตูถึงสี่คน พอเปิดประตูออกไปมันก็คือด้านหลังผับที่มีทางเชื่อมลงไปโกดังขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของผับหรูนั้น ตรงทางเชื่อมมีที่กั้นทางเป็นลูกกรงให้เดินไปตามทาง เพราะข้างๆ ลูกกรงทั้งสองฝั่งเป็นที่เลี้ยงสุนัขล่าเนื้อไว้ พร้อมกับมีช่องเล็กๆ เหมือนประตูอัตโนมัติที่พร้อมปล่อยสุนัขเหล่านั้นออกมาจัดการผู้บุกรุกหรือผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาตลอดเวลา เด็กสาวที่เดินตามผู้เป็นนายสะดุ้งทุกครั้งที่สุนัขเห่าขู่และพยายามกระโดดเข้าหาเธอแต่ยังดีที่มีลูกกรงนั้นกั้นอยู่ เมื่อเข้าไปภายในโกดังนั้น เด็กสาวก็เห็นลานฝึกเต็มไปด้วยเครื่องมือต่างๆ สำหรับการฝึกการต่อสู้ทุกชนิด ไม่ว่าจะปืนผาหน้าไม้ต่างๆ มันไม่ดูแย่เลย เหมือนยิมขนาดใหญ่ด้านล่างและมีชั้นสองเป็นห้องล็อกแยกเป็นห้องๆ ภายในที่มีแต่ชายฉกรรจ์เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังฝึกฝนอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย รวมถึงลานกว้างกลางโกดังที่มีแผงเหล็กกั้นไว้สามด้าน ส่วนด้านที่ไม่ได้กั้นก็เป็นที่โซฟาและโต๊ะเหมือนไว้สำหรับชมมวยยังไงอย่างนั้น ทิศเหนือหยุดยืนอยู่ลานกลางโกดังที่เหมือนสนามประลองมวยแห่งนั้น โดยมีเด็กสาวตัวเล็กผอมบางเดินตามไปยืนใกล้ๆ ก่อนที่ทุกคนจะทยอยเข้ามารายล้อมและทำความเคารพเขา ชายหนุ่มขาวตี๋คนหนึ่งเดินออกมาจากคนเหล่านั้นแล้วไปยืนข้างๆ ผู้เป็นนาย หน้าตาหล่อเหลาไม่หยอก ดูเหมือนจะเป็นผู้คุมที่นี่เพราะเขาใส่ชุดสูทดูเรียบร้อยกว่าทุกคน "มีอะไรหรอครับนายเหนือ?" "กูจะฝากเด็กนี่...ไว้ที่นี่" "อะไรนะครับ?" "กูพูดเข้าใจยากหรอวะ ไอ้เทมป์" "ไม่ครับนาย แต่เอาไปอยู่หอนารีง่ายกว่าไหมครับนาย? หน้าตาเด็กนี่สวยใช้ได้เลย ลูกค้าน่าจะให้ราคาดี" ทิศเหนือจ้องมองเทมป์ด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์อารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนจะย่างก้าวเข้าไปหาเขาพร้อมกับกระชากคอเสื้อของเทมป์ก่อนจะเค้นเสียงพูดทุ้มต่ำอย่างข่มอารมณ์ เพราะเขาไม่อยากให้เด็กสาวคนนี้ที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องต้องไปขายตัวให้ลูกค้าคนไหน เขาตั้งใจจะเลี้ยงเด็กสาวคนนี้ให้โตเต็มวัยเสียก่อน "กูบอกให้อยู่ที่นี่...นั่นหมายถึงมึงต้องฝึกเด็กคนนี้" "...ทราบแล้วครับนาย" "จะทำอะไรก็เชิญ ขอแค่ยัยเด็กนี่เก่งพอที่จะแก้แค้นตามที่หวัง" "ห๊ะ?...เอ่อ...ครับ" "และอย่าให้เธอเข้าไปที่หอนารีแม้แต่ก้าวเดียว รวมถึงในผับด้วย" เทมป์พยักหน้ารับคำสั่งของผู้เป็นนายก่อนที่ทิศเหนือจะปล่อยคอเสื้อเขาและเดินจากไป ทิ้งให้เด็กสาวอยู่กับเหล่าลูกน้องของตนเพียงลำพัง เทมป์มองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแสยะยิ้ม แต่เด็กสาวก็พอมองออกว่าเขาดูไม่ค่อยพอใจนักที่เธอมาที่นี่ "เธอไม่เหมาะกับที่นี่...กลับไปตอนนี้ยังทัน" "ม..ไม่ค่ะ...หนูไม่มีที่ให้กลับ" "หึ...งั้นหรอกหรอ...เอาเถอะ...ฉันชื่อเทมป์ แล้วเธอล่ะ?" "หนูชื่อ...กะทิค่ะ" "ฉันถามจริงๆ เธอเป็นนางบำเรอของนายหรอ?" "เอ๊ะ...ไม่ใช่นะคะ...เขาแค่รับเลี้ยงแล้วส่งเสียเรื่องเรียนเพียงเท่านั้น" "พูดไปก็ไม่เท่านั้น เธอคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอก...ตามมาสิ" เทมป์เรียกเธอให้เดินไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ใต้บันไดทางขึ้นไปชั้นสองที่อยู่ใกล้ มันเป็นห้องเดี่ยวที่ค่อนข้างมิดชิด แต่จะรกและสกปรกไปเสียหน่อยเหมือนกับห้องเก็บของ พอเทมป์เปิดประตูให้เด็กสาวเข้าไปยังที่พักของตน เธอเปิดไฟที่มีเพียงดวงเดียวห้อยไว้ติดกับเพดาน เด็กสาวมองดูรอบๆ ห้องอย่างเศร้าสร้อย เธอไม่เคยต้องมาอยู่ห้องที่รังหนูแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อแม่ของเธอทำให้เธอมีชีวิตที่สุขสบายมาในบ้านหลังใหญ่ห้องนอนใหญ่ที่ถูกจัดสรรอย่างเรียบร้อย เทมป์มองดูเด็กสาวแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะปล่อยให้เด็กสาวอยู่ลำพังในห้องของเธอ กะทิอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาเพราะความคิดถึงพ่อแม่จับใจ "ฮึกๆ..ฮือ...พ่อคะ...แม่คะ..ฮือๆ" เทมป์ที่ยังไม่ได้เดินออกไปไหนไกลก็ได้ยินเสียงร้องไห้ที่เรียกคร่ำครวญหาพ่อแม่ดังออกมาจากในห้องที่พึ่งออกมา เขาถึงกับยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เทมป์ก็เป็นอีกคนที่ไม่เข้าใจเจ้านายของตนว่าทำไมต้องรับเลี้ยงเด็กสาวคนนี้มา "หึ...ยัยโง่" ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะเดินกลับไปยังลานฝึกซ้อม ปล่อยให้เด็กสาวร้องไห้จนกว่าจะพอใจ กะทินั่งร้องไห้ไปพร้อมกับเก็บห้องของตนไปทั้งน้ำตา เธอจัดเก็บแค่ให้ดูเป็นห้องที่พอจะนอนได้บ้างและหันไปเก็บกระเป๋าที่เป้ใบเดียวที่ติดตัวเธอมา . . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD