.
.
ภายในบ้านที่กระจัดกระจายไปด้วยสิ่งของที่ถูกผู้คนทำลาย ชายหญิงโดนกระชากผมลากมากองรวมกัน ผู้ชายสี่ห้าคนที่มีอาวุธยืนคุมอยู่ รอยเลือดหยดเต็มพื้น
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำนั่งไขว้อยู่ที่เตียงหรูพร้อมจุดบุหรี่หนึ่งมวนและสูบเข้าเต็มปอด ก่อนพ่นควันของมันไปยังใบหน้าของชายหญิงวัยกลางคนทั้งสอง
"ท่านครับ...ผมขอร้องล่ะ...ปล่อยเมียกับลูกผมไปเถอะครับ"
"ฮึกๆ ฮือๆ คุณคะ อย่าไปขอร้องพวกมัน! ไอ้พวกชั่ว!"
ชายวัยกลางคนที่มีเลือดท่วมเต็มหน้าตาที่เคยดูดี ตอนนี้หน้าตาบวมช้ำและรอยแตกเป็นทางยาว เขายกมือขึ้นร้องขอชีวิตของลูกและภรรยาทั้งน้ำตา แต่ภรรยาของเขากลับห้ามไม่ให้เขาทำแบบนั้น
ผัวะ!!
หนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงใช้ด้ามปืนตบเข้าไปที่หน้าหญิงผู้นั้นจนล้มเลือดกบปากไปกองกับพื้นหญิงผู้นั้นสำลักเลือดออกมาอย่าทรมาน
ลูกน้องคนเดิมทำท่าจะเข้าไปเตะซ้ำแต่ผู้เป็นสามีได้เข้าไปกอดไว้ พร้อมกับก้มหัวร้องของชีวิตชายที่อายุน้อยกว่าเขาอีกครั้ง
"ขอร้องล่ะครับ ไว้ชีวิตภรรยาและลูกสาวผมด้วย"
"ยังมีหน้า..."
"ขอร้องล่ะครับท่าน!"
ศีรษะที่เคยอยู่สูงก้มลงจรดพื้นรองเท้าของชายอายุน้อยกว่าอย่างอ้อนวอน ชายหนุ่มผู้นั้นหลุบตามองไปยังเท้าของตนอย่างก่อนจะเตะเข้าไปที่หน้าของชายที่ร้องขอชีวิตจากเขา
ภรรยาเห็นอย่างนั้นก็ไม่อยู่เฉยลุกขึ้นหวังจะตบเข้าไปที่หน้าของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา
ปังงง!!
เสียงปืนดังขึ้นทำให้หญิงคนนั้นล้มลงกลางคัน ลูกน้องคนสนิทถือปืนจ่อหญิงคนนั้นที่ทุรนทุรายคลานหนีไปยังตู้เสื้อ มือที่เปื้อนเลือดพยายามเอื้อมไปด้านหน้า
สายตาจ้องมองเข้าไปในตู้ที่มีช่องเล็กๆ อยู่ก่อนที่จะกระสุนจะวิ่งเข้าไปที่ศีรษะของเธอ หญิงผู้นั้นล้มลงทันที มือเปื้อนเลือดนั้นปิดที่ช่องนั้นก่อนจะเลื่อนลงอย่างหมดแรงและหมดลมหายใจ
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นจึงเกิดโทสะคิดจะวิ่งเข้าไปทำร้ายคนที่เป็นหัวหน้าแต่ก็ถูกยิงเสียก่อน โดยลูกน้องของเขา
เลือดสีแดงสาดนองเต็มพื้นเละผนังห้อง ชายหนุ่มที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นอย่างไม่ไยดีแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป แต่ก็หยุดชะงักฝีเท้าลง
"หาตัวลูกสาวมันให้เจอ"
"ครับนาย"
.
หญิงสาววัยสิบแปดนั่งตัวสั่นและปิดปากตนเองอยู่ในตู้เสื้อผ้า มองศพของพ่อและแม่อันเป็นที่รักถูกลากไปตามพื้นเหมือนสิ่งของเธอกลั้นเสียงร้องไห้ไว้และกัดปากแน่นจนเลือดซิบ น้ำมันถูกราดลงบนร่างของพ่อแม่และบ้านของเธอ
ไฟเริ่มลุกลามไปทั่ว คนที่ฆ่าพ่อแม่เธอเดินออกไปอย่างไม่ไยดี ร่างถูกเผาและบ้านกำลังมอดไหม้ทั้งหลัง....มอดไหม้เหมือนแรงแค้นในใจของเธอ
.
.
.
เด็กสาวทุลักทุเลกึ่งเดินกึ่งคลานออกมาจากหลังบ้านพร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ของเธอ หญิงสาวหันมองบ้านหลังใหญ่ที่เคยมีความสุขกับพ่อแม่ ค่อยๆ มลายหายไปต่อหน้าต่อตา
เธอพึ่งบอกพ่อกับแม่วันนี้ว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยที่พวกเขาเคยหวังไว้ได้แล้วแท้ๆ ความฝัน อนาคต ถูกดับวูบลงไปในทันที
รถตำรวจและรถดับเพลิงวิ่งวุ่นไปทั่วบริเวณและเธอจำเป็นต้องหนี น้ำตาไหลอาบสองแก้มวิ่งไปล้มลุกคลาน ภายในใจจุกอกจนเหมือนจะขาดใจตายเสียตรงนี้
หญิงสาวทุบอกตัวเองซ้ำๆ พร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เธอก็ยังคงต้องเดินต่อไป เธอต้องไปสถานีตำรวจ
.
.
.
ตำรวจมองเด็กสาวที่นั่งร้องไห้ไม่พูดไม่จา ข่าวบนหน้าจอทีวีในสถานีป่าวประกาศเหตุการณ์ฆาตกรรมและไฟไหม้ของผู้มีอิทธิพลและภรรยาถูกฆ่าและทิ้งศพให้จมกองเพลิงโดยไร้พิธีกรรมใดๆ อย่างน่าอนาถ
"มือขวาของมาเฟียใหญ่อย่างเดชาเดชได้ถูกฆาตกรรมอย่างน่าอนาถ ไร้ซึ่งพิธีกรรมใดๆ ทางตำรวจสงสัยว่าอาจจะเป็นฝีมือของคู่อริ เนื่องจากผู้เสียคนได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวขัดขาธุรกิจ และตอนนี้ทายาทผู้เห็นเหตุการณ์ได้เข้าพบกับตำรวจแล้ว...."
.
"เธอเห็นอะไรบ้าง...ถ้าเธอไม่พูดฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอกนะ"
ชายหนุ่มในชุดตำรวจเดินเข้ามาสอบถามเธอ แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบใดๆ เธอยังคงนั่งเหม่อและปิดปากเงียบ
ตอนนี้เธอพูดอะไรไม่ออก มันเบลอไปหมด ปรินทร์เดินเข้ามาก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเดินออกไป เพราะเขาจะสอบสวนเธอเอง
"ฉันชื่อปรินทร์ เป็นสารวัตรที่นี่ เธอล่ะ?"
"........."
"เอาเถอะ ถึงไม่บอกฉันก็รู้อยู่แล้ว อิสรินทร์..."
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองชายในชุดตำรวจที่พอดีกับรูปร่างที่กำยำ ใบหน้าหล่อคมของเขามองตรงมาที่เด็กสาวที่ตอนนี้กำลังเหมือนสติหลุด เธอมองเขานิ่งไม่ตอบอะไร น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาคลอรอบดวงตา
"หิวไหม? ฉันจะพาไปกินข้าว"
"...พวกมัน...ฆ่าพ่อแม่ฉัน...ฮึกๆ ...มันมีกันหกคน...มัน ฮึกๆ ฮือ...ฆ่าพ่อแม่ฉันเหมือนผักเหมือนปลา...ไอ้เลวพวกนั้น!!"
"จำหน้ามันได้ไหม?"
.
ปัง!!
เสียงประตูห้องถูกเปิดอย่างแรงพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูท ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาราวกับลูกรักพระเจ้าคราบบุหรี่มวนดำเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้ามา
เสื้อเชิ้ตสีดำที่เผยให้เห็นรอยสักตรงหน้าอกและแขนเสื้อที่เลิกขึ้นครึ่งแขน รอยสักเต็มแขนไปหมด
ลูกน้องที่เปิดประตูก่อนหน้าก้มหัวลงคล้ายเคารพชายหนุ่มคนนั้น เขาเดินเข้ามาหาเด็กสาวที่กำลังนั่งมองเขาอยู่อย่างหวาดระแวง
ปรินทร์เอาตัวเองมาขวางไว้พร้อมกับกางแขนแกร่งออกเพื่อปกป้องเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างหลังเขา
"นี่มันคือการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ คุณไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับพยาน"
"หึ.."
"และที่นี่ไม่ใช่ที่สูบบุหรี่ คุณทิศเหนือ"
ปรินทร์ดึงบุหรี่ออกจากปากเขาก่อนจะโยนมันลงพื้นแล้วเหยียบเพื่อกฎหมายมัน ลูกน้องที่เปิดประตูเข้ามาทำท่าจะเข้ามาขวางการกระทำของปรินทร์ แต่ทิศเหนือยกมือห้ามไว้ก่อน
"สืบสวน?...ตำรวจจะไปมีน้ำยาช่วยอะไรได้?"
"มันเป็นเรื่องของกฎหมาย"
"กฎหมาย? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย...ไม่นานไอ้ที่ว่ากฎหมายก็เงียบไป"
"มาเฟียอย่างคุณไม่เชื่อใจตำรวจอยู่แล้ว...แถมยังไม่ถูกกับกฎหมายเท่าไหร่นี่"
"นายพูดไม่ผิด... เรื่องนี้พวกฉันจะเป็นคนจัดการเอง คนของฉัน...ตำรวจไม่ต้องจุ้น"
"เรายังคงให้พยานไปไม่ได้"
"ฉันไม่ฆ่าเด็กนี่หรอก..."
ทิศเหนือเดินเข้าไปใกล้เด็กสาวแม้ปรินทร์จะยืนขวางอยู่แต่เขาก็ไม่ได้หวาดหวั่น ทิศเหนือยื่นมือออกไปหาเด็กสาวที่นั่งเงียบอยู่ สายตาคมหลุบมองเธออย่างไม่วางตาและแน่วแน่
"มากับฉันสิ"
"ฉันจะเชื่อใจคุณได้หรอ?!"
"เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ หรืออยากจะนอนโอดครวญอยู่ที่นี่ก็เชิญ"
เด็กสาวช่างใจเล็กน้อยแต่ยังไม่ตอบรับ เพราะเธอไม่รู้จักเขา และไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับพ่อแม่เธอยังไงและไว้ใจได้แค่ไหน เด็กสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ยื่นมือหาเธอด้วยสีหน้าไม่เชื่อใจ
"พ่อแม่เธอเป็นผู้มีพระคุณของฉัน...และทำงานให้กับตระกูลฉัน"
"........."
"อยากแก้แค้นไม่ใช่หรอ?...หรือจะรอการสืบสวนของตำรวจ?"
มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมไปรับความหวังดีที่เขาหยิบยื่นให้ เธอเลือกทางแก้แค้น แม้ปรินทร์จะหันมาส่ายหน้าเป็นเชิงไม่เห็นด้วย แต่เขาก็บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้
เมื่อลูกน้องคนสนิทของทิศเหนือยื่นพินัยกรรมสิทธิ์การดูแลให้เขา ทำงานกับมาเฟียจึงไม่แปลกที่จะทำพินัยกรรมแบบนี้ขึ้นเพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าต้องมีสักวันที่ถูกฆ่าตาย แถมตำรวจยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ
ปรินทร์ทำได้แค่หลีกทางให้พวกเขาเดินออกไป แต่สารวัตรที่มุ่งมั่นอย่างเขาไม่คิดจะยอมแพ้ จึงคิดที่จะไปรับเด็กสาวกลับมาเพราะคือพยานเพียงคนเดียว...เขาต้องการรู้ว่าเธอเห็นอะไรมากน้อยแค่ไหน...
.
.
.