บทนำ (๑)
บทนำ
รถสปอร์ตสีแดงเพลิงถูกขับด้วยความเร็วในเวลาตีสามซึ่งท้องถนนโล่ง บรรยากาศเย็นสบายพัดพาความหนักอึ้งในหัวใจของชายหนุ่มออกไปจนหมด เพลงเปิดดังแข่งกับเสียงลมและไม่ลืมตะโกนร้องคลอซึ่งไม่มีความเพราะสักนิด
เขากำลังบอกลาความรักที่แสนเจ็บช้ำ ทั้งที่ทุ่มเทให้แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่เหลียวแล บอกว่าคิดกับเขาแค่เพื่อน
เพื่อนบ้าอะไรจูบกันวะ! ตะโกนถามอยู่ในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป ในเมื่อหล่อนมีชายคนอื่นข้างกาย ไม่เห็นเหมาะสมกันสักนิด หน้าตาแฟนเธอเหมือนปลาหินที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ จะมีดีหน่อยก็ตรงที่บ้านครอบครองธุรกิจมินิมาร์ทอันดับหนึ่งของประเทศ เปิดทั่วไทยกว่าสองพันสาขา
แล้วไงวะ บ้านเขาก็ทำบริษัทรับเหมาเหมือนกันนั่นแหละ แค่ไม่รวยขนาดติดท็อปทรีแต่ก็ยังอยู่ในท็อปเท็น ตะโกนก้องในใจแล้วเลี้ยวกลับเข้ามายังคอนโดสุดหรูซึ่งแน่นอนว่าบิดาไม่ได้เป็นคนซื้อให้ ท่านบอกเปลืองเงิน จะให้นอนที่บ้านใหญ่เพื่อประหยัด
ทว่าบ้านหลังนั้นไกลจากมหาวิทยาลัยพอสมควร ลุงกองทัพเลยจัดการจองคอนโดให้หลานชาย พร้อมจ่ายเงินเสร็จสรรพมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือ เรียนจบต้องกลับมาทำงานที่วิจิตร จำกัด(มหาชน) ห้ามไปรับงานอื่นเด็ดขาด
เขาก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ดีเสียอีกมีงานรองรับ เพื่อนๆ ต่างอิจฉาทั้งนั้นที่ได้ทำงานในบริษัทซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการก่อสร้างอันดับหนึ่งในประเทศ
จอดรถยังหน้าคอนโด มีพนักงานมารับกุญแจก่อนนำรถเขาไปจอดยังที่วีไอพี ร่างสูงถึงได้เดินเข้ามาข้างในซึ่งดึกขนาดนี้แทบไม่มีผู้คน นอกจากรีเซฟชั่นและนิติบุคคลคอยอำนวยความสะดวกตามที่ลูกบ้านต้องการ
“คุณคีคะ มีคนมารอพบค่ะ” กำลังจะก้าวเท้าไปยังลิฟต์ก็มีคนมาขวางไว้เสียก่อน คิ้วหน้าขมวดเข้าหากันแล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดู
“ตีสามครึ่งเนี่ยนะ” ดึกขนาดนี้ผีมารอเขาหรือไง พนักงานสาวยิ้มเจื่อนก่อนจะบอกเล่ารายละเอียดให้ฟัง
“เธอมารอตั้งแต่หนึ่งทุ่มแล้วค่ะ พอรู้ว่าคุณไม่อยู่ก็ยังยืนยันจะรอ เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” สำคัญถึงขนาดต้องรอแปดชั่วโมงเลยเนี่ยนะ คนหรือหุ่นยนต์ทำไมอึดขนาดนั้น
“แล้วเขาอยู่ไหน” หล่อนผายมือไปยังโซฟารับรองแขก ร่างสูงพยักหน้าพลางค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณ แล้วเดินมายังผู้ที่นั่งรอจนนอนหลับไปเสียแล้ว มาหยุดยืนตรงหน้าคนที่เอนกายพิงพนักดวงตาหลับพริ้มราวมีความสุขนักหนา
เห็นแล้วขัดตาขัดใจจริงๆ!
“ตื่นได้แล้ว ฝันหวานอยู่ได้” เตะเท้าหล่อนเป็นการปลุกให้ตื่นพลางพูดเสียงดังเล็กน้อย ทำเอาคนที่อยู่ในห้วงแห่งความฝันสะดุ้งสุดตัว หล่อนตื่นเต็มตาแล้วรีบลุกขึ้นยืนตรง ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น
แต่มันชินไปแล้วนี่นา ยาวอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มเธอทำตัวไม่ถูกทุกที เขาชอบมองด้วยแววตาดุ ทั้งยังน้ำเสียงแดกดันประชดประชันนั่นอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะมารดาของอีกฝ่ายไหว้วานให้เอาของกินมาให้ลูกชายสุดที่รัก หล่อนคงไม่มาเหยียบสถานที่แห่งนี้เด็ดขาด
“แม่คุณฝากเอาของกินแล้วก็ผลไม้ที่ไร่มาให้ค่ะ” ดวงตาคมเหลือบมองกระเช้าผลไม้และปิ่นโตเถาใหญ่ ก่อนที่สายตาจะมาหยุดยังผู้หญิงตัวเล็กซึ่งความสูงห่างจากเขาเกือบยี่สิบเซนติเมตรได้ สงสัยตอนเด็กไม่ค่อยดื่มนม โตมาเลยตัวแค่นี้
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอกลับ” พอจะเดินหนีเนื่องจากทนความอึดอัดไม่ไหวชายหนุ่มก็ใช้เท้าขึ้นมายันโซฟาเอาไว้ เป็นการกักกันไม่ให้หล่อนเดินไปไหน
“มันดึกมากแล้ว ถ้าฉันปล่อยเธอกลับตอนนี้ คิดว่าแม่ฉันจะด่าไหม” เขายกเท้าลงแล้วยืนตรงพลางเอามือล้วงกระเป๋า ชุดนักศึกษาก็ยังไม่ถอดออก แถมยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์อีก รับรู้ทันทีว่าทำไมเขาถึงกลับเข้าที่พักเกือบรุ่งเช้า
คงไปสำมะเลเทเมามาสินะ...