
ให้รักนำทาง…1
ห้องแกรนด์บอลรูมขนาดใหญ่มีผู้คนนับพันมาร่วมงานที่มีชื่อว่างาน ‘ประมูลเพชรการกุศล’ และเพราะมีคำว่าการกุศลพ่วงท้ายจึงมีนักบุญมากมายมารวมตัวกัน
เหล่าเซเลปไฮโซใจบุญตบเท้าเข้าร่วมงานการกุศลอย่าคับคั่ง!
‘ข่าววันพรุ่งนี้คงจะพาดหัวประมาณนั้น’
แต่ในความเป็นจริงเพชรน้ำหนึ่งรู้ดีว่าแต่ละคนที่มาเพราะอยากอวดประชันความมั่งมีของตัวเอง ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวของเธอก็ด้วย และถ้าหากจะถามว่าเธอชอบการใส่หน้ากากแบบนี้มั้ย เพชรน้ำหนึ่งก็คงจะขอตอบอย่างมั่นใจว่า...ชอบมาก!!!
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
หญิงสาวส่งยิ้มหวานเกินจำเป็นเพื่อทักทายคุณหญิงอิงอรซึ่งเป็นคนดังคนหนึ่งในแวดวงไฮโซ
“อ่อ...จ้ะ สวัสดีจ้ะ มากับใครล่ะเนี่ย”
“มากับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ อยู่ทางด้านโน้นน่ะค่ะคุณป้า”
“ป้าอยากเจออยู่พอดีเลย มีเรื่องอยากจะขอโทษพ่อแม่หนูน่ะ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ก็เรื่องที่ป้าสื่อให้ลูกชายของตระกูลทองประทานกับหนูน่ะสิ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะถูกปฏิเสธเอา”
เพชรน้ำหนึ่งหน้าร้อนวูบเมื่อรู้ว่าเธอถูกปฏิเสธอีกครั้ง
“ความจริงป้าก็พยายามพูดแล้วนะว่าถึงหนูจะไม่ใช่สายเลือดของแก้ววินิจแท้ๆ แต่ก็นับเป็นทายาทคนเดียว แต่ก็นั่นแหละหนู ตระกูลที่เขามั่งคั่งเพียบพร้อมเขาก็อยากจะได้ลูกสะใภ้ที่มีเลือดผู้ดีแท้ๆ แต่หนูไม่ต้องห่วงนะป้าจะมองๆหาคนใหม่ที่เหมาะสมให้ แต่อาจจะต้องลดสเปคลงหน่อย หล่อ รวย แต่เป็นพวกเศรษฐีใหม่ไม่ใช่ผู้ดีเก่าแก่”
กรี๊ดดดด!!!
หญิงสาวกรีดร้องอยู่ในใจขณะที่ฟังคำพูดของคุณหญิงที่เป็นแม่สื่อหาผู้ชายมาเกี่ยวดองกับเธอ ซึ่งแต่ละคำล้วนแล้วแต่เหมือนดูถูกมากกว่าเห็นใจ
ลดสเปคงั้นเหรอ!
เธอไม่คู่ควรอย่างนั้นเหรอ!
แล้วทุกคนจะได้รู้ว่าดูถูกเธอมากเกินไป!
เพชรน้ำหนึ่งคิดอย่างขุ่นเคืองด้วยรู้ดีว่าลึกๆแล้วคนเหล่านั้นรังเกียจเธออยู่ ถึงแม้เวลาที่พบเจอกันตามงานจะยิ้มแย้มทักทาย แต่นัยน์ตาที่มองมามันเหมือนกับกำลังด่าว่าเธอเป็นอีกาที่หลงอยู่ในฝูงหงส์ แย่ไปกว่านั้นคือแววตาที่มองเธออย่างสมเพชเวทนาซึ่งเธออยากอาเจียนทุกครั้งที่เห็น
“ลอง...”
“หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!”
เธอพูดเสียงห้วนแล้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างเย่อหยิ่งโดยไม่สนใจว่าคู่สนทนาจะรู้สึกเช่นไร ด้วยรู้ดีว่าต่อให้เธอพยายามรักษามารยาทมากแค่ไหนคนพวกนั้นก็ไม่มีวันเห็นเธอดีไปได้
“เสียมารยาท! เลี้ยงดียังไงก็ยังต่ำ!”
เสียงค่อนขอดตามด้วยเสียงซุบซิบนินทาที่ดังตามหลังไม่อาจหยุดสองเท้าเล็กในรองเท้าส้นสูงคู่สวยได้ เพชรน้ำหนึ่งยังคงก้าวเดินต่อไปราวกับไม่ได้ยิน เพราะรู้ว่านั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับคนเหล่านั้น
สถานที่ที่หญิงสาวใช้หลบมาปรับอารมณ์ให้เย็นลงคือห้องน้ำ แต่แล้วผลลับธ์กลับตรงกันข้ามเพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็ยังได้ยินสิ่งที่ไม่อยากได้ยินอยู่ดี
“นี่! ได้ยินที่คุณหญิงอิงอรพูดกับแม่นางมั่นนั่นมั้ย”
เสียงถามกลั้วหัวเราะบ่งบอกอารมณ์คนพูดได้เป็นอย่างดี ซึ่งโทสะของคนที่กำลังถูกกล่าวถึงก็พุ่งขึ้นเป็นริ้วๆจนต้องกำมือแน่น
“ได้ยินสิ ฉันล่ะกางหูรอฟังเลย”
“ไม่ต่างกันจ้ะ บอกตรงๆนะว่าฉันทั้งหมั่นไส้ทั้งสมเพชนาง คงจะอยากยกระดับตัวเองอีกขั้นด้วยการหาผู้ชายมีตระกูลมาแต่งงานด้วย เฮอะ! ไม่ได้เจียมเลยว่าตัวเองเป็นแค่เด็กข้างถนนที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ครอบครัวผู้ดีที่ไหนจะอยากได้ไปเป็นสะใภ้”
“จริง! อย่างดีก็จับได้แค่ไอ้พวกปลายแถวเท่านั้นแหละ”
เพชรน้ำหนึ่งพยายามสงบอารมณ์ด้วยการนับเลขในใจช้าๆไปจนถึงหลักพัน ถึงแม้คำพูดเหยียดหยามเหล่านั้นจะเข้าหูอยู่เสมอแต่เธอไม่เคยชินชา ทุกครั้งที่ได้ยินมันทิ่มแทงใจเธอได้ซ้ำๆโดยที่ความเจ็บไม่ลดลงเลย
“เลิกพูดถึงนางเถอะฉันเวทนา มาพูดถึงคุณราชันลูกชายตระกูลรัตนเลิศดีกว่า”
“ฉันได้ยินข่าวแว่วๆมาอยู่นะว่าเขากำลังจะย้ายกลับไทยถาวร!”
น้ำเสียงตื่นเต้นของสองสาวสร้างความอยากรู้ให้กับเพชรน้ำหนึ่งจนยอมขังตัวเองไว้ในห้องน้ำต่ออีกนิด
“จริงหรอ!”
“อือ...นี่ฉันว่าจะพาตัวเองไปอาบน้ำแร่แช่น้ำนมสักหน่อย คุณราชันจะกลับเดือนหน้าคงมีเวลาพอให้ฉันทำสวยเผื่อจะได้เจอตามงานบ้าง”
“แต่เรื่องนี้ฉันคงต้องขอลงสนามด้วยนะ ถึงเราจะเป็นเพื่อนกันแต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อผู้ชายอย่างคุณราชันมันมีน้อยอะ”
“เอาเถอะ ฉันคิดว่าฉันไม่แพ้ ถ้าจะมาลงสนามก็มาเลยแต่บอกก่อนนะว่าไม่ง่าย เพราะผู้ชายอย่างคุณราชันน่ะใครๆก็อยากได้ พวกบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายพอรู้ว่าเขาจะกลับมาไทยก็คงเตรียมผลักเตรียมดันลูกกันยกใหญ่!”
“นั่นสิ”
ปัง!!
อุ้ย!!
เสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดอย่างแรงทำเอาสองสาวสะดุ้งโหยงและเมื่อรู้ว่าเป็นใครก็ถึงกับหน้าถอดสี
“นี่...”
หนึ่งในสองสาวถึงกับลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นสายตาที่ไม่ต่างจากเสือสาวของเพชรน้ำหนึ่ง แต่ก็ยังแสร้งทำโมโหกลบเกลื่อน
“นี่เธอแอบฟังเหรอ! ทุเรศที่สุด!”
“ใช่! เสียมารยาท!”
“พวกเธอต่างหากที่ทั้งทุเรศทั้งเสียมารยาท! พูดนินทาคนอื่นสนุกปากในที่สาธารณะ แถมยังเพ้อเจ้อถึงผู้ชายแบบไม่อายปาก!”
หญิงสาวตอกหน้ากลับอย่างไม่ยอมแพ้ถึงแม้อีกฝ่ายจะมากกว่าก็ไม่สามารถทำให้เธอกลัวได้เลย
“ปากของฉัน! ฉันจะพูดอะไรก็ได้!”
“แต่ต้องไม่ใช่การนินทาว่าร้ายคนอื่นโดยเฉพาะฉัน! จะบอกอะไรให้นะ...”
ดวงตาคู่สวยที่ถูกกรีดอายไลน์เนอร์จนคมเฉี่ยวจิกมองสองสาวด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
“เลิกเพ้อเจ้อเถอะ คนสันดานหยาบปากสกปรกอย่างพวกเธอผู้ชายดีๆแบบนั้นเขาไม่มาเอาหรอก!”
“ก็ยังดีกว่าเด็กข้างถนนอย่างแกก็แล้วกัน! อีขยะ!”
นัยน์ตาคู่สวยลุกวาบแล้วเงื้อมือขึ้นสุดแขน เป้าหมายคือแก้มขาวๆของคนที่ลอยหน้าด่าทอเธออย่างไม่มีสลด
“น้ำหนึ่ง!”
คุณวดีรีบก้าวเร็วเข้ามารั้งแขนลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก
“นี่มันอะไรกันลูก!”
“เปล่าค่ะ”
เธอลดมือลงข้างตัวพร้อมกับสองสาวที่รีบเดินหนีออกไปอย่างลนลาน
“มีอะไรกันอีก”
“เปล่าค่ะ”
“แม่บอกแล้วสอนแล้วนะว่าต้องอดทน ยิ่งเขามองว่าเราคนละชั้นเราต้องยิ่งพิสูจน์ให้เขาเห็น ว่าความเป็นผู้ดีมันอยู่ในกมลสันดานไม่ใช่สายเลือด”
คุณวดีบอกสอนคำเดิมที่เคยพูดเสมอเวลาที่เธอทะเลาะกับใคร ท่านพูดเช่นนี้กับเธอเสมอโดยไม่เคยถามถึงต้นสา

