bc

ก็แค่ของเล่นที่เขาไม่รัก

book_age18+
387
FOLLOW
3.1K
READ
HE
playboy
heir/heiress
kicking
campus
friends with benefits
like
intro-logo
Blurb

“เฟย์ ช่วยพี่เหอะนะ พี่ขอร้อง”

“จะบ้าเหรอ! จะให้เฟย์ปลอมตัวเป็นผู้ชายเนี่ยนะ นมใหญ่ขนาดนี้เขาดูไม่ออกเลยมั้ง!”

“เธอก็เอาผ้ารัดหน้าอกเหมือนในละครไง นะๆ ช่วยพี่เถอะนะ ถ้าเธอไม่ช่วยพี่นะ พี่คงอดเป็นตัวจริงแน่”

“แล้วถ้าถูกจับได้จะทำยังไง!”

“เราหน้าตาเหมือนกันจะตาย เขาดูไม่ออกหรอก นะๆ ...เฟย์อยากได้อะไรพี่จะให้เฟย์หมดทุกอย่างเลย”

“โอ๊ย พี่ฟลินนี่แม่ง...เออๆ ก็ได้ เห็นว่าขาหักหรอกนะ”

‘เฟย์’ ไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจช่วยพี่ชายที่เกิดก่อนไม่กี่วิคนนี้จะทำให้เธอต้องเจอกับเรื่องราววุ่นวายชวนป่วนหัวใจ เมื่อเธอถูกกัปตันทีมฟุตบอลอย่าง ‘เฉิน’ จับได้ เขาเป็นเพลย์บอยตัวพ่อแถมยังหล่อเหลาร้ายกาจสุดๆ เงื่อนไขในการช่วยเก็บความลับของเขาก็คือ เธอจะต้องยอมเป็นเบ้และทาสรักของเขา!! ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเขากับเธอจึงเริ่มขึ้น

“จำเอาไว้ว่าเธอเป็นแค่ของเล่นค่าเวลา ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าอย่าหลงรักเฮียก็แล้วกัน”

chap-preview
Free preview
บทนำ
มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์คาเทริน่าเป็นมหาลัยเอกชนชื่อดังติดท็อประดับประเทศ นอกจากด้านวิชาการจะเป็นเลิศแล้วทางด้านของกีฬาก็ไม่น้อยหน้าใครโดยเฉพาะทีมฟุตบอลของมหาลัยที่ถือได้ว่าเป็นทีมที่มีชื่อเสียงทีมหนึ่งที่เคยได้แชมป์มาครอง คงไม่แปลกที่นักศึกษาชายมากมายต่างก็อยากจะเป็นนักฟุตบอลของ มหาลัยกันทั้งนั้นเพราะนอกจากจะทำให้กลายเป็นคนดังแล้ว หากชนะการแข่งขันก็จะได้รับเงินรางวัลอีกด้วย “โอ๊ย ร้อนก็ร้อน ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้” ปวริศาเดินบ่นกระปอดกระแปดไปตามทางเดินของมหาลัย ใบหน้าบูดบึ้งอย่างคนไม่รับแขก ในใจก็นึกโมโหพี่ชายฝาแฝดของตัวเองที่ทำให้เธอต้องตัดผมยาวสลวยทิ้งแล้วปล่อยให้มันสั้นเหมือนทรงผมหนุ่มน้อยแบบนี้ แต่สิ่งที่น่าโมโหมากกว่านั้นก็คือตัวเองที่ใจอ่อนหลวมตัวมาช่วยเขาเนี่ยแหละ หลายวันก่อน ปวริศามองสภาพพี่ชายด้วยแววตานิ่งอึ้งหลังจากที่ไม่ได้เห็นเขากลับบ้านมานานเป็นเดือน “พี่ฟลินไปฟัดกับหมาที่ไหนมา” “นี่ปากเหรอ เฟย์” ปวริศหรือพี่ฟลินพี่ชายฝาแฝดของเธอเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับไม้ค้ำขนาบจั๊กกะแร้ข้างหนึ่ง เขาเดินกะเผลกๆเข้ามาอย่างทุลักทุเล “ยัง...ยังไม่รีบเข้ามาช่วยพี่อีก” “ก็เห็นเดินมาจนจะถึงอยู่แล้วนี่” แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่เธอก็เดินไปช่วยพยุงเขาพาเดินไปนั่งลงบนโซฟาอยู่ดี “แล้วสรุปไปทำอะไรมา” เธอเอ่ยจบก็หย่อนก้นลงไปนั่งข้างๆเขาบ้าง พี่ฟลินย้ายไปอยู่คอนโดคนเดียวตั้งแต่แต่เรียนมหาลัยแล้ว ส่วนเธอยังอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ ปกติพี่ชายคนนี้ก็กลับบ้านทุกอาทิตย์ แต่ช่วงนี้ไม่รู้มันยุ่งมากหรืออะไร เธอไม่เห็นหน้าเขามาเกือบเดือนแล้ว มาเจอกันอีกทีเขาก็อยู่ในสภาพนี้ไปซะแล้ว “ตกบันไดขาหัก” “ซุ่มซ่าม ดีนะไม่พิการ” “ใจร้ายว่ะ นี่พี่นะเว้ย” “อ่อ นี่ยังคิดว่าเป็นพี่อยู่เหรอ ไม่กลับบ้านมาเป็นเดือน รู้มั้ยว่าเฟย์ต้องคอยแก้ตัวกับพ่อแม่ว่าไงบ้างเพราะติดต่อพี่ไม่ได้น่ะ” ปวริศาอดไม่ได้ที่จะใส่อารมณ์ใส่เขา ไม่รู้ไอ้พี่บ้ามันไปทำอะไรมาบ้างถึงได้หายไปเลย พ่อแม่ก็เป็นห่วง เธอก็ได้แต่โกหกพวกเขาไปว่ามันน่าจะเรียนหนัก “ก็มีเรื่องนิดหน่อยว่ะ” เขาเกาหัวคล้ายไม่รู้จะพูดให้น้องสาวเข้าใจยังไง ใครจะไปกล้าบอกวะว่าติดหญิง! “กลับมาบ้านสภาพแบบนี้แม่เป็นลมแน่” “ใจจริงก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่เพราะว่าพี่มีเรื่องอยากจะขอร้องเธอ” จู่ๆเขาก็ทำหน้าซีเรียส ทำเอาเธออยากจะลุกหนีซะเดี๋ยวนี้เพราะมันมีลางสังหรณ์ว่าจะซวยยังไงก็ไม่รู้ “โทรมาก็ได้นี่หรือไม่ก็ให้เฟย์ไปหา ไม่ใช่หอบสังขารมาแบบนี้ แม่มาเจอต้องตกใจมากแน่” “เออว่ะ พี่ก็ลืม” ปวริศาถึงกับหนังตากระตุก ไอ้พี่คนนี้มันตกบันไดจนสมองไปหมดแล้วรึไง “แล้วสรุปมีอะไร ถ้ามายืมเงินนะไปไกลๆเลย” พี่ฟลินทำท่าเหมือนกระอักกระอ่วนใจที่จะพูด อ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละ เธอรำคาญก็เลยด่าเขาไปอีก “สรุปมีอะไรกันแน่ พูดๆมาเหอะ เฟย์ไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ” ปวริศสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะเอ่ย “เฟย์น้องรัก...ฟังพี่พูดให้จบก่อนนะอย่าเพิ่งด่า” ไม่รู้ทำไมเธอฟังแล้วมันรู้สึกตงิดๆ หนีไปตอนนี้ทันมั้ยนะ... “พูดมาเถอะ” “คือว่าพี่ขาหัก...” “แล้ว...” เธอมองเขาอย่างคาดคั้น ในใจก็ด่าไปแล้วสิบตลบกับท่าทางอ้ำอึ้งของเขา “คือพี่ต้องไปเก็บตัวซ้อมฟุตบอลไง” “แล้วไง...” “ก็พี่ขาหัก...แล้วมันต้องไปเก็บตัวมะรืนนี้แล้วด้วย” เขาพูดไปพลางลูบท้ายทอยตัวเองไปด้วย “ก็แล้วทำไมล่ะ” จู่ๆพี่ฟลินก็ขยับตัวมาจับกุมมือเธอทั้งสองข้างแถมยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนทำเอาเธอขนลุกไปหมด “เฟย์ช่วยไปเก็บตัวแทนพี่หน่อยได้มั้ย” ปวริศเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน จ้องมองน้องสาวเหมือนหมาอ้อนเจ้านาย ถ้าเขามีหางป่านนี้หางมันคงกระดิกไปมาแล้วล่ะ “จะบ้าเหรอ!” ปวริศาโพล่งขึ้นเสียงดังพลางขยับตัวหนี “สมองพี่คิดอะไรอยู่เนี่ย” “เฟย์ ช่วยพี่เหอะนะ พี่ขอร้อง...เฟย์ก็รู้นี่ว่าฟุตบอลสำคัญกับพี่มากแค่ไหน ถ้าหากครั้งนี้พี่ไม่ไปซ้อมพี่คงต้องถูกคัดออกแน่ เฟย์น้องรัก...ช่วยพี่เหอะนะ” คนเป็นน้องถึงกับโมโหปากสั่นจนพูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าเขาคลั่งฟุตบอลมาก เขาถึงกับใฝ่ฝันอยากเป็นนักบอลมืออาชีพด้วยซ้ำ “จะบ้าเหรอ! ไม่เอา! จะให้เฟย์ปลอมตัวเป็นผู้ชายเนี่ยนะ นมใหญ่ขนาดนี้เขาดูไม่ออกเลยมั้ง!” “เธอก็เอาผ้ารัดหน้าอกเหมือนในละครไง นะๆช่วยพี่เถอะนะ ถ้าเธอไม่ช่วยพี่นะ พี่คงโดนเตะออกจากชมรมจริงๆ แค่ 3 อาทิตย์เองนะ พลีส...พี่ไหว้ล่ะจะให้กราบก็ได้” พี่ฟลินยกมือไหว้พลางเอ่ยขอร้องเธออย่างน่าสงสาร “แล้วถ้าถูกจับได้จะทำยังไง!” “เราหน้าตาเหมือนกันจะตาย เขาดูไม่ออกหรอก นะๆ...เฟย์อยากได้อะไรพี่จะให้เฟย์หมดทุกอย่างเลย” ปวริศาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนคิดหนัก ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยขอร้องเธอขนาดนี้มาก่อน “โอ๊ย พี่ฟลินนี่แม่ง...เออๆ ก็ได้ เห็นว่าขาหักหรอกนะ” ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้เอ่ยปากตอบรับคำขอร้องของเขาก็ไม่รู้... อาจเป็นเพราะเราเป็นฝาแฝดกันก็ได้ เธอถึงได้รู้สึกว่าเขากำลังกังวลใจกับเรื่องอะไรสักอย่าง ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเรื่องนี้แหละ มันทำให้เธอเผลอตอบตกลงช่วยเขาไปอย่างช่วยไม่ได้ ปัจจุบัน อีเฟย์คนโง่เอ๊ย... ปวริศาก่นด่าตัวเองในใจมาตลอดทาง ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้เธอคงไม่หลวมตัวช่วยไอ้พี่เฮงซวยแม่งหรอก ทั้งๆที่เขาเกิดก่อนเธอแค่ไม่กี่วิแท้ๆ นอกจากจะต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้ว เธอยังต้องไปนอนค้างหอผู้ชายอีกต่างหาก! โอ๊ย อยากจะบ้าตาย ไม่น่าไปรับปากมันเลย แถมเธอยังลงทุนตัดผมยาวสลวยของตัวเองทิ้งอีกนะ แต่พอเธอเปลี่ยนใจไม่ยอมช่วย ไอ้พี่บ้าก็ทำหน้าซึมเหมือนหมาหงอย ไอ้เราก็ทั้งสวยทั้งใจดี ใจอ่อนไปอีก สุดท้ายแล้วเป็นไง เธอเลยต้องปลอมตัวเป็นพี่ชายของตัวเองเนี่ย ถ้าหากวัดกันเรื่องหน้าตา เธอยอมรับว่าเราหน้าเหมือนกันมากแต่ส่วนสูงของเรามันต่างกันตั้ง 10 เซนติเมตร ไม่รู้ว่าจะถูกจับได้มั้ย? ไหนจะนมอวบๆโตๆของเธออีกล่ะ แม่ก็ให้มาเยอะซะด้วย ถ้าหากต้องเอาแผ่นผ้ามารัดหน้าอกไว้ทั้งวันมันคงจะอึดอัดแย่ ขนาดตอนอยู่บ้านเธอยังไม่อยากจะใส่เสื้อในเลยด้วยซ้ำ คิดแล้วก็อยากจะบ้าตาย มหาลัยช่วงปิดเทอมจะว่าไปมันก็ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด ยังมีชมรมอื่นๆเขาก็มาทำกิจกรรมด้วยเหมือนกัน 3 อาทิตย์หลังจากนี้ไม่รู้ว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง คงได้แต่ภาวนาว่าอย่าถูกจับได้ก็พอ 10 a.m. @ โรงยิม ปวริศายืนเข้าแถวรวมกับคนอื่นๆ ก่อนมาพี่ฟลินก็เอารูปพวกรุ่นพี่กับเพื่อนๆในทีมมาให้ดูบ้างแล้ว เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ที่เธอหนักใจมากที่สุดก็คือตลอด 3 สัปดาห์นี้เธอต้องนอนห้องเดียวกันกับหนึ่งในคนพวกนี้น่ะสิ เฮ้อ แค่คิดก็กลุ้มแล้ว นอกจากโค้ชแล้วยังมีสมาชิกในทีมรวมๆกันแล้วประมาณ 25 คนและผู้จัดการทีมที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาสวยมากแต่ดูหน้าเหวี่ยงๆไปหน่อย ปี๊ด... เสียงนกหวีดดังขึ้นคล้ายกับส่งสัญญาณให้เราทุกคนเงียบ ไอ้คนที่เป่าก็คือกัปตันทีมฟุตบอล พี่ฟลินบอกว่าถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าไปปะทะกับมันเพราะว่าอีตาคนนี้มันเสือผู้หญิงยืนหนึ่งเรื่องเจ้าชู้ เธอยอมรับว่าอีตานี่มันหล่อจริงๆก็ไม่แปลกหรอกที่สาวจะติดตรึม แต่เขาก็ไม่ใช่สเปคเธอหรอก เธอชอบผู้ชายเนิร์ดๆใส่แว่นแล้วก็เกลียดผู้ชายเจ้าชู้มากที่สุดแต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเกลียดอะไรก็มักจะได้แบบนั้น “มาแล้วก็รายงานตัวกันด้วย” เสียงทุ้มมีเสน่ห์จากคนที่ยืนอยู่หน้าแถวดังขึ้น ก่อนที่เขาจะเรียกชื่อของแต่ละคนขึ้นมาทีละคนเพื่อเช็คชื่อ “ปวริศ โชคอนันต์” หญิงสาวยังคงยืนบื้อเพราะลืมไปว่านั่นมันชื่อของพี่ฟลิน จนกระทั่งเสียงห้าวแหกปากตะโกนขึ้นมาเสียงดังอีกครั้ง “ปวริศ ไม่มาใช่มั้ย” เท่านั้นแหละ...เธอถึงสะดุ้งได้สติจึงยกมือขึ้นแล้วเอ่ยเสียงดัง “มาคะ...ครับ” เมื่อได้สบตาคมเข้มของผู้ชายหน้าแถว เธอก็ถึงกับเหงื่อตก เวรกรรม...แม่งลืมดัดเสียง “ยืนเหม่อห่าอะไร” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็หันไปเช็คชื่อต่อ ทำเอาเธอถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไอ้ฟลิน วันนี้มึงดูแปลกๆนะ” จู่ๆคนข้างๆก็ชวนคุย เขาเป็นผู้ชายตัวสูงใส่แว่นสายตาเหมือนเด็กแก่เรียน เอาตามจริงนะอย่างคนข้างๆนี่แหละสเปคเธอเลย “แปลกยังไงวะ” เธอพยายามทำเสียงให้เข้มขึ้นแล้วก็เลียนแบบสไตล์การพูดของพี่ฟลินให้เนียนมากที่สุด คนข้างๆเธอเรียนอยู่ปีสามเหมือนกันกับพี่ฟลินแต่คนละคณะ เขาชื่อว่า ‘ฉลาม’ เธอจำได้ ส่วนเธอจะเข้าเรียนปีหนึ่งคณะเภสัชฯเปิดเทอมหน้านี้แหละ เหตุผลที่เรียนช้ากว่าพี่ฟลินก็เพราะว่าเธอซิ่วไปสองปี กว่าจะสอบติดก็แทบกระอักเลือด “ก็แบบ...มึงดูเตี้ยลง” เขาทำหน้างงๆพร้อมมองหน้าเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “อ่อ เอ่อ คือ กูลืมใส่แผ่นเพิ่มความสูงไงเลยแบบเตี้ยกว่าเดิม” โอ๊ย นี่ก็คิดได้นะ แต่มันก็น่าจะเนียนที่สุดแล้วนะ พอมองหน้าเขา เขาก็ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ “เหรอวะ” “ก็เออดิ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะมองไปทางอื่นทำเป็นสนใจอย่างอื่นแทนเพื่อตัดบทไม่ให้เขาถามอะไรอีก ความจริงเธอสูง 173 เซนติเมตร ถือว่าสูงมากถ้าเทียบกับผู้หญิงด้วยกัน แต่เธอกลายเป็นคนเตี้ยมากที่สุดตอนยืนอยู่กับผู้ชายตัวสูงๆพวกนี้เองต่างหาก อย่างไอ้กัปตันที่ยืนพล่ามจนน้ำลายกระเด็นอยู่ข้างหน้านั่นก็น่าจะสูง 190 เซนติเมตรได้ล่ะมั้ง คนหรือเสาไฟฟ้าวะเนี่ย “วันแรกก็ไม่มีอะไรมาก ชิลๆไปก่อนก็ละกันแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเริ่มซ้อมจริงจัง ส่วนตอนนี้เอาสัมภาระไปเก็บก่อน ส่วนชื่อรูมเมทกูแปะไว้ที่บอร์ดหน้าหอแล้ว กลับมาเจอกันอีกทีตอนบ่าย แยกย้ายได้” พอได้ยินคำสั่งแยกย้าย เธอก็เตรียมจะเดินไปเหมือนคนอื่นบ้างแต่ทว่า... “เดี๋ยว! ไอ้ปวริศ! มึงอ่ะอยู่ก่อน” เสียงทุ้มจากคนตัวสูงดังขึ้นรั้งตัวเธอเอาไว้ ตอนนี้เองที่หัวใจเธอเต้นรัวหรือว่าไอ้หมอนี่มันจับได้แล้วว่าเธอปลอมตัวมา! ยังไม่ทันได้พูดอะไรอีกฝ่ายก็โยนกระเป๋าเป้ใบหนึ่งส่งมาให้เธอ โชคดีที่รับไว้ได้ทันแต่ก็เซไปหลายก้าวอยู่เหมือนกันเพราะมันหนักมากสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอ “อ้อนแอ้นจังวะมึงเนี่ย มีแรงรึเปล่าวะ” เขาเอ่ยพร้อมขมวดคิ้วมองเธอ “...” “กูฝากมึงเก็บของที่ห้องด้วย อ่ะนี่กุญแจห้อง” ปวริศายื่นมือไปรับอย่างงงๆก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “อะไรครับพี่” “กูนี่แหละรูมเมทมึงเอง”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook