จักรวาลวางสายโทรศัพท์ปริศนาด้วยท่าทางเหมือนกำลังพาตัวเองไปสู่ความหายนะ ร่างเจ้าเนื้อเดินวนไป วนมาหลายรอบอย่างนึกหาทางออก สีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของจักรวาลทำให้ลลิลขมวดคิ้ว หล่อนถอดถุงมือยางที่ใส่ล้างจานก่อนจะเดินเข้ามาหาคนเจ้าของร้าน “พี่จูดี้ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ มีอะไรหรือเปล่า”
“ก็ลูกค้าเจ้าประจำสิจ๊ะลิล ปกติฮีจะออฟเด็กใหม่ๆที่ร้าน แต่เนี่ยเด็กใหม่ๆร้านเจ๊ฮีก็กินไปหมดแล้ว เฮ้อ ! นี่ฮียังขู่เจ๊ด้วยนะว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่ส่งเด็กให้ ฮีจะตามมาป่วนถึงในร้านเลย”
แต่ก่อนเจ้าหนูจำไมจะถามอะไรต่อ โสภาวดีก็เดินเข้ามา ท่าทีหยิ่งๆของเจ้าหล่อนทำเอาจักรวาลถึงกับเบ้ปาก โสภาวดีสะบัดผมอย่างไว้ทีก่อนจะหยิบน้ำส้มในตู้เย็นมาดื่มโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าคนของร้านที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น
“นี่นังโส หล่อนไม่คิดจะเกรงใจฉันเลยใช่ไหม น้ำส้มน่ะจ่ายเงินมาด้วย”
“นี่เจ๊ ใจคอจะใจดีกับลูกน้องบ้างไม่ได้หรือไง เอ้านี่ ! ค่าน้ำส้ม อีกอย่างนะ ฉันเปลี่ยนชื่อเป็นแซมมี่แล้ว จะมาสงๆโสๆอะไรอีก พูดละไม่รู้จักจำ” โสภาวดีร่ายยาวพร้อมกับทำปากขมุบขมิบ
“ลิล มาช่วยพี่จดออเดอร์ลูกค้าหน่อย ตรงหน้าสวนหย่อมโต๊ะใหม่ ตอนนี้พนักงานจดกันไม่ทันเลย” เสียงเรียกของพนักงานบางคนดังขึ้น คนเจ้าของชื่อตะโกนรับก่อนจะสวมผ้ากันเปื้อน “ได้ค่ะพี่บัว ...” พูดจบคนร่างบางก็รีบวิ่งออกไปจากหลังร้านเพื่อทำหน้าที่ของตน
“นี่ถ้าฉันมีลูกน้องอย่างลลิลเพิ่มมาอีกคนเดียวนะ ฉันคงจะดีใจ” เจ๊จูดี้พูดแซะโสภาวดี หล่อนเองก็รู้ตัวจึงรีบสวมรองเท้าส้นสูงที่ใส่ทำงาน หน้าที่ของโสภาวดีคือเป็นพนักงานเชียร์เบียร์ เรื่องความเซ็กซี่ไม่ต้องพูดถึง แค่เพียงเธอปรายตามอง ขี้คร้านผู้ชายจะวิ่งตามกันเป็นแถบ
“เมื่อกี้ได้ยินเจ๊พูดถึงใคร ลูกค้าเจ้าประจำที่ชอบมาออฟเด็ก ... คุณชาร์ลใช่ป่ะเจ๊ กรี๊ดดดด คุณชาร์ลทูนหัวของบ่าว” โสภาวดีเต้นเร่าเมื่อได้ยินคิดถึงคนเจ้าของชื่อ เมื่อนึกถึงเขาก็พาลให้นึกถึงคืนนั้น ความรุนแรงและความดุดันของเขาทำเอาเธอแทบลุกไม่ไหว ชาวีไม่ปล่อยให้เธอนอน ไม่ปล่อยให้เธอพัก เมื่อเขาปลดปล่อยเสร็จ เขาก็พร้อมออกรบได้อีกครั้งทันที
“เจ๊ ฉันขอนะคนนี้ เขาทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งแซ่บ เงินก็ดี นี่ฉันยังไม่ลืมคืนนั้นเลยนะเจ๊ เถอะนะเจ๊ ฉันขอเถอะนะ นะ นะ นะ ”
“ไม่ได้ ! หล่อนก็รู้ฮีไม่กินซ้ำ ขืนถ้าฉันส่งหล่อนไปอีกละก็ ฉันโดนเชือดแน่ อีกอย่างหล่อนก็มีเสี่ยเลี้ยงแล้วจะมาทำงานแบบนี้อีกทำไม หล่อนควรเอาเวลาไปปรนเปรอผัวเสี่ยหล่อนจะไม่ดีกว่าหรือไง” เจ๊จูดี้เสียงแข็งก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆอย่างเหนื่อยหน่าย
“เจ๊คิดดูให้ดีนะ ถ้าพรุ่งนี้เจ๊ไม่ส่งเด็กไป เจ๊ก็ต้องโดนเชือด แต่ถ้าเจ๊ลองเสี่ยงส่งฉันไป ฉันอาจจะทำให้คุณชาร์ลเปลี่ยนใจก็ได้นะ เจ๊อย่าลืมสิว่าคุณชาร์ลยังเคยชมฉันเลยว่าฉันเก่งแล้วก็เป็นงาน” โสภาวดีพูดอย่างเหนือกว่าทำเอาคนได้ฟังเริ่มฉุกคิดและคล้อยตาม สาวประเภทสองเจ้าของร้านมองลูกน้องด้วยแววตาพินิจ หรือนี่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ !
วันต่อมา
โสภาวดีในชุดรัดรูปสีเนื้อ ผมยาวคลายเป็นลอนยิ่งส่งให้ใบหน้าหวานดูละมุน เธอยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อกำลังจะได้พบกับเจ้าชายในฝันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเมื่อปีก่อนเธอได้พบกับเขา โสภาวดีก็รู้เลยว่าเธอเกิดมาเพื่อเขาโดยแท้
ห้องอาหารในโรงแรมหรูถูกเหมาในชื่อของชาวี เพื่อให้การพูดคุยเป็นไปอย่างส่วนตัวที่สุด ชาวีเป็นนักธุรกิจเขามักจะมีการวางแผนทุกอย่างด้วยความรอบคอบเสมอไม่เว้นแม้แต่เรื่องเซ็กซ์ ผู้หญิงที่จะขึ้นเตียงกับเขาจะถูกตรวจสอบอาวุธและสื่อเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการถูกแบล็คเมล์ในภายหลัง โสภาวดีรู้ข้อนี้ดีและเธอก็อดจะเซ็งนิดหน่อยไม่ได้ที่ไม่สามารถนำคลิปร่วมรักกับชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลออกไปเผยแพร่ภายนอกได้
อาหารว่างถูกนำมาเสริฟทันทีที่หล่อนหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่นลงบนเก้าอี้ ไวน์แดงในขวดหรูหราถูกรินใส่แก้วทรงสูงอย่างดูเลอค่า เขายังมีรสนิยมดีไม่เปลี่ยนแปลง ... หล่อนคิด ไม่ว่ากี่ปีผ่านไป ชาวียังคงเป็นผู้ชายที่แสนจะโรแมนติกในเรื่องของการเอาใจ และในทางกลับกันเขากลับดิบเถื่อนในเรื่องของเพศรส
“คุณชาวีจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงครับ เชิญคุณผู้หญิงทานอาหารและดื่มไวน์รสเลิศที่คุณชาวีเตรียมไว้ให้ก่อนนะครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกผมได้นะครับ” บริกรห้องอาหารกล่าวอย่างสุภาพ โสภาวดีรู้สึกตัวเองเป็นคนสำคัญขึ้นมาอย่างประหลาด เธอยิ้มเชิดๆให้กับบริกรหนุ่มคนนั้นก่อนจะวางท่านางพญาในขณะยกไวน์ขึ้นจิบ “ขอบใจจ้ะ แต่ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว เธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
“ครับ” บริกรห้องอาหารโค้งคำนับตามพิธีก่อนจะเดินออกไปปล่อยให้โสภาวดีดื่มด่ำกับความหรูหราชั่วครั้งชั่วคราวที่ชาวีเป็นคนมอบให้
จักรวาลประนมมือไหว้สารพัดทิศราวกับกำลังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่าทีพิกลของจักรวาลยิ่งทำให้ลลิลนึกสงสัย มือบางวางผ้าเช็ดโต๊ะก่อนจะเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายจ้าง “พี่จูดี้เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
คนถูกถามยิ่งทำหน้ากังวลมากขึ้นกว่าเดิม ร่างกำยำของสตรีข้ามเพศเต้นเร่าเมื่อนึกถึงใบหน้าของชาวียามขึ้งโกรธ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไร โสภาวดีจะรับมือกับชาวีได้ไหมและชาวีจะยินดีต้อนรับโสภาวดีหรือไม่
“เจ๊ส่งยัยโสไปหาลูกค้าแต่ไม่รู้ลูกค้าจะปลื้มหรือเปล่า ถ้าไม่ปลื้มนะ เจ๊ตายแน่และร้านก็พังแน่”
“ขนาดนั้นเลยหรอคะพี่จูดี้” ลลิลเริ่มหน้าเสียตามจักรวาล เธอรู้ดีว่าเบื้องหลังของพี่จูดี้มีงาน ‘รับแขก’ อย่างอื่นร่วมด้วย แต่พี่จูดี้จะส่งเฉพาะลูกน้องที่ยินยอมพร้อมใจเท่านั้น ส่วนใหญ่ผู้หญิงในร้านจะรอต่อคิวให้พี่จูดี้เรียกไปรับแขกเพราะแขกแต่ละคนที่จะผ่านเข้ามาในระดับนี้ได้ต้องระดับ ‘VVVIP’ เท่านั้น และนั่นก็หมายถึงกระเป๋าก็หนักเช่นกัน
จักรวาลหันหน้ามาหาลลิลอย่างขอความช่วยเหลือ มือหนาของเจ้าของร้านเอื้อมมาจับไหล่มนของเด็กสาว ลลิลมองตาปริบๆก่อนจะเป็นฝ่ายกุมมือของผู้มีพระคุณที่ยืนอยู่ตรงหน้า “พี่จูดี้ไปพักเถอะค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงร้านก็จะปิดแล้ว เดี๋ยววันนี้ลิลจะปิดร้านให้เองค่ะ”
“ขอบใจมากนะลิล เจ๊ขอบใจหนูมากจริงๆ วันนี้เจ๊ทั้งเหนื่อยแล้วก็เครียดมากจริงๆ” จักรวาลโผเข้ากอดเด็กสาวร่างบางก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะทน เหนื่อยกายยังพอไหว แต่เหนื่อยใจนี่สุดจะกลั้น วันนี้ทั้งวันเขาต้องนั่งวิตกกังวลว่าชาวีจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับโสภาวดี ชาวีเป็นคนเป็นกินผู้หญิงซ้ำ แล้วถ้าชายหนุ่มโกรธที่เขาส่งโสภาวดีไปให้อีกครั้งนายใหญ่แห่งวงการค้าอาวุธคงได้ส่งพวกมาถล่มร้านนี้เป็นแน่
“ไม่เป็นไรค่ะพี่จูดี้ พี่จูดี้มีบุญคุณกับลิล ถ้าวันนั้นพี่จูดี้ไม่รับลิลเข้าทำงาน ลิลคงลำบากยิ่งกว่านี้” ลลิลตอบอย่างจริงใจ จักรวาลมองหน้าเด็กสาวตรงหน้านึกขอบคุณอย่างสุดหัวใจ ลลิลก็ยังเป็นลลิลเสมอ เด็กสาวใสซื่อในวันนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เจ้าหล่อนก็ยังเป็นอย่างนั้น หากเขาเป็นผู้ชายเขาคงจีบหล่อนไปเสียนานแล้ว
โสภาวดีนั่งตัวสั่นเป็นลูกนกหลังจากที่เห็นสายตาพิฆาตของชายหนุ่มตรงหน้า ชาวีนั่งจ้องเธอเขม็ง สายตาของเขากำลังแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างมากที่ตัวเองรู้สึกเหมือนกำลังโดนหลอกเช่นนี้ ถ้าจำไม่ผิดผู้หญิงคนนี้หล่อนเคยให้บริการเขาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ทำไมเจ๊จูดี้ถึงยังดื้อด้านส่งแม่นี่มาทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ชอบกินของซ้ำ
“ฉันบอกแล้วไงว่าอะไรที่กินไปแล้ว ฉันจะไม่กินซ้ำ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขาหลุดออกมาอย่างบางเบาทว่ากลับดูหนักแน่นราวคำประกาศิต ไม่รู้เครื่องปรับอากาศในห้องอาหารจะเย็นเกินไปหรือไม่จึงทำให้โสภาวดีเกิดขนลุกซู่ขึ้นมาในฉับพลัน
“เอ่อ ... คือ ... แซม ...”
“ฉันไม่ต้องการคำอธิบาย สำหรับฉันคำอธิบายมันเป็นอะไรที่เสียเวลา” ชาวีตวัดสายตาขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะหยิบมีดสำหรับหั่นสเต็กมาเช็ดกับผ้าสะอาดที่วางอยู่ข้างๆ สายตาคมๆกับท่าทางที่พร้อมจะหั่นเธอได้ตลอดเวลาทำเอาโสภาวดีถึงกับกลืนน้ำลายคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแน่แล้ว ชาวีไม่เคยอภัยให้กับเหยื่อ เธอเองก็ไม่คิดว่าเสน่ห์ของตัวเองที่มีอย่างล้นเหลือจะมัดใจเขาไว้ไม่ได้ขนาดคนใหญ่คนโตหลายคนยังกลับมาใช้บริการเธอซ้ำ ทว่าเขากลับไม่ ...
ก่อนอะไรจะแย่ไปมากกว่านี้ บอดี้การ์ดของชาวีเดินลิ่วๆเข้ามาช่วยพังบรรยากาศที่ชวนให้ฆ่าตัวตาย ลูกน้องโคลงตัวลงกระซิบที่ข้างหูของชาวีราวกับกำลังพูดคุยความลับพร้อมกับส่งรูปถ่ายอะไรบางอย่างที่โสภาวดีไม่อาจเห็นได้ ชั่วครู่ หล่อนสังเกตเห็นรอยยิ้มร้ายแต้มบนใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตรของเขา ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมามันก็หายไป
ชาวีพิจารณารูปภาพในมือก่อนสมองจะคิดอะไรบางอย่างออก คราวนี้เขามองหน้าโสภาวดีด้วยสายตาที่เป็นมิตรกว่าครั้งแรกก่อนจะเลื่อนรูปภาพในมือให้หญิงสาว
“ลลิล ! ... นะ นี่มันอะไรกันคะ !” โสภาวดีหยิบรูปนั้นขึ้นมาพร้อมกับอุทานขึ้นอย่างตกใจ เธอมองรูปถ่ายในมือกับใบหน้าชายหนุ่มสลับกันไปมา ตอนนี้ชาวีดูผ่อนคลายไม่ทำหน้าเหมือนจะฆ่าเธออีกแล้ว
“ใช่ พาผู้หญิงในรูปมาให้ฉันแล้วความผิดของเธอจะได้รับการให้อภัย”
“หมายความว่ายังไงคะ ... ได้รับการให้อภัย ?”
“เธอคงรู้นะว่าฉันได้แจ้งความประสงค์ไปแล้วว่าไม่เอาผู้หญิงที่เคยผ่านผู้ชายและผ่านมือฉันมาแล้ว แต่เธอกับยัยจูดี้กลับทำผิดประสงค์ของฉัน ฉันสามารถทำลายชีวิตของเธอแล้วก็ยัยจูดี้นั่นได้เลยล่ะ แต่ถ้าเธอพาผู้หญิงคนนี้มาได้ ทุกอย่างมันจะกลายเป็นศูนย์และฉันจะเพิ่มเงินให้เธออีกสามหมื่น” ชาวีนั่งกอดอกอย่างเหนือกว่า โสภาวดีตาลุกวาวกับข้อต่อรองนั้น ดีสิ ได้ทำลายนังลลิลแถมยังได้เงินมาใช้อีกตั้งสามหมื่น งานนี้มีแต่ได้กับได้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่เอา !
“ว่าไง ... โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะ เธอจะได้สามหมื่นเต็มๆไม่โดนแบ่งเลยล่ะ”
ไม่มีการคิดไตร่ตรองสำหรับเรื่องนี้ โสภาวดีเลิกคิ้วเป็นเชิงตกลง “โอเคค่ะ แซมมี่จะพาลลิลมาให้คุณชาร์ลเอง”
ลลิลออกจากร้านเป็นคนสุดท้าย มือบางกดสวิตช์ไฟลงเพื่อบ่งบอกว่าหมดเวลาทำงานสำหรับวันนี้ แม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่อีกสองสัปดาห์จงรักษ์จะเปิดเทอมแล้วพร้อมกันนั้นเธอยังต้องรับผิดชอบค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้าน ล้วนแต่ลงบนบ่าเธอทั้งนั้น ความกดดันจากการเป็นพี่สาวคนโตบวกกับเป็นลูกสาวคนโตของบ้านทำให้ลลิลไม่มีทางเลือกมากนัก
ร่างบางเดินคอตกลัดเลาะไปตามริมถนน เงินสามสิบบาทที่เหลืออยู่ในกระเป๋าสตางค์เป็นทางเลือกให้เธอต้องเดินกลับบ้าน เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อนึกว่าพรุ่งนี้เช้าต้องตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเพื่อไปรับพวงมาลัยมาขาย เธอเองก็อยากมีชีวิตที่กินอิ่มนอนหลับเหมือนอย่างคนอื่นแต่หากเห็นแก่ตัวทำแบบนั้น น้องกับแม่คงจะลำบาก สู้ยอมให้เธอลำบากคนเดียวจะดีเสียกว่า
ปิ๊ม !!
เสียงแตรรถดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาคนที่คิดอะไรเพลินๆสะดุ้งโหยง ลลิลหันหลังมองไปยังรถเก๋งสีขาวที่ขับชะลอก่อนจะหยุดตรงหน้าเธอ แววตาสงสัยหายไปเมื่อคนขับลดกระจกลง “โส มาทำอะไรที่นี่” ลลิลยิ้มอย่างยินดีโดยไม่รู้ว่ากำลังนำภัยมาถึงตัว
“พอดีฉันกำลังกลับบ้าน กลับด้วยกันสิดึกแล้ว” โสภาวดีเคลือบยิ้มหวานทำให้อีกฝ่ายตายใจไม่สงสัย ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันลลิลจึงทำตามอย่างว่าง่าย ร่างบางรีบเปิดประตูขึ้นรถไป อย่างน้อยการที่กลับบ้านกับโสภาวดีก็ทำให้เธอได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติและมีเวลานอนมากกว่าคืนอื่นๆ
“แล้วนี่กลับมาจากที่ไหนล่ะโส ดึกเชียว”
“พอดีฉันมีงานใหม่น่ะ ได้เงินเยอะมากเลยนะลิล นี่ก็ทำงานจนลืมเวลาเลย” โสภาวดีพยายามเปิดประเด็นจนคนข้างๆสงสัย
“งานอะไรหรอโส หรือว่า ...”
“ไม่ใช่ ! ไม่ใช่งานขายตัวอย่างที่ฉันทำหรอก เค้าเรียกว่างานเพื่อนเที่ยว เธอสนใจไหมลิล งานง่าย เงินดี เสร็จแล้วก็จบ ไม่ผูกมัด ถ้าสนใจฉันติดต่อลูกค้าให้เธอได้นะ”
“เพื่อนเที่ยว ? เพื่อนเที่ยวคืออะไรหรอ ลิลไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย” ลลิลถามอย่างไร้เดียงสา ทำเอาคนถูกถามยิ้มเจ้าเล่ห์ ลลิลเป็นคนหัวอ่อนเชื่อใจคนง่าย อีกทั้งเป็นผู้หญิงบ้านๆไม่เล่นโซเชี่ยล ไม่มีสังคมแวดวงนักเที่ยวแบบเธอจะมาเข้าใจอะไรกับคำว่าเพื่อนเที่ยว แม้จริงๆแล้ว เพื่อนเที่ยว จะมีความหมายจริงๆตามตัวอักษร แต่สำหรับเธอแล้วมันคือหลุมพรางที่เอาไว้หลอกคนโง่อย่างลลิลให้เชื่อก็เท่านั้น
“ก็แค่ไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง แล้วก็กลับ แค่นั้นเอง” โสภาวดีตีหน้าเรียบ ท่าทีไม่มีพิรุธของเพื่อนยิ่งทำให้ลลิลสนใจงานเพื่อนเที่ยวมากยิ่งขึ้น
“ไม่มี ... เอ่อ ขายตัวจริงๆนะ”
“อืม จริงสิ งานขายตัวก็งานขายตัวสิ แล้วว่าไง สนใจไหม ถ้าสนใจฉันจะส่งรายละเอียดลูกค้าคนต่อไปให้” โสภาวดีพูดแกมบีบบังคับทำเอาลลิลนิ่งไปชั่วขณะ เธอไม่เคยทำงานเพื่อนเที่ยวมาก่อน ไม่รู้ว่างานจะเป็นแบบไหนแต่เมื่อในตอนนี้เธอจำเป็นต้องใช้เงิน และเงินที่เบิกล่วงหน้าได้เธอก็เบิกมันออกมาหมดแล้ว การได้ทำงานเพิ่มนั่นคือสิ่งที่เธอต้องทำในเวลานี้มิใช่หรือ ...
“ตกลง เธอช่วยติดต่อลูกค้าให้ฉันด้วยนะโส อีกสองอาทิตย์รักษ์จะเปิดเทอมแล้ว ฉันต้องรีบใช้เงิน ยังไงฝากเธอด้วยนะโส” ลลิลตัดสินใจเด็ดขาด
“ดีเลย งั้นพรุ่งนี้เธอก็เริ่มงานเลยก็แล้วกัน หลังจากเสร็จงานเธอจะได้เงินเจ็ดหมื่นทันที” โสภาวดีกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน หัวใจเธอกำลังเต้นเป็นจังหวะเงินดอลลาร์พลันสมองกำลังคิดว่าพรุ่งนี้หลังจากพายัยโง่ไปให้คุณชาวีจัดการแล้ว เธอควรจะซื้อกระเป๋าหรือรองเท้าก่อนกัน
“จะ จะ เจ็ดหมื่น ! เจ็ดหมื่นเลยหรอโส ทำไมมันเยอะขนาดนั้นล่ะ” ลลิลยังตกใจกับตัวเลข ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำงานได้มากมายขนาดนี้
“ก็เค้าเป็นชาวต่างชาติ เงินก็ต้องหนาเป็นธรรมดาแหละ เธอก็แค่ไปกินข้าว แนะนำที่เที่ยวในกรุงเทพพอกรุบกริบ เสร็จแล้วก็แยกย้ายกลับก็แค่นั้น แล้วที่สำคัญห้ามบอกเจ๊จูดี้นะ เพราะนี่มันเป็นงานนอกของเธอ เงินทั้งหมดมันก็ต้องเป็นของเธอ เข้าใจไหม”
เพราะยังตกใจกับตัวเลขของเม็ดเงินทำเอาลลิลลืมข้อสงสัยไปเสียหมดสิ้น แต่จะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่นั่นยิ่งเข้าทางโสภาวดีเพราะถ้าหากลลิลนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับจักรวาลมีหวังความลับแตกแน่ๆ เพราะระดับจักรวาลคงจะพอรู้ว่างานที่เธอหมายถึงมันคืออะไร
โสภาวดีส่งกระดาษแผ่นน้อยให้กับลลิล เธอรับมันมาอย่างงงๆ ในกระดาษนั้นเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินเข้มด้วยตัวอักษรย่อว่า C. พร้อมวัน เวลา และสถานที่นัดเจอ
“นี่เป็นลูกค้าของวันพรุ่งนี้ เขาใช้ชื่อย่อว่า C. เธอก็ไปหาเขาตามเวลาและสถานที่ในกระดาษนั้นนะ เขาจองโต๊ะไว้สำหรับเธอแล้ว”
ลลิลพยักหน้ารับช้าๆพยามนึกหาสถานที่ที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้น ที่อยู่ตรงหน้าเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเคยไปมาก่อน แน่ล่ะ ที่เดียวกันแน่นอน เธอเคยเอาสมุดเลคเชอร์ไปให้รุ่นพี่ที่โรงแรมสุดหรูนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้จะเป็นตึกเดียวกันแต่คงจะเป็นคนละคนกันเพราะผู้ชายคนที่เธอเคยเจอ เขาคงไม่จำเป็นต้องอาศัยเพื่อนเที่ยวก็คงมีสาวๆที่อยากจะชวนเขาเที่ยวจนสับรางไม่ทันเป็นแน่
รถเก๋งสีขาวจอดสนิทที่หน้าบ้านไม้เก่าทรุดโทรม โสภาวดีเบ้ปากเมื่อเห็นสภาพแวดล้อมเก่าๆ สลัมเป็นที่ๆโสภาวดีและลลิลเติบโตมา ทว่าหล่อนกลับเลือกกระเสือกกระสนไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าจนทุกวันนี้มีคอนโดและรถขับ แต่ลลิลกลับยังย่ำอยู่กับที่ทำตัวเป็นคนดีที่โลกรออยู่แบบนี้
“ขอบใจโสมากนะที่มาส่ง ในฐานะเพื่อนลิลขอแนะนำโสสักเรื่องนะ ตอนนี้โสมีเงินแล้วโสกลับไปเรียนให้จบ ป.ตรีเถอะนะ หากวันหนึ่งโสไม่อยากทำอาชีพนี้แล้ว โสจะได้ทำอย่างอื่นได้ไง ดูลิลสิอยากเรียนจะตายกลับไม่ได้เรียน” ลลิลเตือนเพื่อนรักเสียงจ๋อยเพราะรู้อยู่แล้วว่าโสภาวดีไม่ชอบให้ใครมาเตือนอะไรมากมายนัก
โสภาวดีหัวเราะหึให้กับประโยคของคนตรงหน้า เรียนงั้นหรือ ? เรียนแล้วมันได้เงินไหม เรียนแล้วได้ประโยชน์อะไร ตอนนี้เธอไม่ได้เรียนแต่ยังมีเงินใช้มันไม่ดีกว่าหรือ ... แล้วแม่นี้เป็นใครริอาจมาสั่งสอนเธอ แค่ลำพังตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอด
“ฉันว่าเธอควรมองตัวเองก่อนนะลิล อาชีพที่ฉันทำสำหรับฉันมันคือเงิน เธออย่ามาทำตัวแม่พระโปรดสัตว์เลย ดูฉันสิฉันมีทุกอย่างที่เธอไม่มี ฉันมีเงิน มีคอนโด มีรถ คนดีอย่างเธอยังต้องมาอาศัยรถคนชั่วๆอย่างฉันนั่งเลยนี่ ... หึ ฉันไม่อยากฟังเธอพล่ามอะไรแล้ว ลงจากรถไปได้แล้วฉันจะกลับคอนโด ออ ... แล้วอย่าลืมพรุ่งนี้ล่ะ ไปให้ตามนัดด้วย” โสภาวดีกำมือแน่น ความเกลียดในใจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งแต่เรียนมัธยม ลลิลมักจะเป็นที่รักของเพื่อนร่วมห้องเสมอ หล่อนเรียนได้ที่หนึ่ง เป็นคนถือพานไหว้ครูของชั้น เป็นหัวหน้าห้อง จนช่วงมัธยมปลาย รุ่นพี่ที่เธอแอบชอบกลับตามจีบลลิลแต่แม่นี่กลับเล่นตัวทำเป็นไม่สนใจ แล้วมาตอนนี้ผู้ชายที่เธอเฝ้าหมายปองอย่างชาวี กลับทำเมินใส่เธอแล้วสั่งให้เอาตัวลลิลไปแทนทั้งๆที่เธอเคยเล่นท่าให้เขาสารพัดชนิดที่ว่าไม่เคยทำกับผู้ชายคนไหนด้วยซ้ำ !
ใจเย็นไว้ แซมมี่ ... พรุ่งนี้แกจะได้เห็นศักดิ์ศรีของแม่นี่ป่นปี้เพราะฝีมือของแก ...