EP.6 ซาตานในคราบเทพบุตร

1819 Words
​ ​ คนเจ้าเล่ห์ใช้ปลายลิ้นไล้เลียริมฝีปากล่างของลลิล อย่างหยอกเย้า คนถูกแกล้งถึงกับตัวบิดพร้อมกับจิกเล็บลงกับไหล่หนา คราวนี้ชาวีค่อยๆเม้มมันเบาๆก่อนจะตวัดลิ้นของตนเข้าไปในโพรงปากอุ่นของลลิล ทว่าความรีบร้อนของคนหิวกระหายกลับคนตัวเล็กสำลัก ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกพลางหรี่ตามอง แม้จะรู้ว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบปีแต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าหล่อนจะไม่เคยจูบหรือนอนกับใครมาก่อน “เป็นอะไร สำลักหรอ?” ชาวีถามพลางพิจารณา เมื่อได้คำถามเรียกสติบวกกับความอับอายกับการกระทำเมื่อครู่ จู่ๆคนที่ถูกถามก็รีบโถมตัวไปยังประตูรถเพื่อที่จะปลดล็อกประตู แต่นั่นก็ช้ากว่าชาวีผู้ที่ถูกฝึกฝนมาให้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างว่องไวและชำนาญในการจู่โจมเหยื่อเพียงขยับตัวแค่ครั้งเดียว “จะไปไหน เมื่อกี้ยังสนุกกันอยู่เลยนี่” “ปล่อยหนูเถอะนะคะ หนูกลัวคุณแล้ว” ลลิลขอร้องพลางยกมือไหว้ ตอนนี้เธอนอนดิ้นขลุกขลักอยู่บนตักของเขา และดูเหมือนว่าอะไรบางอย่างที่บ่งบอกเพศสภาพกำลังขยายตัวชนเข้ากับหว่างขาของเธออย่างพอดิบพอดี “จะทิ้งกันไปง่ายๆแบบนี้ มันจะตลกเกินไปหรือเปล่า” ชาวีเอียงหน้ามองใบหน้าสวยให้เต็มสายตา ไม่รู้ทำไมความรู้สึกของเขาถึงได้ต้องการผู้หญิงตรงหน้ามากมายขนาดนี้ เธอมีแรงดึงดูดเขาอย่างประหลาด ท่าทีเอียงอายของเธอแม้มันจะถูกประดิษฐ์ขึ้นหรือไม่ก็ตาม มันก็ชวนให้มอง ชวนให้สัมผัสจนเขาอยากจะทุ่มเงินซื้อแม่สาวเจ้าแล้วลากขึ้นเตียงให้รู้แล้วรู้รอด “เท่าไหร่” “คะ ... คะ ?” “คืนนี้ ... เท่าไหร่ ฉันจ่ายให้เธอไม่อั้น สองแสน ห้าแสน หรือล้านนึง” ชาวีละล่ำละลักถามเพราะความต้องการ ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้คงเล่นของใส่เขาเป็นแน่ ! นี่มันซื้อผู้หญิงหรือซื้ออาวุธกันแน่วะ ! “คุณ ... หนูไม่ได้ขายตัว!” ลลิลตอบเสียงดังพร้อมกับทำท่าจะลุกออกไป “ถ้างั้นก็ขายซะสิ หรือจะให้ฉันฟรีๆก็ได้” เมื่อได้ฟังคำตอบของคนตัวโต ทำเอาคนตัวเล็กกว่าโมโหจนควันออกหู เจ้าหล่อนระดมกำปั้นน้อยทุบเข้าที่แผงอกแกร่งอย่างไม่ยั้งมือ ชาวีจัดการรวบข้อมือเล็กๆทั้งสองไว้ด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียวก่อนจะจุ๊บเบาๆที่แก้มระเรื่อของเด็กสาว แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ประตูรถข้างหนึ่งถูกเปิดออกพร้อมๆกับชายในชุดเสื้อสูทสีดำสนิทเข้ากับแว่นตายืนจังก้าด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ ชาวีดูไม่ใคร่จะชอบใจนักที่ถูกขัดคอในยามนี้ “นายครับ สายของเราจับตัวไอ้ฟ่านได้แล้วครับ ตอนนี้อยู่โกดังร้างที่เดิมครับนาย” คนที่ได้ยินทั้งสองถึงกับตาโต คนหนึ่งตาโตเพราะดีใจที่จะได้ชำระแค้นกับศัตรูตัวฉกาจเสียที แต่อีกคนตาโตเพราะตกใจระคนตื่นกลัว ไม่คิดว่าผู้ชายหน้าตาดีคนนี้จะเป็นอาชญากร “คุณฆ่าคนด้วยหรอ” “ฉันฆ่าทุกคนที่ขัดใจฉันน่ะแหละ ... เอาล่ะบอกการ์ดด้วยว่าเดี๋ยวฉันจะตามออกไป เตรียมอาวุธให้พร้อม ครั้งนี้ฉันจะฆ่ามันเอง” ปลายประโยคชาวีหันไปคุยกับลูกน้องหน้านิ่งคนเดิมโดยไม่ทันเห็นว่าลลิลหน้าซีดเป็นไก่ต้มไปเสียแล้ว “ยังไงฉันก็จะเอาเธอให้ได้ จำไว้เลยนะยัยหนู” พูดจบคนร่างสูงก็ก้าวออกจากรถไปโดยที่ไม่หันมามองเธออีกเลย หลังจากเสร็จงานมอเตอร์โชว์ในช่วงเย็น ลลิลต้องวิ่งรอกกลับมาที่ร้านของเจ๊จูดี้อีกครั้ง คนร่างบางกระโดดลงจากรถสองแถวหน้าปากซอยพลางวิ่งสุดแรงเกิดเข้ามาภายในร้าน หล่อนยัดกระเป๋าผ้าเข้าไปในล็อกเกอร์พนักงานอย่างรีบๆพร้อมกับแหงนหน้ามองนาฬิกาที่ติดบนผนังร้านก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดีนะที่เธอมาถึงก่อนเวลาอย่างฉิวเฉียดไม่อย่างนั้นคงได้ถูกหักเงินเป็นแน่ มือบางคว้าผ้ากันเปื้อนที่สกรีนโลโก้ของร้านขึ้นมาสวมไว้ที่คอก่อนจะผูกเป็นปมด้านหลัง ยางรัดผมสีดำทำหน้าที่รัดรึงผมยาวสีดำขลับของเธอไว้อย่างลวกๆก่อนที่เจ้าตัวจะคว้าถาดสีดำกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปยังนอกร้าน ลลิลจรดปากกาลงบนกระดาษอย่างตั้งใจเมื่อฟังลูกค้าสั่งเมนูอาหาร ดวงตาเป็นประกายของเธอดูเป็นมิตรกับทุกคนตั้งแต่วันเกษียณไปจนถึงวัยอนุบาล ลลิลมักจะยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าของร้านเสมอเพราะเธอเชื่อว่าความประทับใจแรกที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาอีกครั้งคือความเป็นมิตรและรอยยิ้มที่จริงใจของพนักงานในร้าน “ขออนุญาตทวนเมนูอาหารนะคะ ข้าวเปล่าสองจาน ต้มยำปลากะพง ปลาหมึกผัดพริก กุ้งแม่น้ำเผาขนาดกลาง ปลาดุกฟูและไก่อบซอส ส่วนเครื่องดื่มรับเป็นเบียร์หนึ่งทาวเวอร์นะคะ” ลลิลเอ่ยเสียงใสพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปยังลูกค้าหนุ่มทั้งสองท่านที่กำลังมองมาที่เธอเป็นตาเดียว “สั่งเบียร์ไปแล้ว หนูจะมาเสริฟเบียร์ให้พี่สองคนได้ไหมคะ” ชายหนึ่งในสองคนกล่าวขึ้น “เอ่อ คือ ... หนูเป็นแค่พนักงานเสริฟอาหารค่ะ ถ้าเบียร์คงต้องให้พี่ที่ดูแลเรื่องตรงนี้จัดการอีกที ... หนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวอาหารจะได้ช้า ขอโทษด้วยค่ะ” พูดจบคนร่างบางก็ก้มหน้าก้มตาก้าวเร็วๆเข้าไปในครัว ลูกค้าหนุ่มทั้งสองคนได้แต่ส่ายหัวอย่างเสียดาย อีกฝั่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ชายหนุ่มล้างใบหน้าและท่อนแขนที่เกิดจากการกระเซ็นของคราบเลือด ของเหลวสีแดงอ่อนไหลลงสู่ท่อประปา เสียงร้องโหยหวนของใครบางคนที่นอนกองอยู่กับพื้นแทรกเข้ามาในโสตประสาทไม่ขาดสาย ชาวีปิดก๊อกน้ำก่อนจะหันใบหน้าเพียงครึ่งของตนมองไปยังไอ้สวะเดนตายอย่างพยาบาท ร่างสูงเดินช้าๆมายังชายที่น่าสมเพชคนนั้นก่อนจะย่ำเท้าลงบนเอ็นร้อยหวายที่ชุ่มไปด้วยเลือดเพราะถูกมีดเล่มคมเฉือนมันให้ขาดออกจากกัน “ด้วยความที่อาเป็นเพื่อนของพ่อ ผมจึงมีแก่ใจเมตตาฆ่าอาไม่ลง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมอยากจะฆ่าอาให้ตายๆไปเสียด้วยซ้ำ แต่ลืมไป คนเนรคุณอย่างอาถ้าตายมันคงจะง่ายเกินไป สู้ให้อยู่อย่างอนาถและทุกข์ทรมานจะดีเสียกว่า” พูดไปรองเท้าหนังราคาแพงก็ขยี้ที่เอ็นร้อยหวายของชายผู้นั้นไป หลี่ฟ่านร้องโอดโอยอย่างทรมาน ต่อจากนี้เขาจะเดินไม่ได้ตลอดชีวิต แม้ไม่ตายก็เหมือนตาย เขาประมาทชาวีต่ำไปจริงๆ ใครจะคิดว่าแค่ลูกนกตัวน้อยๆในอดีต บัดนี้จะกลับกลายเป็นพญาเหยี่ยวที่ยิ่งใหญ่คับท้องฟ้ารัสเซีย “หึ ! ถ้าจะให้ฉันเว้าวอนขอร้องขอชีวิตจากแก แกหวังไปเถอะ ฉันไม่ยอมเสียปากพูดคำนั้นออกมาแน่ๆ ฉันจะบอกให้นะ นอกจากฉันจะโกงบริษัทแกได้เกือบร้อยล้านแล้ว ฉันยังแกล้งเจราล้มเหลวไม่ให้อาวุธของแกผ่านด่านตรวจสอบคลังอาวุธระหว่างประเทศอีก เพราะแกจะได้เสียหายไงล่ะ แล้วสุดท้ายโชคก็เข้าข้างฉัน ... ฉันทำให้แกเสียหายได้ตั้งพันล้านยูโรแน่ะ ฮะฮะฮ่า ... แกมันโง่! โอ๊ย ! ... ” ปลายกระบอกปืนซัดเข้าที่ใบหน้าของคนพูดในทันที ใบหน้าของหลี่ฟ่านหันไปตามแรง ผู้สูงวัยกว่าน้ำตาคลอ ลิ้นรับรสสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดที่อยู่มุมปากของตนถึงแม้จะเจ็บเจียนตายแต่ต้องทนกลั้นใจไว้ ตอนนี้ถือเป็นเวลาชำระแค้นระหว่างเขาและชาวี และนี่ถือเป็นเวลาของการระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี “พ่อของแกชนะฉันทุกอย่าง ทั้งเรื่องเรียน กีฬา รวมไปถึงเรื่องความรัก ฉันชอบแม่แกก่อน ฉันจีบแม่แกก่อนด้วยซ้ำแต่ทำไม ทำไมฉันถึงต้องผิดหวังด้วย ทำไมคนที่แม่แกเลือกถึงไม่ใช่ฉัน ! ฉันต้องทนดูความสุขที่แสนทรมานมาตลอดชีวิต ฉันผิดอะไร ! ฉันผิดอะไร ! ทำไมฉันถึงชนะพ่อแกไม่ได้ !” ชาวีอึ้งไปไม่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าจะมีบาดแผลที่ลึกถึงเพียงนี้ ภาพของหลี่ฟ่านที่แสนสุขุมในตอนนี้ไม่ต่างกับคนไร้สติเขาร้องไห้ครวญครางเมื่อเอ่ยถึงผู้หญิงที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจ อาหลี่ที่แสนจะใจดีของเขาถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้น บัดนี้มีเพียงหลี่ฟานผู้ที่มีแต่ปมแค้นอยู่เต็มหัวใจ ชาวีมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึก เขาจะไม่ไว้ชีวิตมันแค่เพียงเพราะมันเคยเป็นเพื่อนพ่อของเขา หรือแม้ในอดีตคนทรยศตรงหน้าจะเคยอุ้มชูเลี้ยงดูเขาในระยะเวลาสั้นๆก็ตาม ทว่าบริษัทนี้ปู่และพ่อของเขาสร้างมันมาเองกับมือ บริษัทค้าอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัสเซียจะมาพังเพียงเพราะความสงสารงั้นหรือ ? ไม่ ... หลี่ฟ่านจะต้องชดใช้สิ่งที่มันทำ ! ร่างสูงค่อยๆยอบตัวลงพลางดึงผมของคนใกล้ตายให้แหงนคอมอง รอยยิ้มที่เหนือกว่าของคนรุ่นลูกทำเอาหลี่ฟ่านแทบคลั่ง ชาวีแสยะยิ้มราวกับเขาเป็นตัวที่แสนจะน่าสมเพช ใบหน้าคนหันไปสั่งลูกน้องในชุดสูทสีดำเป็นภาษารัสเซีย “ตัดลิ้นมัน อย่าให้มันพูดจาอวดดีอะไรได้อีก ควักลูกตามัน อย่าให้มันได้เห็นแสงสว่างอีกเลยในชีวิต” “ครับนาย” “ไม่นะ ! ฆ่าฉันเถอะ !! ฆ่าฉัน ได้โปรดดดด !!!! อ๊ากกกกกกก ..!!!!” สิ้นคำ ลูกน้องที่ได้รับคำสั่งก็เข้าประกบตัวหลี่ฟ่านในทันที ชาวีหันหลังเดินออกจากโกดังร้างไปด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว คนถูกจับเรียกร้องขอความตายแต่เหมือนจะสายไปเสียแล้ว คำสั่งของชาวีถือเป็นประกาศิต ลิ้นของหลี่ฟ่านถูกดึงออกมาจนสุด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องทุรนทุรายอย่างสุดชีวิต !
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD